เมื่อ ‘เมษายน’ มาเยือน อุณหภูมิของประเทศไทยในระดับ “ร้อนมาก” กับควันไฟ จากการเผาฟางข้าวในนา เผาใบไม้กิ่งไม้ใบหญ้า ก็จะโชยมา โหมมา ทำร้ายระบบ ทางเดินหายใจของประชาชนคนไทย ตามวงจรชีวิตวิถีสังคมเกษตรกรตามปกติ
แม้ทางบ้านเมืองจะเคืองแค้น ข่มขู่ผู้เผาไร่ นา สวน เผาขยะ ว่าเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย
เป็นผู้ทำลายอากาศที่บริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นยองใย ที่เป็นสมบัติของสังคมไทยที่ทุกคนมีสิทธิ์สูดดมเป็นลมหายใจเข้าไปหล่อเลี้ยงชีวิต และใช้ประโยชน์ในการภาวนาเพื่อสร้างสมาธิในภารกิจ ‘วิปัสสนาพาณิชย์’ ของบางสำนักฯ
มีบทลงโทษผู้เผานา สวน ไร่ เผากองกิ่งไม้ ใบไม้ เผาขยะ
แต่กลับไม่เคยได้ยินว่าจะมีการจับกุมคุมขังลงโทษ “มือเผา” เหล่านี้ให้สังคมได้ชื่นใจบ้างอย่างสม่ำเสมอ
อาจจะมีข่าวคราวบ้างเป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้ผู้คนในสังคมหลงลืมว่า “การเผานา ไร่ สวนและกองขยะเป็น ‘ทุรกรรม’ ระดับอภิมหาอนันตริยกรรมที่เกษตรกรและประชาชนพลเมืองกระทำผิดกฎหมาย”
แต่เราจะไม่เคยได้ยินการกวดขันลงโทษ จับกุม คุมตัวผู้บริหาร ผู้จัดการโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภท ที่ปล่อยควันพิษทางปล่องควันขึ้นไปสร้างมลพิษในท้องฟ้านภาลัยและชั้นบรรยากาศ
ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดบาดใจปวงชนในการบังคับใช้กฎหมายในบ้านเมืองไทยที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่ง
ในข่าวร้ายก็มีข่าวดีแทรกเข้ามาให้ชาวประชาเมืองนครสวรรค์รู้สึกหรรษา นิยม ชื่นชม ยินดี ปรีดา ปราโมทย์ เพราะมีข่าวการประชุมเรื่องหนึ่งที่โรงแรมบ้านสวนรีสอร์ทเมื่อวันอังคารที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา
เรื่อง“แนวทางการใช้ประโยชน์จากฟางข้าวในภาคพลังงานและอุตสาหกรรม” โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ (ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์) เป็นประธานการประชุม โดยมีภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ,การค้า,อุตสาหกรรม ฯลฯ เข้าร่วมประชุมระดมความรู้ ความคิด ความเห็นกันอย่างอึกทึกครึกโครม
ซึ่งล้วนแล้วไปด้วยประโยชน์ของภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคสังคมเมือง,สังคมไทย,สังคมโลก ซึ่งเป็นกรณีที่น่าตื่นตาตื่นใจในรายละเอียดของการประชุมยิ่งนัก
มีการรวบรวมค้นคว้าหาข้อมูลปริมาณฟางข้าวในแต่ละรอบของฤดูทำนาในเมืองนครสวรรค์ คุณภาพฟาง ราคาซื้อขายฟ่อนฟาง สถานที่เหมาะสมในการเป็นจุดศูนย์กลางในการรับซื้อหรือขายฟาง เพื่อเพิ่มรายได้ให้ชาวนา เพื่อลดการเผาตอซังฟางข้าวในพื้นที่เกษตรนับแสนไร่ในเมืองนครสวรรค์
เพื่อรักษาอากาศให้สะอาดปราศจากควันไฟควันพิษในฤดูร้อน กำจัดม่านควันไฟจากการเผานา เผาตอซังและฟางข้าว ที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ จนถึงระดับเกิดการบาดเจ็บล้มตายวายชีวาของปวงประชาผู้ใช้รถใช้ถนนรนแคม
ถ้ามีโอกาสเล็ดลอด ลักลอบเข้าไปล่วงรู้ความลับในการประชุมครั้งนี้ที่เป็นประโยชน์กับสังคมไทยในเมืองนครสวรรค์ และจะเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของชาวนาไทยได้เมื่อใด?
จะนำมาแชร์ให้ปวงชนชาวไทยได้ร่วมชื่นชมภายในชาตินี้หรืออย่างช้าก็ชาติหน้า แต่ไม่น่าจะเกินปีพุทธศักราช 2569
บก.


