26.6 C
Nakhon Sawan
วันศุกร์, กุมภาพันธ์ 23, 2024
spot_img

สภาอุตสาหกรรมฯ สัมพันธ์

ผู้อ่านสวรรค์นิวส์และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์…………………………………………………….. @เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ร่วมในการแถลงข่าว ตามที่เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนมากขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามอิสราเอลและกลุ่มฮามาสที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้นำไปสู่การโจมตีเรือสินค้าในบริเวณคลองสุเอซและทะเลแดงทำให้ค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้นกดดันต้นทุนการผลิต ขณะที่สงครามรัสเซียและยูเครนยังไม่ยุติลง รวมถึงความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในหลายประเทศปีนี้ เช่น การเลือกตั้ง ปธน. ไต้หวัน รัสเซีย และสหรัฐฯ ปัจจัยความไม่แน่นอนเหล่านี้ซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในภาวะชะลอตัว และทำให้ต้องติดตามผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยที่พึ่งพาตลาดยุโรป ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

เศรษฐกิจไทยปี 2567 มีแนวโน้มขยายตัวได้ในกรอบประมาณการเดิมที่ 2.8-3.3% โดยมีแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ Easy E-Receipt และการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นเป็น 33-34 ล้านคน ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อลดลงอย่างต่อเนื่องจากนโยบายลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ส่งผลให้ประมาณการเงินเฟ้อปรับลดลงที่ประชุมมองว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ตามศักยภาพ แต่ศักยภาพมีแนวโน้มด้อยลง และยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงในรูปแบบ K-Shape ยังมีบางกลุ่มที่รายได้ไม่ฟื้นตัวและมีกำลังซื้ออ่อนแอ จึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในระดับกลางและระดับล่าง ทั้งนี้รัฐบาลควรเร่งเบิกจ่ายงบประมาณโดยในระหว่างรองบประมาณ ปี 67 ภาคเอกชนเห็นว่าควรจัดทำมาตรการเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจ และควรมีการหารือกับรัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการนำงบประมาณลงทุนที่แต่ละหน่วยงานมีอยู่แล้วเร่งใช้งานไปพลางก่อน เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อเนื่อง

ควรมีการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนสินเชื่อในการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่มีความเสี่ยงสูง โดยรัฐบาลสนับสนุนทุนจัดตั้งในระยะแรกก่อน แล้วนำดอกเบี้ยหรือได้เงินมาบริหารหมุนเวียนในกองทุนให้ตรงตามวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือ SMEs โดยมีความยืดหยุ่นในการขอหลักประกันได้ สำหรับหนี้นอกระบบที่เป็นปัญหาของการเข้าถึงสินเชื่อ และเอาหนี้นอกระบบทางการค้าเข้ามาอยู่ในระบบอย่างถูกต้อง จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยที่เป็นต้นทุนสูงได้

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยเป็นระดับสูงสุดแล้ว ในระยะข้างหน้าดอกเบี้ยควรปรับทิศทางให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศ และการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่มีแนวโน้มลดลงในปีนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่มีมากขึ้นจากทั้งในและนอกประเทศ ขณะที่เงินเฟ้อมีความผันผวนโดยมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องในกรอบ 0.7-1.2%

สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลดภาระต้นทุนทางการเงินให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ณ ปัจจุบัน ยังมียอดภาระหนี้ที่สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลืออีกกว่า 3.4 ล้านล้านบาท หรือมากกว่า 6.1 ล้านบัญชี และตั้งแต่สถานการณ์โควิดมีต้นทุนทางเครดิตที่เกิดขึ้นในระบบธนาคารพาณิชย์มูลค่ารวมกว่า 6 แสนล้านบาท หรือราว 6% ของสินเชื่อ และสถาบันการเงินจะยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลช่วยเหลือลูกค้าตรงกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง

กกร. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางรากฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย จึงเสนอประเด็นสำคัญ 3 ประการที่อยากให้รัฐบาลขับเคลื่อนในปี 2567 ดังนี้

