24.2 C
Nakhon Sawan
วันพฤหัสบดี, กันยายน 28, 2023
spot_img

ที่นี่…สถานี’เจ้าพระยา

สมัยเรียนชั้น ป.เตรียม  ก่อนจะขึ้น ป.1 เพราะอายุยังไม่เต็ม 7 ขวบ  ผมต้องนั่งเรียนรวมกับรุ่นพี่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรือ ป.1 บนห้องเรียนซึ่งเป็นศาลาวัดที่ค่อนข้างโล่งทั้ง 4 ด้าน

ที่ว่าค่อนข้างโล่งเพราะมีลูกกรงแทนฝาศาลา  ทำให้มองผ่านออกไปนอกห้องเรียนผ่านช่องลูกกรงได้ทุกด้าน

พ่อแม่นักเรียนที่มาเฝ้าลูกเล็กๆที่เพิ่งเริ่มเข้าเรียน  ก็สามารถมองหาตำแหน่งที่นั่งเรียนของลูกได้  ลูกๆก็สามารถมองหาพ่อแม่ของตนได้ในเวลาใกล้ๆเที่ยง  ที่พ่อแม่ของพวกเราจะพากันหิ้วปิ่นโตอาหารกลางวันมาส่งลูกๆ

นักเรียนที่พ่อแม่ไม่ได้มาส่งปิ่นโตข้าวมื้อกลางวัน  ก็สามารถซื้อหาอาหารกลางวันกินเองได้  เพราะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจะพากันมาจับจองพื้นที่รอบๆโคนต้นโพธิ์กับต้นมะขามใหญ่ข้างๆห้อง(ศาลา)เรียน  เพื่อขายก๋วยเตี๋ยว กวยจั๊บ ข้าวผัด ขนมนมเนย  ตั้งแต่เวลาเพลหรือ 11:00 นาฬิกาหรือ 5 โมงเช้า ก่อนเที่ยง 1 ชั่วโมง

วันหนึ่ง ขณะที่เรานั่งเรียนกันตอนบ่ายหลังจากผ่านพ้นเวลาพักเที่ยงไปแล้ว  แม่ค้าแม่ขายกำลังเก็บของกลับบ้าน  คุณครูสะอาด ซึ่งเป็นครูประจำชั้น ป.เตรียม ถือไม้เรียวขึ้นมาบนห้องโปร่งโล่ง  แล้วเรียกเด็กหญิงนิด  ซึ่งเป็นลูกสาวของคุณครูสะอาด
ที่นั่งเรียนอยู่ในชั้น ป.1 ซึ่งอยู่คนละแถบบนศาลา(ห้องเรียน) ซึ่งคั่นสายตาด้วยกระดานดำให้แยกจากห้องเรียนชั้น ป.เตรียม  แต่ป้องกันเสียงไม่ได้

คุณครูพรเพ็ญซึ่งเป็นครูประจำชั้น ป.1 ก็อนุญาตให้เด็กหญิงนิดเดินไปหาคุณครูสะอาดซึ่งเป็นพ่อ  โดยคุณครูสะอาดได้จูงมือเด็กหญิงนิดลูกสาวเดินลงไปจากศาลา(ห้องเรียน)  ซึ่งสูงจากพื้นดินเพียง 1 เมตรเศษๆ  แล้วต่างก็หยุดตรงเชิงบันไดศาลาเรียน

พวกเราแอบมองตามไปตามช่องลูกกรงโปร่งๆ  เพราะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น?  แล้วเหตุการณ์ก็กระจ่างเมื่อคุณครูสะอาดเอ่ยเสียงดังว่า “กอด-อก”

เด็กหญิงนิด กอด-อก แล้วช้อนสายตาสำนึกผิดขึ้นมองคุณครูสะอาดซึ่งเป็นพ่อที่กำลังง้างไม้เรียวขึ้นสุดแขน

คุณครูสะอาดฟาดไม้เรียวลงบริเวณก้น(น่าจะ 3 ครั้ง) ทำให้ขอบกระโปรงสีน้ำเงินของเด็กหญิงนิดสะบัดขึ้น  ขณะที่เด็กหญิงนิดก็แอ่นหน้าขึ้นไปตามจังหวะไม้เรียว  ตามเสียงไม้เรียวกระทบก้นที่มีกระโปรงป้องกันอยู่ชั้นหนึ่ง  แต่ก็ไม่สามารถจะป้องกันความเจ็บปวดได้ทั้งหมด

