ภาพความโกลาหลของนักเรียนที่ไปสอบแข่งขันเข้าเรียนต่อในโรงเรียนชื่อดังยอดนิยมในเมืองหลวงเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่แพร่ระบาดในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก่อให้เกิดความขัดแย้งในความคิดทางสังคมอย่างรุนแรง และเสียงกระหึ่มของความขัดแย้งทางความคิดของผู้คนหลากวัย หลากอาชีพ หลากความคิด กลับก่อให้เกิด“สติ”แก่สังคมการศึกษาของไทย
ผู้มีปัญญาในสังคมไทยให้สติว่า การที่นักเรียนที่เป็นกุลบุตรกุลธิดาของบรรดาบุพการีในประเทศไทยที่ต้องการเป็นคนเก่ง ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนทิ้งภูมิลำเนาในต่างจังหวัด ดั้นด้นเข้าไปแย่งกันสอบเข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดัง 4 – 5 แห่งในเมืองกรุง
เพราะนอกจากการละทิ้งภูมิลำเนาที่เคยอยู่อาศัยอย่างแสนสุขในต่างจังหวัดที่มีบ้านเรือนของตนเอง กลับต้องเข้าไปเช่าหอพัก หาที่อยู่ในเมืองหลวงที่เสียค่าใช้จ่ายสูงในขณะที่ยังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง และสร้างภาระด้านค่าใช้จ่ายให้พ่อแม่
อาหารการกินที่เคยอุดมสมบูรณ์เมื่อครั้งอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอนที่อบอุ่นด้วยความรักของพ่อแม่พี่น้อง ก็ต้องเสียค่าอาหารการกินและอยู่อย่างอ้างว้างกลางเมืองใหญ่ที่ไม่มีบุพการีหรือญาติพี่น้องอยู่ใกล้ และยังเป็นสถานที่ ที่ค่าครองชีพทุกอย่างแพงกว่าในชนบทหรือต่างจังหวัด
ค่าใช้จ่าย ด้านการคมนาคมในการเดินทางไป – กลับบ้านในต่างจังหวัดในช่วงที่โรงเรียนปิดเทอมก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สร้างความลำบากให้สถานะทางการเงินในครอบครัวอย่างยิ่งใหญ่และยาวนาน
ในขณะที่การเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือตอนปลายในบ้านของตนเอง หรือจังหวัดบ้านเกิดที่เป็นภูมิลำเนาจะเปี่ยมล้นด้วยความสุข ด้วยความประหยัดในทุกๆด้าน ได้ความอบอุ่นจากผู้ปกครอง ญาติมิตร เพื่อนฝูงมากหน้าหลายตา ตั้งแต่ชั้นประถมฯ รวมทั้งรุ่นพี่ๆในโรงเรียนเดิมที่ยังทำงานประกอบอาชีพอยู่ในภูมิลำเนา ได้พบปะสังสรรค์เห็นหน้าเห็นตาวิสาสะกันได้ตลอดเวลา
บ้านไม่ต้องเช่า (ให้พ่อ – แม่เช่าต่อไปตามเดิม ไม่ต้องเพิ่มค่าเช่าหอพักของเราในเมืองหลวง) ได้สัมผัสธรรมชาติในชนบท อากาศสดใสไม่อุดมด้วยฝุ่น พี.เอ็ม 2.5 และควันพิษจากยวดยานในการจราจร
ห้องสมุดประชาชนของจังหวัด อำเภอ โรงเรียนของเราและโรงเรียนอื่นก็ไม่น้อยหน้าหอสมุดแห่งชาติในเมืองหลวง และห้องสมุดตามเขต แขวงต่างๆในกรุง
ครูบาอาจารย์ในโรงเรียนต่างๆในต่างจังหวัดก็มีภูมิรู้ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้บรรดาลูกศิษย์ไม่ต่างกัน เพราะส่วนใหญ่ก็จบการศึกษามาจากสำนักเรียนระดับมหาวิทยาลัยเดียวกัน
ที่สำคัญคือคนเก่งไม่ใช่เพราะครูบาอาจารย์ดลบันดาลให้ได้แต่ฝ่ายเดียว แต่นักเรียนต้องสนใจใฝ่หาความรู้ใส่ตนเองด้วย
และที่สำคัญที่สุดก็คือ…..คนเก่งกับคนดี ไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนเดียวกัน
คนเก่งที่โกงเก่ง ไม่มีความเป็นคนดีอยู่ในตนก็มีอยู่ท่วมท้นล้นแผ่นดิน