สานต่อการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง 6 ด้านที่ กกร. เคยเสนอ ได้แก่ 1. Competitiveness 2. Ease of Doing Business 3. Digital Transformation 4. Human Development 5. SME 6. Sustainability เนื่องจากเศรษฐกิจไทยเติบโตต่ำกว่าศักยภาพมาหลายปี และ/หรือมีศักยภาพลดลง สะท้อนจากมุมมองนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ต่อศักยภาพและความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจไทย จาก Price to book ratio ของธุรกิจใน SET100 ปรับลดลงในปี 2566 ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์มี Price to book ratio อยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่ายาวนาน ดังนั้นปัญหาเชิงโครงสร้างจำเป็นต้องเร่งแก้ไข เช่น ด้าน Competitiveness ควรเร่งเจรจาข้อตกลงทางการค้า FTA ที่ดำเนินการอยู่ให้แล้วเสร็จ รวมถึงแก้ปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน ด้าน Ease of Doing Business ควรปฏิรูปกฎหมายที่ล้าสมัยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นต้น

ผันเศรษฐกิจนอกระบบมาอยู่ในระบบ เศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดใหญ่เกินไป เป็นต้นตอของหลายปัญหา โดยมีขนาดใหญ่ถึง 47.6% ต่อจีดีพี สูงกว่าประเทศคู่เทียบและมีแรงงานนอกระบบมากถึง 51% ของแรงงานทั้งหมด ขณะที่ยังขาดข้อมูลที่เชื่อถือได้ เช่น ขนาดของหนี้นอกระบบที่ข้อมูลทางการระบุว่ามีราว 1 แสนล้านบาท แต่หากประเมินด้วยวิธีอื่นอาจสูงถึงราว 3-4 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ IMF พบว่าการมีเศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจโตต่ำกว่าศักยภาพ เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ และมีความเหลื่อมล้ำสูง

เร่งเครื่องในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนโดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังให้ความสำคัญ หลังผลสำรวจพบว่าครัวเรือนมีโอกาสที่จะพึ่งพาหนี้นอกระบบมากขึ้น ดังนั้น การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาลจึงมาถูกทางเพื่อตัดวงจรหนี้ โดยที่ภาครัฐดำเนินการยึดหลัก market based มีฐานข้อมูลกลางที่เชื่อถือได้ ปฏิรูปข้อมูลหนี้ทั้งในและนอกระบบ เร่งให้สหกรณ์เข้าสู่ระบบข้อมูลเครดิตแห่งชาติให้ครบถ้วน และทำควบคู่ไปกับการยกระดับรายได้เพราะพบว่าการเป็นหนี้มีสาเหตุสำคัญจากการมีรายได้ไม่พอรายจ่าย โดยภาคการเงินสนับสนุนด้วยการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ส่งเสริมการเข้าถึงการเงินในระบบ และยกระดับ financial inclusion ผ่าน Risk based pricing และการใช้ alternative data รวมถึงการใช้ ecosystem ในการเชื่อมโยงรายใหญ่กับรายเล็กเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินในระบบ พร้อมทั้งแสวงหาความร่วมมือจากภาคธุรกิจ/ครัวเรือน ให้มุ่งมั่นในการยกระดับผลิตภาพ และสร้างความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงสร้างความตระหนักรู้ในการรักษา credit culture/discipline และหวงแหน credit score

……………………………………. @ เรียนรู้เทคนิคสำคัญลงลึกเนื้อหา เข้าใจง่าย ออกใบรับรอง Made in Thailand (MiT) ได้กับ “เทคนิคการขึ้นทะเบียนสินค้า MiT พิชิตตลาดภาครัฐ” ฟรี!!ไม่มีค่าใช้จ่าย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ขอเชิญผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าในประเทศไทยเข้าร่วมฟังบรรยายการรับรองสินค้า MiT และการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ในวันพุธที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 09.00 -12.00 น. ผ่านระบบออนไลน์ ZOOM สนใจเข้าร่วมงานได้ที่ https://events.fti.or.th/events/50 ติดต่อสอบถาม Call Center 1453 กด * หรือโทร. 02-345-1100, 1244 และ 1024 ติดตามข่าวสารได้ที่ เว็บไซต์ : www.mit.fti.or.th Facebook : MiT : Made in Thailand

