ขิง ให้สารจินเจอรอล และโชกาออล ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน ลดอาการแพ้ท้อง เพิ่มน้ำนมให้กับคุณแม่หลังคลอด พร้อมด้วยสรรพคุณลดความเสี่ยงมะเร็ง และสรรพคุณอื่นๆ อีกมากมาย หากกินอย่างถูกวิธี ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่แน่นอน
ทำความรู้จัก ขิง คืออะไร?
ขิง คือพืชล้มลุกในไทย ลำต้นอยู่ใต้ดิน นิยมเรียกลำต้นว่า แง่งขิง ขิงกลายมาเป็นสมุนไพรพื้นบ้านเพราะหาได้ง่าย นำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู และมากไปด้วยสรรพคุณทางยาเพราะในขิงประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย และสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย (Zingiberene, Zingiberol, Gingerol, Shogaol)1 โดยขิงมีรสชาติหวาน แต่ให้ความรู้สึกเผ็ดร้อน สามารถนำมารับประทานสด นำไปประกอบอาหาร หรือทำน้ำขิงไว้จิบให้ชุ่มคอก็ได้เช่นกัน
สรรพคุณและประโยชน์ของน้ำขิง หรือขิงสด 13 ประการ
ขิง มีสรรพคุณทางยา พร้อมด้วยประโยชน์มากมาย มาดูประโยชน์ 13 อย่างของน้ำขิงและขิงสด ที่ผู้หญิงควรรู้
- ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน
ขิงมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน ผู้ที่มีอาการคลื่นไส้อยู่บ่อยๆ หากรับประทานน้ำขิงที่อุดมไปด้วยสารจินเจอรอล (Gingerol) และโชกาออล (Shogaol) ที่ช่วยบรรเทา และต่อต้านอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้เป็นอย่างดี
- ช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือน
สารจินเจอรอลและโชกาออลที่มีอยู่ในขิง มีประโยชน์มากมายต่อผู้หญิง นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้แล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการปวดโดยเฉพาะอาการปวดประจำเดือน การดื่มน้ำชาขิง ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้ดีกว่าการดื่มชาสมุนไพรอื่นๆ
- ขับลม แก้ท้องอืด
ขิงมีสรรพคุณช่วยขับลมและแก๊สภายในร่างกาย แก้ท้องอืดได้เป็นอย่างดี การรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของขิงหรือจิบน้ำขิง ทำให้ร่างกายได้รับน้ำมันหอมระเหย สารสะกัดอะซีโตน จินเจอรอล และโชกาออล ที่มีส่วนช่วยในการขับลม แก้ท้องอืด
- เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันไข้หวัด
ขิงมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ขิงมีประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันไข้หวัดได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ฤทธิ์ร้อนของขิงยังมีสรรพคุณช่วยป้องกันไข้หวัดได้อีกด้วย
- ชะลอความแก่
ความแก่ชราเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากอายุที่มากขึ้นแล้ว ผู้หญิงหลายๆ คนก็กังวลเกี่ยวกับผิวหนังที่เหี่ยวย่น ริ้วรอย พร้อมกับความหย่อนคล้อยที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ โดยปัญหาเหล่านี้เกิดจาก Elastase ที่สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ตามร่างกาย ขิงมีสารที่ช่วยป้องกัน Elastase ได้ ทำให้ช่วยชะลอปัญหาผิวหนังที่เกิดจากอายุที่มากขึ้นได้
- บรรเทาอาการท้องร่วง ท้องเสีย
จากการทดลองในปี 2550 และ 2558 พบว่าขิงมีประโยชน์ช่วยป้องกันแบคทีเรีย อีโคไล ที่พบได้ในลำไส้ที่เป็นต้นเหตุของอาการท้องร่วง ขิงยังมีช่วยป้องกันการสะสมของของเหลวในลำไส้ ที่ส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วงอีกด้วย
- บรรเทาปวดไมเกรน
ขิงสด ช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ สารสกัดที่ได้จากขิงสดช่วยเพิ่มเซโรโทนินในสมอง ซึ่งสารเซโรโทนิน สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวดไมเกรน
- ต้านไวรัส
การกินขิงสด ดื่มน้ำขิง หรือการกินอาหารเสริมที่มีขิงเป็นส่วนประกอบ มีประโยชน์ในการต้านเชื้อไวรัสต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขิง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบ อีกทั้งยังลดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย
- บรรเทาข้อเข่าเสื่อม
สารจินเจอรอล และโชกาออล ที่มีอยู่ในขิง ช่วยบรรเทาอาการข้อเข่าเสื่อมได้เป็นอย่างดี ทำให้ในหมู่นักกีฬาและคนวัยชราที่มีความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมมากกว่าผู้อื่นนิยมกินขิง ทั้งในรูปอาหาร น้ำขิงหรือในอาหารเสริม
- เพิ่มน้ำนมให้คุณแม่หลังคลอด
รสร้อนจากขิง มีสรรพคุณช่วยให้คุณแม่เจริญอาหารหลังคลอด พร้อมทั้งย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดีมากยิ่งขึ้น ทำให้น้ำนมเพิ่มขึ้น คุณแม่บางคนจึงนิยมจิบน้ำขิงแทนน้ำเปล่า หรือกินขิงเป็นอาหารเสริมเพื่อให้เจริญอาหารและมีน้ำนมเพิ่มมากขึ้น
- บรรเทาอาการอักเสบ
ขิงมีสารประกอบจากธรรมชาติมากกว่า 400 ชนิด พร้อมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระถึง 40 ชนิด จึงมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี
- ควบคุมน้ำหนัก ต้านเบาหวาน
ขิง มีสรรพคุณช่วยปรับปรุงระดับไขมันในเลือดได้ ป้องกันเบาหวาน คนที่เป็นเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถกินขิงในมื้ออาหารได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น และมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ สำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก
- ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง
มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมในผู้หญิง สารจินเจอรอลในขิง มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ นอกจากนี้อาการอักเสบมีส่วนที่ทำให้เกิดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม ดังนั้นการกินขิงนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็ง และบรรเทาอาการอักเสบ ยังจะช่วยป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมได้เป็นอย่างดี
ที่มา: https://nutrilite.co.th/th/article/ginger