เด็กหญิงนิดส่งเสียงร้องไห้โฮๆ  ในขณะที่คุณครูสะอาดก็พร่ำสอนและอบรมลูกสาวไปพร้อมๆกัน

“พ่อเป็นครู  หนูเป็นลูกครู พ่อมีเกียรติ ลูกพ่อต้องมีศักดิ์ศรี  พ่อให้ตังค์กินข้าวกินขนมพอกินทุกวัน  ลูกใช้เงินหมด ต้องมาขอพ่อเพิ่ม  ต้องมีเหตุผล  ไม่ใช่ไปเชื่อขนมแม่ค้า  แล้วให้แม่ค้ามาทวงเงินกับพ่อ  พ่อเสียเกียรติของความเป็นครู  พ่อค้าแม่ค้าเสียศรัทธากับลูกของพ่อ  พ่อจึงต้องลงโทษให้ลูกหลาบจำ! เพราะลูกของพ่อไม่มีวินัย”

ระหว่างหวดก้นลูกสาวเพื่อสั่งสอน  ผมจำติดตาว่าคุณครูสะอาดน้ำตาไหลไปด้วย

เวลาผ่านมา 50 กว่าปี  ผมไม่สามารถจดจำคำพูดของคุณครูสะอาดได้ทุกถ้อยคำ  แต่เนื้อหาของคำพูดคำสั่งสอนของคุณครูสะอาดเป็นไปในทำนองนั้นทุกถ้อยกระทงความ

เป็นการอบรมสั่งสอนถึงความซื่อสัตย์สุจริตครั้งแรกในชีวิตของผม  ซึ่งอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยของผู้คนในทุกวันนี้  แต่มันยิ่งใหญ่ในความรับรู้ของเด็กวัย 7-8 ขวบในวันนั้น  ซึ่งตราตรึงอยู่ในใจตลอดมา

อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นคำสอนเกี่ยวกับความความซื่อสัตย์  ด้วยเหตุที่พื้นศาลาห้องเรียนมีร่องระหว่างกระดานมากมายในยามที่ดินสอหรือยางลบหล่นจากโต๊ะเรียนแล้วกลิ้งตกร่องลงไปสู่ใต้ถุนศาลา  จะกลายเป็นเรื่องเศร้าของเจ้าของดินสอหรือยางลบ

เพราะใต้ถุนศาลาจะรกเรื้อไปด้วยเศษไม้  เศษกระเบื้องแตกๆมีทั้งตะขาบ แมงป่อง  ซึ่งแอบอยู่ใต้กองไม้ ใต้กองกระเบื้อง  ไม่ค่อยมีใครยอมเสี่ยงหรือกล้าเสี่ยงมุดเข้าไปใต้ถุนศาลาเพื่อควานหาดินสอหรือยางลบ

ผมกับเพื่อนชายซึ่งซุกซนพอๆกัน  จะนัดกันตอนเลิกเรียนมุดเข้าไปใต้ถุนศาลาห้องเรียน  เพื่อค้นหาดินสอดำ ดินสอสี สีเทียน ยางลบของเพื่อนๆ  เพื่อนำมาเป็น “สมบัติส่วนตัว”

เมื่อได้ดินสอ ยางลบ ซึ่งเสี่ยงต่อการเจอตะขาบ แมงป่อง กับงูตัวเล็กๆแล้ว  ผมก็นำดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ ฯลฯ ไปอวดพ่อซึ่งกลับจากทำงานตอนค่ำๆ  ตอนนั่งล้อมวงกินข้าวเย็นพร้อมหน้าพ่อแม่ลูก

เป็นการอวดทรัพย์สินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงและการเสี่ยงชีวิตกับอสรพิษเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย

พ่อบอกว่าเพื่อนๆที่ทำข้าวของตกร่อง ตกใต้ถุนเขาต้องเสียดายของแต่เขาไม่กล้ามุดใต้ถุนไปหาข้าวของคืน  เรากล้ามุดใต้ถุนเข้าไปหาทรัพย์สินของเพื่อน  ควรนำของส่งคืนให้เพื่อนๆดีใจ  เป็นการทำความดี ไม่ควรยึดเอาของเพื่อนมาเป็นของตน  ยกเว้นว่าเพื่อนจะตอบแทนด้วยการแบ่งดินสอ ยางลบฯลฯ ให้เราใช้จึงจะถูกต้อง

ผมจดจำเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต 2 เรื่องนี้มาตลอดชีวิต

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด