31.7 C
Nakhon Sawan
วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 23, 2024
spot_img

สัญญิง…สัญญา……!?!

มาถึงเดือนนี้ เดือนที่ 5 ของปี ใกล้ครึ่งปี 2567 เข้ามาแล้ว เราในฐานะประชาชน ที่เราได้เลือกตั้งผู้แทนฯมา

เกือบ 10 เดือนแล้ว ที่ได้รัฐบาลเข้าบริหารบ้านเมือง

จนถึงวันนี้ เราก็ยังไม่ได้สิ่งที่รัฐบาลคณะนี้ให้สัญญากับประชาชนตอนหาเสียงไว้ ไม่ว่าเงินดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะให้คนอายุเริ่มตั้งแต่ 16 ปี คนละ 10,000 บาท ก็ยังไม่ได้

นายกเดินทางไปไหนก็มีประชาชนทวงถาม

มาเมื่อวันแรงงานแห่งชาติ  เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา รัฐบาลก็ประกาศอีกว่าจะให้ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท โดยประกาศว่าเดือน ตุลาคม ให้เริ่มจ่าย

คนที่จ่ายไม่ใช่รัฐบาลจ่าย แต่ให้นายจ้างเป็นผู้จ่าย

ที่สำคัญ รัฐบาลยังประกาศว่า 400 บาท ให้เท่ากันทั้งประเทศ และทุกธุรกิจ

คนที่ช็อก คงหนีไม่พ้นบรรดาเจ้าของธุรกิจ หรือนายจ้าง ไม่ว่าจะธุรกิจเล็กหรือ ใหญ่ เพราะค่าแรงเป็นหนึ่งในต้นทุนของการบริหาร

รัฐบาลเองก็ไม่ได้บอกมาตรการว่าจะช่วยบรรดาผู้ประกอบการว่า จะช่วยอะไร ช่วยอย่างไร ?

พรรคเพื่อไทย เคยเป็นรัฐบาลที่มีผลงานมาครั้งหนึ่งแล้ว  มาครั้งนี้ดูออกจะไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลย ทำอะไรดูติดๆขัดๆไปหมด

งานที่เป็นชิ้น เป็นอันเห็นจะเป็นเรื่องเอาทักษิณกลับบ้าน โดยไม่ต้องเข้าคุก

ทุกวันนี้…ผลประกอบการของเหล่าบรรดาธุรกิจ หนึ่งไตรมาสผ่านพ้นไป ทุกธุรกิจพูดเหมือนกันคือรายได้ หรือยอดขายไม่ได้เป้า

ร้านค้าเล็ก ร้านค้าน้อย ก็พากันบ่นว่า…”ขายไม่ดี”

หนี้ครัวเรือนมันสูง  กำลังซื้อจึงไม่มี

มาเจออากาศร้อนชนิดตับแตก  คนเดินห้างฯเพียบ แต่ยอดขายไม่ขยับ เพราะคนไปอาศัยความเย็นในห้าง

ถ้าจะดีหน่อยก็อาหารใน Food Court ที่คนเข้าไปนั่งแช่กันทั้งวัน

ไม่รู้ว่าเราจะต้องทนกับบรรยากาศการหากินฝืดเคืองกันไปอีกนานแค่ไหน ?

ธุรกิจ มันก็แค่…”เงินเข้า กับเงินออก”

‘เงินเข้า’ คือรายได้ ถ้ากำลังซื้อของชาวบ้านไม่ดี เงินในกระเป๋าเขาน้อย รายได้เท่าเดิม การใช้จ่ายก็น้อยตามไปด้วย

ส่วน ‘เงินออก’ คือค่าใช้จ่ายในการบริหารของธุรกิจ มีค่าแรง ค่าพลังงาน ค่าดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เงินนี้มันออกทุกวัน ขายของได้ ไม่ได้ มันก็ไหลออก

ดังนั้น…ถ้าเหตุการณ์ในตลาดเป็นกันเช่นนี้ มันคำนวณได้เลยว่า…”เจ๊ง วันไหน ?”

แล้วถ้ารัฐบาลมาประกาศเป็นกฎหมายว่าเดือนตุลาคมนี้ ทุกธุรกิจต้องจ่ายค่าแรงงานขั้นต่ำ 400 บาท

เมื่อเป็นกฎหมายแล้ว ก็ต้องปฏิบัติตาม มิฉะนั้นก็ผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงานเล่นงานอีก

ลองหลับตาคิดดูนะครับว่า เมื่อจ่ายไม่ได้ สุดท้ายอะไรจะเกิดขึ้น ?

เมืองไทยเรา รายได้ส่วนใหญ่ของประชากรคือ รายได้จากภาคเกษตร ร้อนอย่างนี้ น้ำก็น้อยอย่างนี้ จะเอาผลผลิตอะไรออกมาสู่ตลาด

สุดท้ายเห็นจะตายอย่างเขียด…คือแห้งตาย

น่ากลัวนะครับ ถ้าเงินเข้ากระเป๋ายังอ่อนแรงเช่นนี้ กระทบกันไปหมด

สุดท้ายต้องเอาข้าวที่เก็บกันไว้ 10 ปีออกมาขาย กินเข้าไปเจออะฟลาท็อกซิน เป็นมะเร็งตายกันเป็นเบืออีก

ผีซ้ำด้ำพลอย  เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ

ถ้าจะให้ดี ควรให้บรรดาคณะรัฐมนตรีทั้งคณะกินกันก่อน รองลงมาก็ให้บรรดา สว.ที่เพิ่งจะหมดอายุครบวาระกินกันเสียด้วย

ถือว่าเป็นการลดประชากร ทำให้ประหยัดทรัพยากรของชาติลงไปด้วย

แล้วเรามาเริ่มชีวิตกันใหม่ สำหรับคนที่รอดจากการกินข้าว 10  ปี

ไม่ได้พูดเล่นนะครับ เอาจริงๆด้วย

 

………………………………………………

บทความถัดไปคำเด่น คนดัง

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด