ตอน : ลำราง คู คลอง…ที่ต้องมี !
ระบบโครงข่ายเส้นโลหิตในร่างกายของสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลก กับระบบรากพืชระบบท่อส่งน้ำส่งอาหาร ส่งปุ๋ย ขึ้นสู่ลำต้น กิ่ง ก้าน ดอกใบ เป็นเสมือนสายใยให้คนสัตว์พืชดำรงคงชีวิตและเติบโตต่อไปได้ยาวนาน
โครงข่ายแม่น้ำลำธาร ลำราง ลำเหมือง คู คลอง ที่แผ่กิ่งก้านประสานกันเหมือน ใยแมงมุมบนแผ่นดิน ก็เปรียบเหมือนสายโลหิตของสิ่งมีชีวิตที่ส่งน้ำ อาหาร วิตามิน เกลือแร่ ไปหล่อเลี้ยงสรรพางค์กายให้ดำรงคงชีวิตอยู่ต่อไปได้ยาวนาน
พื้นแผ่นดินที่ชุ่มชื้น ฉ่ำชื้น ส่งผลให้ผลหมากรากไม้ ไม้ยืนต้น ไม้ล้มลุก ( ซึ่งล้มแล้วไม่เคยลุกขึ้นมาได้ด้วยตนเองแม้แต่ต้นเดียว! ) วัชพืช ตฤณชาติ รุกขชาติ พฤกษชาติ สดชื่น
“น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า”……ฉันใด แผ่นพื้นพสุธากับมวลพฤกษาสัตวา! มนุษยา! หรือ มนุสสา!.…..ฮา! ต่างก็ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน…..ฉันนั้น!
“ทำไมน้ำต้องพึ่งเรือ? เรือต่างหากที่ต้องพึ่งน้ำ…มิใช่หรือ?”
เรือต้องพึ่งน้ำอย่างแน่นอนอยู่แล้ว จึงจะแล่นล่องล่วงเลย….ไหล! ไป! ตามสายน้ำได้ ไม่มีสายน้ำ,ลำน้ำ เรือก็ต้องลอยลำอยู่บนล้อ เลื่อนหรือลื่นไถลไปตามท้องถนนหนทางสถลมารคแลมรรคา…ฮา!
แต่ถ้าลำราง คู คลอง สายใดไม่มีเรือแพแล่นล่อง ลอยฟ่อง ขึ้นลง ลำน้ำคูคลองก็ยากจะดำรงอยู่เพราะไร้ผู้ดูแลขุดลอก กำจัดวัชพืช กอสวะ ก่อให้เกิดดินตะกอนตกในท้องน้ำ นานไปทางน้ำนั้นก็ตื้นเขิน เรือแพแล่นล่องไม่ได้
กิ่งก้านต้นผลหมากรากไม้ก็จะยื่นเหยียดยาวลงขวางทางน้ำ กีดขวางกางกั้นลำน้ำ จนทำให้พันท้ายนรสิงห์ นายท้ายผู้คัดท้ายเรือพระที่นั่งของพระเจ้าเสือ คัดท้ายเรือไม่ทันทำให้โยนหัวเรือต้องชนกิ่งไม้ที่ทอดข้ามขวางคลอง จนโขนหัวเรือหัก ตกน้ำผิดกฎมณเฑียรบาลจนต้องตัดหัวพันท้ายนรสิงห์สังเวยกฎมณเฑียรบาลไป 1 หัวโดยไม่สามารถต่อกลับคืนได้
ยังความเศร้าโศกเสียพระทัยแก่พระเจ้าเสือจนต้องหลั่งน้ำพระเนตรชโลมใบหญ้าบนฝั่งคลองโคกขามที่ตั้งศาลเพียงตาเพื่อขอขมาลาโทษของราชมัลต่อพันท้ายนรสิงห์
ถ้าแม่น้ำลำธารปราศจากเรือแพแห่แหนแล่นล่อง ประชาชนพลเมืองอาจจะละเลยเพิกเฉยไม่ดูแลลำน้ำ ทำให้ตื้นเขินสิ้นสภาพหรือเปลี่ยนทิศทางการไหลไปยังเส้นทางอื่น
น้ำจึงต้องพึ่งเรือด้วย ประการฉะนี้
โครงข่ายสายน้ำ ลำราง คู คลอง หนองบึง จึงเป็นสายใยของสรรพชีวิตบนพื้นโลกที่จะก่อให้เกิดต้นไม้ พืชผัก ผลไม้ ฝูงสัตว์ป่า สัตว์เลี้ยง สัตว์โลก
พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ได้ก็ด้วยน้ำ
สัตว์โลกจะยังชีพได้ก็ด้วย “น้ำ” ซึ่งเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของอวัยวะทุกส่วนในร่างกายมนุษย์ สัตว์ พืช
เครือข่ายโยงใยของลำรู คูคลอง ช่องทางน้ำ ลำราง ลำเหมือง คลองไส้ไก่ แม่น้ำ ลำธาร จึงเปรียบเป็นทั้งเส้น เลือดใหญ่ เส้นเลือดดำ – แดง เส้นเลือดฝอย ของหมู่มวลสัตว์โลก ให้ดำรงคงชีวิตเติบโตได้ภายใต้ดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน.
เครือข่ายสายใยแม่น้ำลำคลองยังเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญตั้งแต่สมัยน่านเจ้า สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และ(ศรี)กรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้นจนถึงปัจจุบันซึ่งอาจจะอ่อนล้าโรยแรงลงไปบ้างในช่วงไม่กี่รัชกาลที่ผ่านมา
ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดพระราชทานพระราโชบายให้ประเทศไทยขุดคลองจนกระจายเป็นโครงข่ายการคมนาคมผืนแผ่นดินอุดมไปด้วยผลหมากรากไม้ ผลไม้ พืชผัก กุ้งหอยปูปลา สัตว์เลี้ยงที่ผูกพันกับสายน้ำเช่น เป็ด ไก่ ห่าน เต่า ตะพาบน้ำ นาก เสือปลา เกลื่อนกล่นเป็นเสบียงเลี้ยงผู้คนพลเมืองมากมายทั่วทั้งแผ่นดิน
โครงข่ายสายน้ำยังเป็นเส้นทางการระบายน้ำเหนือที่ไหลบ่าในหน้าฝนให้ กระจายสู่หมู่บ้าน ตำบลมณฑล จังหวัด ทั่วราชอาณาเขตฯ นิเวศเวียงวังทั่วทั้งทุก ภูมิภาค
มาตรแม้นว่าบรรดาคูคลอง ห้วยหนองคลองบึง ลำราง ลำเหมือง คลองไส้ไก่ไส้หมูทั้งหลาย อาจจะไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้หมดสิ้นกระแสแควต่างๆ แต่ลำราง คูคลอง ก็สามารถสนองการเลื่อนไหลถ่ายเทการท่วมทันของน้ำฝน น้ำฟ้า น้ำป่า น้ำล้นได้เป็นอย่างดี
ถ้าจะมีสถานการณ์น้ำท่วม น้ำก็ยังหลั่งไหลถ่ายเทไปได้ทั่ว กลั้วแผ่นดินให้ชุ่มชื้นทุกหย่อมหญ้า เมื่อถึงเวลาก็ไหลล่องลงคลอง ลงแม่น้ำ ทะเล มหาสมุทร ไปจนหมดสิ้น
ไม่ตกคลั่ก ค้างคา ให้กลายเป็นน้ำขัง น้ำเน่าเหมือนสถานการณ์หลังอุทกภัยในปัจจุบัน
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประเทศไทยต้องขุดค้นให้ข้นคลั่ก ก่นสร้างโครงข่ายโยงใยสายน้ำเล็กใหญ่ให้ดารดาษไปทั่วประเทศไทยของเรา….เสียที



