36.7 C
Nakhon Sawan
วันพุธ, เมษายน 1, 2026
spot_img

จังหวัดนครสวรรค์ ร่วมมือ MOU จับคู่ธุรกิจ B2B Matchmaking ระหว่างเกษตรกร เอกชน โรงงาน

เมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 นาฬิกา ที่โรงแรมบ้านสวนรีสอร์ท อำเภอเมืองนครสวรรค์ ว่าที่ร้อย ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จับคู่ธุรกิจ (B2B Matchmaking) ระหว่างเกษตรกร  เอกชน  โรงงาน ว่าด้วยการมีส่วนร่วมนำร่องการเชื่อมโยงวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกับอุตสาหกรรมชีวมวลและวัสดุชีวภาพ โครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีนายคมกฤช อุทะโก เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอเมืองนครสวรรค์ หน่วยงานในกระทรวงเกษตร เกษตรกร และผู้แทนเกษตรกร เข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว

เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ในการที่จะบูรณาการสร้างความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบในทุกมิติ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ – เอกชน – โรงงาน และเกษตรกรในพื้นที่ ที่จะยกระดับปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จึงเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จับคู่ธุรกิจ (B2B Matchmaking) ระหว่างเกษตรกร – เอกชน – โรงงาน ว่าด้วยการมีส่วนร่วมนำร่องการเชื่อมโยงวัสดุเหลือใช้ ทางการเกษตรกับอุตสาหกรรมชีวมวลและวัสดุชีวภาพ ตามมาตรการบริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ภาคการเกษตร ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยจะร่วมกันรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ขับเคลื่อนมาตรการส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร ในอำเภอของตนเองอย่างทั่วถึง จะเป็นต้นแบบการทำการเกษตรปลอดการเผาในพื้นที่ และส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม   และการบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างยั่งยืนต่อไป

จังหวัดนครสวรรค์เป็นจังหวัดหนึ่งที่ประสบปัญหาไฟป่าหมอกควันเป็นประจำทุกปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาในที่โล่ง ทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร ซึ่งการเผาดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก เพราะทำให้ดินเสื่อมโทรม ขาดความอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ผลผลิตที่ได้รับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการส่งเสริม “การหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร” เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และจิตสำนึกแก่เกษตรกรให้ตระหนักถึงผลกระทบจากการเผา พร้อมส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร ในการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเหมาะสมและคุ้มค่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดองค์ความรู้  และระบบบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้อย่างเป็นระบบ ทำให้มีการเผาทำลายวัสดุเหล่านี้  โดยไม่เกิดประโยชน์ ทั้งที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น  การไถกลบเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน การผลิตปุ๋ยหมัก วัสดุปลูก เชื้อเพลิงชีวมวล หรือการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มได้ ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนแนวคิดจาก No Burn” ไปสู่ Green Gain” โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชน อีกทั้งยังลดการปล่อยฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจกจากการเผาในพื้นที่เกษตรซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล  ด้านการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy)  และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ข้อที่ 2 “ขจัดความยากจน” ข้อที่ 12 “การบริโภคและการผลิตอย่างยั่งยืน” และข้อที่ 13 “การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปสู่การเป็นวัตถุดิบต้นน้ำที่มีมูลค่าและสามารถนำเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ นำร่องการเชื่อมโยงวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกับอุตสาหกรรมชีวมวลและวัสดุชีวภาพ ตามแนวคิด Agro. – residue to Bio-economy Sandbox (A-Sandbox) หรือ นำร่องชุมชนปลอดการเผาในพื้นที่เกษตรเสี่ยงสูง Zero-burning Community Sandbox (B-Sandbox)

—————————–

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด