กรณีศึกเขมรที่ยังคุกรุ่นอยู่และพร้อมจะลุกพรึ่บ! ขึ้นได้ในนาทีใดนาทีหนึ่งข้างหน้า เพราะเขมรที่สืบเชื้อสายมาจาก “ตะกวด” ตามข้อมูลในพงศาวดารกรุงกัมพูชาของเขมร ซึ่งไม่มีชาติใดใส่ไฟหรือสร้างข้อมูลเท็จให้ ระบุเอาไว้อย่างภาคภูมิใจในประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษของชาวเขมรเอง ซึ่งสืบทอดมาถึงทุกวันนี้ที่เขมรมีผู้นำลิ้น 2 แฉกพร้อมจะเนรคุณประเทศไทยที่เคยมีบุญคุณต่อชาวเขมรอพยพในอดีต
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เคยมีพระเมตตาทรงจัดตั้งศูนย์อพยพชาวกัมพูชา ที่บ้านเขาล้าน ตำบลไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อต้อนรับ ดูแล เลี้ยงดูชาวเขมรที่อพยพหลบลี้หนีภัยในยุคเขมรแดง เมื่อปีพุทธศักราช 2522
อนุสรณ์แห่งความทรงจำในน้ำพระทัยที่ทรงเมตตาชาวกัมพูชาลี้ภัยในครั้งนั้นคือ “ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน” ซึ่งถือกำเนิดขึ้นหลังจากพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งไปเผชิญภาพแห่งความทุกข์ยากของชาวเขมรอพยพที่ชายแดนอำเภอคลองใหญ่ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2522
ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน ดูแล ปกป้อง เลี้ยงดูชาวเขมรอพยพเป็นเวลา 7 ปีเศษ จึงได้ปิดศูนย์ฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2529
น้ำพระทัยจากเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ไทยไม่ได้เป็นพระมหากรุณาธิคุณกับผู้นำของแผ่นดินสัตว์ลิ้น 2 แฉกแม้แต่น้อย…..ในวันนี้
เพราะผลประโยชน์ของผู้ที่ไม่เคยสำนึกถึงบาป-บุญ-คุณ-โทษของผู้นำชั่วและเลวของ 2 แผ่นดินที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งของบ้านเมืองที่มีอาณาเขตประชิดติดกัน
เพราะผลประโยชน์แอบแฝงส่วนตนที่มีต่อกันโดยมีประเทศชาติเป็นฉากหน้า จึงก่อให้เกิดความขัดแย้งระดับประเทศ โดยมีชีวิตของประชาชนพลเมืองตามแนวชายแดนในพื้นที่ปะทะเป็นเดิมพัน และอธิปไตยของประเทศเป็น ตัวประกัน ซึ่งในที่สุดฉากหน้าของความขัดแย้ง และเปลวไฟของศึกชายแดนก็ต้องกลายเป็น ฉากบังเพลิง หน้าเมรุของผู้นำผู้ชั่วร้าย ต้นตอความเลวร้าย ของสถานการณ์ในครั้งนี้ของทั้ง 2 ประเทศ 2 ตระกูล
หากไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง หากไม่มีการกำความลับของกันและกันที่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติของแต่ละฝ่าย เชื่อว่าผู้นำและอดีตผู้นำของไทยจะไม่หุบปาก ไม่หดหัวอยู่ในกระดอง ดังเช่นที่เป็นอยู่
เป็นความอัปยศของประเทศไทยที่กลายเป็นลูกไก่ในกำมือ ของผู้นำประเทศข้างเคียงซึ่งเคยเป็นมิตรประเทศ แต่กลับเป็นศัตรูของประเทศไทยไปได้ในชั่วข้ามคืน…..เมื่อบางสิ่งบางอย่างไม่ลงตัว
การเสนอตัวเข้ามารับใช้บ้านเมืองในฐานะ ส.ส. รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ต้องเป็นผู้มีจิตสาธารณะ ต้องมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสรณะ
แต่นักการเมืองของเมืองไทย ยากนักจักหานักการเมืองในอุดมคติที่จะอุทิศตนเพื่อบ้านเมือง เพื่อสาธารณประโยชน์ โดยไม่มุ่งหวังกอบโกยประโยชน์ส่วนตน ไม่อวยประโยชน์ให้พวกพ้อง
ไม่ทุจริตงบประมาณของรัฐ ไม่กินสินบาทไม่รับสินบน
การปฏิบัติงานบริหารบ้านเมืองต้องไม่เห็นแก่หน้าพวกพ้องของตนในกรณีที่ตรวจพบการทุจริตคิดคด
ผู้ที่จะอาสามารับใช้ประชาชน ดูแลบริหารบ้านเมืองให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ประเทศชาติสงบสุข ต้องเป็นผู้ใจซื่อ มือสะอาด ที่สำคัญต้องมีฐานะทางการเงินที่ดีมาก่อน พร้อมด้วยจิตใจดีที่มีต่อบ้านเมือง
เพราะการรับใช้บ้านเมืองต้องเสียสละทั้งเวลา ทั้งทุนทรัพย์ และพลังใจ หลังจากได้ความร่ำรวยล้นฟ้ามาจากแผ่นดินไทยแล้ว
ดังเช่นพระมหากษัตริย์ไทย พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทุกรัชกาลที่ปกครองป้องกันบ้านเมืองและพสกนิกรของพระองค์ให้อยู่ดีมีสุข โดยไม่เคยทรงหวังสิ่งตอบแทนใดๆจากประเทศและประชาชนตาดำๆทั้งแผ่นดิน
ต่างกับนักการเมืองทุกระดับของประเทศไทยที่ส่วนใหญ่มุ่งหวังเข้ามาใช้และอาศัยตำแหน่งหน้าที่ อำนาจบาตรใหญ่แสวงหาประโยชน์จากงบประมาณของบ้านเมืองตั้งแต่ระดับเงินล้านเป็นพันล้านหมื่นล้านแสนล้านบาท…..โดยไม่ละอายใจ ทั้งที่นักการเมืองบางคนร่ำรวยเป็นร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน ทั้งก่อนหน้าและหลังจากเสวยอำนาจ เสวยตำแหน่ง และเสวยงบประมาณของบ้านเมือง โดยองค์กรปราบโกงในประเทศจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
บางทีองค์กรปราบโกงก็เข้าสมรู้ร่วมคิดเพราะได้รับเศษเงินเศษตำแหน่ง ที่เป็นเศษประโยชน์จากเศษอาหารของนักการเมือง
หากนักการเมือง ผู้นำประเทศ นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดีของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศไทย มีวัตรปฏิบัติที่ดี มีความซื่อสัตย์เพียงครึ่งหนึ่งของ ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน
ผู้นำผู้นั้นจะมีความองอาจ กล้าหาญ สง่าผ่าเผย กล้าหยัดยืนฟาดปาก รัวหมัดและประเคนแข้งใส่ผู้นำลิ้น 2 แฉกของเขมรอย่างสมภาคภูมิ
แต่ผู้นำและอดีตผู้นำที่ซื้อเสียงจากราษฎรเข้ามาปกครองประเทศไทยเป็นธุรกิจครอบครัวไม่กล้าหาญ ไม่องอาจ เพราะอะไร?
———————–