ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนคราใด ทางเกษตรกรและประชาชนพลเมืองนิยมเผาตอซังฟางข้าวเผากิ่งไม้ใบหญ้าในท้องนา ไร่ สวน เผาขยะประเภทกระดาษ กิ่งไม้ใบไม้ เจือถุงพลาสติก ซึ่งนอกจากจะก่อให้เกิดฝุ่นละออง พี.เอ็ม. 2.5 ไมครอนแล้ว ยังเจือด้วย ไอพิษจากสารเคมีในข้าวของเครื่องใช้ที่ทำจากพลาสติกโดยเฉพาะ สารพิษในPolyethylene
ฝุ่นละอองมหาภัยเหล่านี้เข้มข้นขึ้นทุกปี ไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลงแม้จะมีกฎหมายห้ามและมีอัตราโทษ แต่ผู้รักษากฎหมายก็ไม่เพียงพอ หรืออาจจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ทำทีทำท่าตั้งอกตั้งใจกำชับกำกับคาดโทษกันในที่ประชุมของทางราชการในระดับ ประเทศ เขต ภาค จังหวัด อำเภอ
อาจจะลามปามไปถึงสภาจังหวัด สภาเทศบาล สภาตำบล แล้วก็ละลายหายไปใน สายลมร้อนของฤดูคิมหันต์ เพราะชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ก็ยังตั้งอกตั้งใจเผาฟางใบไม้ แห้งกันอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ
ชาวบ้านก็ยังเผาขยะมูลฝอยกันอย่างสนุกสนานสำราญใจไปกับเปลวไฟสีส้มแสดที่แดงปลั่งในยามค่ำคืน และควันไฟที่หอมฟุ้งจรุงใจ ราวกลับกลิ่นกองไฟที่ใช้ย่าง ปลากรอบ ย่างลูกชิ้น ย่างหมูเสียบไม้ ย่างไส้กรอกตามร้านค้า รถเข็น ริมถนน รถแคม ทั่วราชอาณาจักร
เคยสอบถามชาวนาผู้อยู่ในอาการและอารมณ์เมามันส์ สุขสันต์ สำราญใจ ในขณะ ที่กำลังเผานาอย่างขะมักเขม้น จนหน้าตาขะมุกขะมอมด้วยขี้เถ้าสีดำที่ผสมเหงื่อที่ไหล ผสมไคลที่ย้อยว่า….“เผานาทำไม? ไม่เก็บฟางเอาไว้เลี้ยงควาย เอาไว้คลุมดิน เอาไว้ทำปุ๋ยหมัก เอาไว้อัดเป็นแท่งขายฟาร์มวัวเป็นอาหารวัวเนื้อ วัวนม ในฤดูแล้ง”
ชาวนาตอบว่า ทุกวันนี้มีแต่ควายเหล็กไม่ต้องกินฟางหญ้า น้ำ นอกจากน้ำมัน…ฮา!
อัดฟางเป็นแท่งไม่ได้ไม่มีใครรับจ้างอัดเพราะฟางน้อย ผืนนาอยู่กลางทุ่งรถอัดฟางเข้าไม่ถึง อัดแล้วไม่คุ้มค่าไม่คุ้มเวลาทำมาหากิน….ฮา!
ถามว่าทำไมไม่ปล่อยฟางทิ้งไว้ในท้องนา เผื่อเวลาไขน้ำ สูบน้ำ เข้านาในฤดูทำนารอบหน้า ฟางจะได้เน่าเปื่อยกลายเป็นปุ๋ย เป็นอาหารของต้นข้าวในนารอบต่อไป
ชาวนาตอบว่า ตอชังฟางข้าวย่อยสลายยาก เมื่อจ้างรถไถนาเจ้าของรถไถนาไม่ยินดีไถนาให้เพราะฟางพันผาลไถ ทำให้ต้องหยุดลงมาสะสางฟางออกจากผาลรถไถ ได้งานน้อยเสียรายได้ในแต่ละวัน จึงจำเป็นต้องเผาฟางตอซังฟางข้าวทิ้ง ท้าทาย กฎหมายยอมเสี่ยงคุก ตะราง
ถามว่า รถไถส่วนใหญ่ใครเป็นเจ้าของ อาเสี่ยร้านขายพันธุ์ข้าวปลูก หรือร้านปุ๋ยเคมี ร้านยาฆ่าแมลง
ชาวนาตอบว่า “ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรที่ทำไร่ นา สวน….(ฮา!) บางคนเป็นหัวหน้าระดับอำเภอ…ฮา! ซึ่งมีทั้งรถไถ รถดำนา รถเกี่ยวข้าว บริการในงานที่เป็นกันเอง (แพงกว่าเอกชน) ….ฮา!
แล้วทางราชการจะว่าอย่างไร…ฮา!



