ผมจั่วหัวว่า… “ชีวิต ที่นับวันจะอยู่ยากขึ้น” คุณว่าจริงไหมครับ ?
ลองหันไปรอบๆตัวเราสิครับ…คนคลั่งยาบ้า มีทุกวัน…คนมีสุขภาพจิตที่ขาดยา แล้วออกมาทำร้ายคน…ก็มีทุกวัน…พวกโจรที่พร้อมจะฉกฉวยเงินในบัญชี ก็ยังมีอยู่ทุกวัน…คือพวกสแกมเมอร์ Scammer เป็นมิจฉาชีพออนไลน์ ที่ใช้กลอุบายหลอกลวงเพื่อเอาเงิน เอาข้อมูลส่วนตัวเรา หรือผลประโยชน์อื่นๆผ่านทางโซเชียลมิเดีย ไม่ได้น้อยลงเลย ฯลฯ
นี่ยังไม่รวมถึงการรบราฆ่าฟัน ประหนึ่งว่าสงครามมีอยู่ทุกมุมโลก ไทยฟาดกับเขมร…รัสเซีย กับ ยูเครน…ปากีสถาน กับ อัฟกานิสถาน…ล่าสุด และยังดำเนินกันอยู่ก็ อเมริกา อิสราเอล กับ อิหร่าน จัดเป็นหน่อนั้งพะเจ็กนั้ง( 2รุม1 )
คู่สุดท้ายนี้หนักกว่าทุกคู่ ทุกสนาม และจะลามปามไปเป็นสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่ ต้องตามดูด้วยความตื่นเต้น
การมีความไม่สงบขึ้นในภูมิภาคใด ห่างไกลกันแค่ไหน โลกวันนี้ทำให้มันใกล้กันไปหมด เพราะกลางวัน กลางคืน ระยะทาง ไม่ได้เป็นอุปสรรคอีกต่อไปมานานแล้ว
คำพูดที่ว่า… “เพียงผีเสื้อขยับปีก ก็สะเทือนถึงดวงดาว” มันคือความจริง
และ…ที่มันอยู่ยาก การเมืองบ้านเราก็เป็นหนึ่งในปัจจัย ที่ทำให้คนไทยเราไม่มีความสงบสุข หากินฝืดเคีองมาตลอด ตั้งแต่ พ.ศ. 2549 มาจนถึง พ.ศ. 2569 ระยะเวลาผ่านมาถึงประมาณ 20 ปี คือผมนับเอาตอนรัฐบาลทักษิณ โดนปฏิวัติโดย พล.อ. สนธิบุญยรัตกลิน หรือบิ๊กบัง
20 ปี เพื่อนบ้านเราในกลุ่มอาเซียน ที่เคยล้าหลังเรา วันนี้ก็ดูจะนำหน้าเราไปแล้ว เช่นเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ตัวชี้วัดก็คือ GDP ที่สูงขึ้นกันทุกประเทศ
ย้อนไปเมื่อผมยังเป็นเด็กเรียนอยู่ประมาณชั้น ป. 4 ราวพ.ศ. 2499 ก็พอจะรับรู้เรื่องข่าวสารบ้านเมือง ช่วงนั้นรัฐบาลห้ามคนไทยติดต่อกับประเทศจีน เพราะจีนเป็นคอมมิวนิสต์ คนไทยเรียกว่า… “จีนแดง”
คนจีนที่อพยพ มาอยู่ในเมืองไทย ทำมาหากินได้เงินยังต้องส่งไปให้ญาติๆที่เมืองจีนอยู่เลย
พอผมเริ่มโตเข้าทำงานหาเงินใช้ได้เอง ก็ราวพ.ศ. 2510 จีนก็เริ่มฟื้นตัว ถึงยุคเติ้ง เสี่ยวผิง ขึ้นมาปกครองจีนระหว่าง ค.ศ 1978 – 1989 (2521 – 2532)
จนมาถึงวันนี้ เวลาผ่านไป 37 ปี จีนนำไทยไปไม่รู้ว่ากี่ขุม
ผมไม่รู้ว่าคนในยุคนั้นที่บริหารบ้านเมือง เป็นรัฐมนตรี เป็นส.ส. ถึงวันนี้ เขาคิดอย่างไรว่า ในระหว่างที่คนจีนยังตั้งตัวไม่ได้ จนวันนี้เขานำเราไปแล้ว คิดกันอย่างไร?
ขออนุญาต ยกตัวอย่าง คนรุ่นราวคราวเดียวกับผมคือ ส.ส. บางจังหวัด เกิดไล่เลี่ย กับผม เป็นนักการเมืองที่ได้เป็นรัฐมนตรีต่อเนื่องมาหลายยุคหลายสมัย น้ำท่วมซ้ำซาก แกก็แก้อะไรไม่ได้
มาถึงวันนี้แกก็ยังอยากจะเป็นรัฐบาล เป็นรัฐมนตรีอีก ไม่รู้ว่าแกได้มีโอกาสตอบคำถามอะไรคนรุ่นใหม่ๆบ้างไหมว่า… “ที่เราสู้จีน สู้เวียดนาม ไม่ได้ในตอนนี้ ที่ผ่านมาคุณทำอะไรให้กับประเทศนี้บ้าง ?”
ที่ยกตัวอย่างคนเป็น ส.ส. หลายสมัย ผมไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวอะไรกับเขา เขาก็ไม่รู้จักผม เพียงแต่ผมยกต้วอย่างว่าการเป็นนักการเมืองอาสามาทำงานแทนประชาชน กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน มันก็ควรจะมีคำตอบดีๆมาเล่าสู่กันฟังบ้าง
ถ้าคนที่อยู่มานาน แล้วยังทำให้คนไทยต้องอยู่ยากอย่างทุกวันนี้ ควรจะพิจารณาตนเองบ้างนะครับ โดยเฉพาะคนเป็นนักการเมือง !
……………………………………………………………………