……………………………………………………. @ FTI Membership Privilege 50% มอบส่วนลดสูงสุด 50% ต่อเนื่องปี 4 สำหรับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ (ส.อ.ท.นว.) ประเภทสามัญ (สน/สส) เพื่อใช้เป็นส่วนลดในกิจกรรมและบริการต่างๆ ของหน่วยงานภายใน ส.อ.ท. ประจำปี 2567 อาทิ งานอบรม สัมมนา ดูงาน หนังสือรับรองทางการค้าต่างๆ ได้แก่ หนังสือรับรองแหล่งกำหนดสินค้า E-C/O, CFS หนังสือรับรองฐานะทางการเงิน บริการพิจารณาสูตรการผลิต BOI หนังสือรับรองสินค้า Made in Thailand (MiT) ระยะเวลาการใช้สิทธิ์ ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ FTI Contact Center : 1453

…………………………………. @อัปเดต !!! ปฎิทินการอบรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประจำปี 2567  แหล่งรวมหลักสูตร Upskill & Reskill มีให้เลือกหลากหลาย E-learning / Online / Onsite  / Hybrid สามารถจองล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ (จองก่อนมีสิทธิ์ก่อน) ตามหาหลักสูตรสุดฮิตได้ที่เว็บไซต์ https://fti.academy กดติดตามและรับข้อมูลข่าวสาร : https://www.facebook.com/FTIAcad สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ FTI ACADEMY กด 1453 กด 12

…………………………………….. @ด่วน! ขยายเวลาปิดรับสมัครถึงวันที่ 31 มกราคม 2567 สมัครเข้าร่วมโครงการตรวจสุขภาพพนักงานประจำปี 2567 กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เฟส 2 ฟรี! ประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่ม สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการฯ ลดค่าใช้จ่ายมากกว่า 30%  เริ่มตรวจสุขภาพเดือนมกราคม – ธันวาคม 2567 กลุ่มเป้าหมาย : สมาชิกประเภทสามัญ – โรงงาน (สน) เท่านั้น สมัครเข้าร่วมและดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://bm.fti.or.th/ftihealthcheckup2024/ ติดต่อโครงการตรวจสุขภาพ Call Center 1453 กด 3 หรือ 1120 โทร. 086-329-1978

…………………………………….@ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึกกำลัง 2 องค์กรชั้นนำ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) และ SKILLKAMP (สกิลแคมป์) โดยธนาคารกสิกรไทย แพลตฟอร์มพัฒนาทักษะอาชีพด้านดิจิทัลครบวงจร (End-to-End Digital Career Enhancement Platform) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือยกระดับทักษะดิจิทัล เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการพัฒนาทักษะและแรงงานด้านดิจิทัลของประเทศให้มีศักยภาพในการแข่งขัน หนุนตลาดแรงงานสายเทคยุคใหม่ กำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการแข่งขันให้ธุรกิจเติบโต พร้อมเดินหน้าพัฒนาศูนย์กลางจัดการสอบวัดความรู้ด้านดิจิทัล มาตรฐานระดับประเทศ ที่จะเป็นประตูสู่โอกาสเข้าทำงานสายเทคในฝันกับองค์กรชั้นนำกว่า 50 แห่งและกว่า 100 ตำแหน่งงาน โดยเปิดรับสมัครสอบตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2567 ทาง www.skillkamp.com

……………………………………….@สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครสวรรค์ แจ้งข่าว เก็บเงินสมทบกองทุนฯ ไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน ไม่มีการปรับเป็น 875 บาทต่อเดือน ตามที่มีการปรากฏข่าวสารเรื่องสำนักงานประกันสังคมเตรียมเก็บเพิ่ม จาก 750 เป็น 875 บาท/เดือน เริ่ม 1 มกราคม 2567 นั้น เป็นข้อมูลเท็จ ทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมยังคงจัดเก็บเงินสมทบ กองทุนประกันสังคมในอัตราร้อยละ 5 จากฐานคำนวณค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาท โดยจะเป็นเงินไม่เกิน 750 บาท ไม่มีการปรับเป็น 875 บาท ต่อเดือนตามที่กล่าวอ้าง ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือติดต่อสายด่วน 1506 ……………………………………….@ หน่วยงานที่มีข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดนครสวรรค์สามารถฝากข่าวผ่านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ หรือต้องการสมัครเป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ติดต่อสอบถามได้ที่ นายชาณัฐธนพล  แสงสุข ผู้จัดการสำนักงานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ โทรศัพท์056-245497,081-0428 934 โทรสาร056-245 498 e-mail: nakornsawan.fti@gmail.com, https://www.facebook.com/Nakhonsawan.fti

 

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด