ถึง พ.ศ. นี้ คุณ “ศรัทธา” อะไรได้บ้าง ?
ก่อนจะเขียนบทความนี้ ผมไปเปิดพจนานุกรมจาก iPad เพื่อที่จะเข้าใจความหมายของคำว่า… “ศรัทธา ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า Believe in ”มีความหมายในภาษาไทยว่า ความเชื่อ…วางใจ…เชื่อใจ ศรัทธา
เขาให้คำแปลความหมายมาเท่านี้
แล้วผมไปเปิดหนังสือสอนธรรมะอีกเล่ม ชื่อ “100 ถ้อยธรรม” ของ พิสิฏฐ์ ภัสฐาพงษ์ ที่ผมใช้อ้างอิงเวลาจะเขียนอะไรที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
ในหนังสือ “100 ถ้อยธรรม”กล่าวถึง ศรัทธา ไว้ 4 อย่าง
คำแปล ศรัทธา หมายถึง ความเชื่อ ความเลื่อมใส ความเชื่อประกอบด้วยเหตุผล ความเชื่อในสิ่งดีงาม
นอกจากนี้ยังอธิบายขยายความให้อีกว่า ศรัทธาในพระพุทธศาสนา มี 4 อย่าง
หนึ่ง…กัมมสัทธา เชื่อเรื่องกรรม เชื่อว่ากรรมมีอยู่จริง เรื่องการกระทำ คือเชื่อว่าเมื่อทำอะไรโดยมีเจตนา จงใจ ทำทั้งที่รู้ ย่อมเป็นกรรม การกระทำไม่ว่างเปล่า เชื่อว่ามีผลที่ต้องการสำเร็จได้ด้วยการกระทำ มิใช่ด้วยอ้อนวอนหรือนอนคอยโชค
เหมือนเอาเงินไปซื้อเสียงแลกกับคะแนน เพื่อให้ได้เป็น ส.ส. หลอกให้เขาเชื่อ โดยเอาเงินไปล่อตาล่อใจ นี่ก็บาป
สอง…วิปากสัทธา เชื่อผลของกรรมมีจริง เชื่อว่ากรรมที่ทำแล้วต้องมีผล และผลต้องมีเหตุ ผลดีเกิดจากกรรมดี ผลชั่วเกิดจากกรรมชั่ว
สาม…กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อความที่ว่าสัตว์โลกมีกรรมเป็นของตน เชื่อว่าแต่ละคนรับผิดชอบเสวยวิบากไปตามกรรมของตน
สี่…ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มั่นใจในองค์พระตถาคตว่าทรงเป็นสัมมาสัมพุทธะ เป็นผู้นำที่แสดงให้เห็นว่า มนุษย์เราทุกคนหากฝึกตนดีก็สามารถเข้าถึงภูมิธรรมสูงสุดบริสุทธิ์หลุดพ้นได้
ศรัทธา หรือ สัทธา จึงเป็นองค์ธรรมที่สำคัญในพระพุทธศาสนา ต้องมีความเลื่อมใส เชื่อในการตรัสรู้ จึงน้อมนำใจสู่ความมุ่งมั่นในการศึกษาปฏิบัติธรรมต่อไป
ผมพยายามที่จะนำมากล่าวให้ครบถ้วนในทุกๆมุม ก็เพื่อจะเอามาเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบัน เพราะยุคสมัยนี้ คนในสังคมเราเริ่มที่จะหมดศรัทธาไปหลายเรื่อง ผมกลัวว่า วันที่คนส่วนใหญ่เกิดอาการกลัว เกิดขาดความเชื่อมั่นศรัทธาอะไรเสียแล้ว
เราจะดึงเอาสังคมกลับมาสู่ความปกติสุขได้อยาก
การเลือกตั้งที่เพิ่งจบไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ วันนี้เวลาเลยมา 22 วัน กกต.ยังรับรองอะไรไม่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์เลย
ประชาชนเริ่มไม่ศรัทธาการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ไปแล้ว ตัวบุคคลที่ได้รับเลือกไป เป็น ส.ส. รวมทั้งพรรคการเมืองที่ชนะไป คนไทยก็ไม่ศรัทธา ไม่เชื่อว่า… “ไม่โกง”
พี่น้องเพื่อนร่วมชาติที่รักครับ หลายคนพยายามขอร้องให้คนไทยเราเชื่อศรัทธา ในองค์กร ในสถาบัน พูดเชิญชวนกันจนปากจะฉีกถึงหูแล้ว
ความเชื่อ ความศรัทธา…มันก็ไม่เกิด
พรรคการเมือง นักการเมืองที่เอาเงิน 500 บาทบ้าง 1,000 บาท บ้างที่เอามาฟาดหัวประชาชนเพื่อเอาคะแนนเสียงไป
คนที่รับเงิน เขาก็ไม่ได้ภูมิใจในตัวผู้แทนเลย ที่จ่ายเงินซื้อเสียง แถมยังด่าลับหลังไป ตามๆกันด้วย… “มันจ่ายเงินมาซื้อเสียง มันยังหน้าด้านรื่นเริงบันเทิงใจกัน” อยู่ได้
กลับไปอ่านคำว่า…”ศรัทธา ในบรรทัดต้นกันให้ดีๆนะครับ”
แก่ตัวลงกรรมเวรตามทันจะเจ็บป่วยทุกข์ทรมานมากนะ เดี๋ยวจะหาว่า…อ้ายเรืองไม่ เตือน ?
……………………………………………………………………………



