27.3 C
Nakhon Sawan
วันศุกร์, มกราคม 2, 2026
spot_img

ครูผู้สอนสามารถช่วยจัดการความเครียดของนักเรียนได้อย่างไร

การประสบความสำเร็จทางด้านการเรียนเป็นสิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ คนปรารถนา ได้เรียนจบอย่างสมบูรณ์ ได้เข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ในคณะและสาขาที่ตัวเองต้องการ ได้ก้าวไปสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้นอกจากความสามารถทางการเรียนรู้แล้ว ก็ต้องแลกมาด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ และเอาใจใส่อย่างมาก ถึงช่วยให้นักเรียนไปถึงจุดนั้นได้

เป็นธรรมดาที่การเรียนรู้นั้นไม่ใช่เรื่องที่สบาย โดยเฉพาะกับช่วงรอยต่อในการเรียนรู้จากระดับมัธยมศึกษา สู่การเรียนรู้ในระดับอุดมศึกษา เพราะเป็นช่วงที่นักเรียนจะต้องเร่งและผลักดันตัวเอง เพื่อเลื่อนระดับไปยังจุดหมายข้างหน้า ทำให้ช่วงรอยต่อนี้นับเป็นช่วงหนึ่งที่นักเรียนต้องเผชิญความเครียดจากการเรียนมากที่สุด

ความเครียด คือ ภาวะทางอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อบุคคลจะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ซึ่งเราทุกคนล้วนมีความเครียดอยู่ในตัวเองมากน้อยแตกต่างกันไป และรวมถึงมีวิธีการบำบัดความเครียดที่แตกต่างกันไปอีกด้วย

ความเครียดในระดับที่เหมาะสมนั้นมีผลดีกับตัวเราเพราะเป็นส่วนที่คอยผลักดันให้เราก้าวไปสู่ความสำเร็จ แต่ถ้ามีความเครียดมากจนเกินไป อีกทั้งไม่สามารถผ่อนคลายได้ ความเครียดนั้นก็อาจทำให้เราทำเรื่องที่ไม่ควรทำได้

ข่าวการฆ่าตัวตายของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเนื่องจากปัญหาความเครียดในประเทศไทยนั้น อาจไม่ใช่ปัญหาที่ชัดเจน เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแทบทุกปี และกลายเป็นผลพวงที่เป็นอันตรายอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากปัญหาความเครียด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมาก

เด็กและเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายนั้น นับได้ว่าอยู่ในวัยรุ่น ซึ่งในวัยนี้การเปลี่ยนแปลงในร่างกายและจิตใจต่าง ๆ นั้นส่งผลให้เกิดความเครียดขึ้นได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผลจากร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป สภาพอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดมีอารมณ์ความรู้สึกใหม่ที่ส่งผลให้ความว้าวุ่นใจ หรือแม้แต่แรงขับที่ทำให้ในวัยนี้แสดงออกมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบ มุทะลุ กล้าได้กล้าเสีย และไม่ได้คิดหน้าคิดหลังให้ดี จนส่งผลเสียกับตัวเอง  เช่น ทำร้ายคนอื่น ทำลายข้าวของ ลักขโมย ใช้เพศสัมพันธ์เพื่อบำบัดความเครียด หรือแม้แต่การฆ่าตัวตาย ซึ่งนับเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดในวัยรุ่นนั้น มีอยู่มากมายทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก อันได้แก่

– ไม่สามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้อย่างเหมาะสม เช่น มีรูปร่างที่เปลี่ยนไป จัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ หรือมีการขัดแย้งทางความคิดภายในตัวเอง                                                              – มีปัญหาในด้านการเรียน เรียนไม่รู้เรื่อง เรียนไม่ทัน ทำการบ้านไม่เสร็จ ผลการเรียนไม่ดี ทำให้วิตกกังวลกับอนาคตในด้านการเรียนของตัวเอง                                                     – มีปัญหากับแฟน ทะเลาะกับแฟน เลิกรากัน พลาดพลั้งไปมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน และเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์                                                                  – มีปัญหากับครอบครัว รู้สึกว่าครอบครัวไม่เข้าใจตัวเอง ไม่ชอบสถานะของครอบครัวในปัจจุบัน ทะเลาะกับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง

– มีปัญหากับเพื่อน ทะเลาะกับเพื่อน โดนเพื่อนแกล้ง และกลัวโดนล้อในเรื่องต่าง ๆ   – มีปัญหาด้านการเงิน เนื่องจากเงินไม่พอใช้ ติดการพนัน                       – กลั่นแกล้งในสังคมออนไลน์

จากสาเหตุเหล่านี้ ถ้าวัยรุ่นไม่ได้เรียนรู้ในการจัดการความเครียดในเรื่องต่าง ๆ อย่างเหมาะสมหรือขาดแนวทางในการบำบัดความเครียดที่ดี ก็อาจจะทำให้จัดการปัญหาความเครียดเหล่านี้ได้ยาก และอาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่ควรต้องให้คำแนะนำในการจัดการภาวะความเครียดดังกล่าว ซึ่งสำหรับในโรงเรียนนั้นครูผู้สอน โดยเฉพาะครูประจำชั้นคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุด สำหรับครูที่ดูแลนักเรียนที่เป็นวัยรุ่น การสังเกตสัญญาณการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในตัวนักเรียนคือ คือสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรารับรู้ว่านักเรียนกำลังเผชิญความเครียดรูปแบบไหน และควรช่วยเหลือพวกเขาอย่างไร ซึ่งสามารถช่วยเหลือได้ดังนี้                                             

ให้กำลังใจ ต้องยอมรับว่าปัญหาบางอย่าง นักเรียนจะต้องเผชิญและจัดการกับมันด้วยตัวเอง ไม่ใช่หน้าที่ของครูที่ควรเข้าไปช่วยจัดการได้ เช่น การมีปัญหากับเพื่อนหรือแฟน แต่แทนที่จะให้เขาจัดการกับสิ่งนั้นตามลำพัง การให้กำลังใจและเชื่อมั่นในตัวเขาในการจัดการกับปัญหานั้นด้วยตัวเอง ก็เหมือนเป็นพลังให้เขาจัดการปัญหาเหล่านั้นได้ดีขึ้น

ให้คำแนะนำ ปัญหาบางปัญหา เช่น ปัญหาการเรียน ครูอาจช่วยนักเรียนโดยการแนะนำและให้เวลากับเขาในการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ นอกจากนี้ปัญหาบางอย่างการได้รับคำแนะนำที่ดีจากผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่า ก็จะช่วยให้นักเรียนจัดการปัญหาเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ครูต้องมองนักเรียนว่าเป็นคนเก่งและมีความสามารถเสมอ อย่ามองว่าพวกเขาเป็นตัวปัญหา เพราะจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย                                   พูดคุยปรับความเข้าใจ     ถ้าทราบว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในปัญหาความเครียดของนักเรียน เช่น ดุเกินไป สอนไม่เข้าใจ หรือแสดงออกไม่ยุติธรรมในสายตาของนักเรียน การที่ครูพูดคุยปรับความเข้าใจกับนักเรียน น่าจะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดความเครียดของนักเรียนได้ และทำให้นักเรียนมีทัศนคติที่ดีขึ้น                                                     

ให้คำปรึกษา ครูควรมีเวลาและเปิดโอกาสให้นักเรียนเข้ามาปรึกษาปัญหาต่าง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดแค่เรื่องการเรียน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้นักเรียนได้ระบายความเครียด โดยการเล่าเรื่องต่างๆแล้ว ยังช่วยให้สัมพันธภาพระหว่างครูกับนักเรียนดีขึ้นอีกด้วย แต่ต้องไม่ลืมว่าในการให้คำปรึกษา เรื่องที่คุยกับนักเรียนต้องเก็บไว้เป็นความลับและสื่อสารเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น

จัดสถานที่ในโรงเรียนให้มีมุมผ่อนคลายและพักผ่อนหย่อนใจ การจัดสถานที่ในโรงเรียนให้มีลานกีฬา ห้องนั่งเล่น และเปิดโอกาสให้นักเรียนใช้อย่างเหมาะสมในทุกโอกาส จะช่วยลดความเครียดบางอย่างให้กับนักเรียนได้ นอกจากนี้การสร้างสรรค์ห้องเรียนให้นักเรียนรู้สึกผ่อนคลายและเป็นส่วนหนึ่ง ก็จะช่วยลดทอนความเครียดในบางเรื่องของนักเรียนลงได้อีกด้วย          สนับสนุนโครงการที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน นักเรียนที่เป็นวัยรุ่นนั้นต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ดังนั้นเพื่อให้นักเรียนเติบโตไปตามพัฒนาการอย่างเหมาะสม การสนับสนุนให้นักเรียนร่วมโครงการที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตจะช่วยให้นักเรียนมีแนวทางในการพัฒนาตนเอง มีวุฒิภาวะและสามารถจัดการความเครียดของตัวเองได้ดีขึ้น   

ประสานงานและให้การช่วยเหลือ สำหรับภาวะความเครียดของนักเรียนในระดับที่เป็นอันตราย เช่น เป็นอันตรายต่อร่างกาย ตนเองและผู้อื่น นอนไม่หลับ หรือ เริ่มป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ครูควรแนะนำนักเรียน รวมถึงผู้ปกครองให้พานักเรียนไปพบจิตแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อวินิจฉัยเพื่อหาแนวทางบำบัดรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ความจริงในยุคปัจจุบันการจัดการความเครียดควรเป็นศาสตร์หนึ่งที่ต้องมีสอนในโรงเรียน เพราะไม่เฉพาะวัยผู้ใหญ่เท่านั้นที่เผชิญความเครียด เด็กและเยาวชนต่างก็มีความเครียดในมุมมองของเขาเช่นเดียวกัน

ผู้ใหญ่หลายคนมักมองว่าความเครียดของเด็กและเยาวชนนั้นเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับความเครียดของตัวเอง จนหลงลืมไปว่าในโลกของเด็กและเยาวชนนั้น ความเครียดที่อาจดูน้อยนิดในสายตาผู้ใหญ่นั้น

อาจจะใหญ่เกินกว่าจะรับไหวแล้วสำหรับพวกเขา ดังนั้นเมื่อทราบว่าพวกเขากำลังเครียด อย่าพยายามเอาความเครียดของเราไปแสดงให้เห็นว่าความเครียดของใครใหญ่กว่ากัน แต่ควรให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาและแนะนำเขา เพื่อให้พวกเขาจัดการความเครียดของตัวเองได้อย่างเหมาะสมจึงจะเป็นวิธีการที่ถูกต้องที่สุด

—————————

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด