ฤดูหนาวเมืองไทยปีนี้ ตั้งต้นตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม 2568 และจะไปสิ้นสุดยุติลงราวๆปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ฤดูหนาวคราวนี้หนาวได้หนาวดี หนาวได้คุ้มค่าราคาเสื้อกันหนาวที่เก็บงำเอาไว้ตั้งหลายปี กว่าจะมีโอกาสได้คว้าออกมาสวมใส่ให้คุ้มเงิน คุ้มค่า คุ้มเวลา คุ้มความรู้สึก
แต่ภัยหนาวจะมาคู่กับภัยแล้ง ภัยที่มีควันไฟ ฝุ่นพิษ ไอร้อนจากผืนแผ่นดินที่แห้งแล้ง ควันไฟจากการเผาๆๆๆ ทั้งเผานา เผาป่า เผาไร่ เผาใบไม้ เผาขยะ เผาน้ำมันเชื้อเพลิง เผาอิฐ. เผาเตาอบถ้วยชามรามไห เผาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าชีวมวล เผาถ่านหินเพื่อผลิตไฟฟ้า เผาศพ และเผาหัวใจของชาวประชาให้รุ่มร้อนอันตรายด้วยควันพิษ ฝุ่นพิษ พี.เอ็ม. 2.5 ซึ่งมีอนุภาคเล็กถึง 2.5 ไมครอน เล็กกว่าขนาดตัดขวางของเส้นผมมนุษย์ปกติ 25เท่า
ฝุ่น พี.เอ็ม. 2.5 ในหน้าแล้งหน้าฌาปนกิจทั่วทุกทิศทางบนแผ่นดินไทยสามารถผ่านระบบกรองอากาศด้วย “ขนจมูก” ของมนุษย์เข้าสู่ปอด ทำให้เป็นมะเร็ง เข้าสู่หลอดเลือดก็ตกตะกอนทำให้เลือดหนืด หัวใจวาย หลอดเลือดสมองตีบ ส่งผลต่อเซลล์กล้ามเนื้อในหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งถ้าอาการรุนแรงก็อาจจะทำให้หัวใจวายเฉียบพลัน หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัวจนทำให้เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตกได้
พิษร้ายของฝุ่น พี.เอ็ม. 2.5 ที่เข้าสู่กระแสเลือดจนทำให้เลือดหนืดเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหรืออาการอัมพฤกษ์อัมพาตจนเสียชีวิต
วิธีการป้องกันเบื้องต้น แพทย์หญิงธนัญญา ศรีหะวรรณ์ จากโรงพยาบาลสมิติเวช กรุงเทพฯ แนะนำให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นพิษ P.M. 2.5 ที่เรียกว่าหน้ากาก N 95หรือ N 99 ที่สามารถกรองและป้องกันฝุ่น P.M. 2.5 ได้ ถึง 95 – 99%.
นอกจากนี้ต้องเลิกการเผาๆๆๆ ทั้งปวง ยกเว้นการเผาหม้อ กระทะ ซึ้งนึ่งข้าวบนเตาถ่านเตาแก๊ส ซึ่งเป็นการหุงหาอาหารประจำวันในครัวเรือน หรือตามร้านอาหารหรู ภัตตาคาร รถเข็นตามถนนหนทาง
ที่น่าหวาดหวั่นคือร้านย่างไก่ ย่างไส้กรอกอีสานริมถนนหนทางสร้างควันสร้างฝุ่นจากเตาถ่านได้มากมายมหาศาลจนแลดูน่ากลัวจริงๆ
ช่วงเวลาที่ฝุ่นพิษ พี.เอ็ม. 2.5 ฟุ้งกระจายในอากาศอย่างเข้มข้นหนาแน่น เป็นช่วงเวลาที่ไม่ควรออกกำลังกายกลางแจ้ง ถ้าบ้านใดมีฐานะก็เข้าห้องปรับอากาศที่หลีกหนีควันฝุ่นพิษ ถ้าไม่มีเครื่องปรับอากาศก็ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด อาจจะซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาถูกกว่าเครื่องปรับอากาศมาใช้ ในบ้านเรือนในห้องนอน
ที่สำคัญคือกลไกทุกระดับของทางราชการตั้งแต่จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ถึงครอบครัว ต้องเคร่งครัดในหน้าที่ป้องกันฝุ่นพิษ และเคารพกฎหมาย ต้องเห็นใจเพื่อนร่วมทุกข์
งดเผาทุกอย่าง….. ยกเว้น “เผาศพ” ที่ยังจำเป็นต้องเผาเพื่อความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ



