> ตอน “เศรษฐกิจพอเพียง!…คือ คำตอบ!!!”
“ในหลวง รัชกาลที่ 9” ทรงเน้นย้ำแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมายาวนานนับ 10 ปี ในช่วงพระชนม์ชีพของพระองค์จนน่าจะทรงท้อพระราชหฤทัย เพราะนอกจากจะหาส่วนราชการใดๆ ที่จะมีสำนึกเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรม ก็หายากดั่งงมเข็มในมหาสมุทร
ยังหาผู้เข้าใจและน้อมนำไปปฏิบัติได้อย่างยากเย็นเข็ญใจจนตราบสิ้นรัชกาล
หรือเรื่องการนำน้ำมันปาล์มที่ ‘ราคาตกรูดมหาราช’ มาผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆตามสัดส่วนที่ต่างกัน ทั้งในด้านปริมาณน้ำมันพืชที่ใช้ ในด้านราคาและในด้านประสิทธิภาพของการเผาไหม้ หรือที่เรียกกันว่า ‘พลังอ็อกเทน’ ในเครื่องยนต์
จนก่อให้เกิดน้ำมันเชื้อเพลิงราคาประหยัดมากมายหลายประเภทของประเทศไทย
ในวันนี้โลกและชาวไทยได้ประจักษ์แล้วว่า สายพระเนตรของพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 ยาวไกลเพียงใด
หรือจะเทิดพระเกียรติด้วยคำว่า “พระวิสัยทัศน์ของพระองค์ทรงยาวไกลกว่าผู้นำคนใดของไทยและหลายๆประเทศ” ก็ไม่ผิดไปจากความเป็นจริงที่อุบัติ บังเกิด และดำรงอยู่ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ และจะต้องคงอยู่คู่ดินฟ้า เคียงคู่สังคมไทยและสังคมโลกไปอีกชั่วกัลปาวสาน
ตราบเท่าที่ผู้นำกระหายอำนาจ กระหายเงิน กระหายเลือด หรือผู้นำประเทศที่วิปริตคิดชั่วช้าสามานย์ในหลายๆ ประเทศ ได้กระทำลงไป
ดั่งที่ผู้นำบางประเทศกำลังประพฤติอยู่ในบางมุมของโลกในยามนี้ ทำให้ความกาลี ความชั่วช้า ความย่อยยับอัประมาณแผ่ซ่านเข้าเคลือบคลุมในบางภูมิภาคของบางซีกโลก
ก่อให้เกิดความโศกสลด ความเสียหายกับทุกฝ่ายในหลายๆประเทศ ในบางซีกโลก ซึ่งบางประเทศก็มีผู้นำทางศาสนาเข้ามาร่วมบัญชาการรำบาญในสงครามทางโลก
เมื่อเกิดสถานการณ์ปีนเกลียวจนเขม็งเกลียวแล้วกลับกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศ ระหว่างภูมิภาค ระหว่างทวีป
ความลำบาก ความอดอยากจากสภาวะสงคราม ทำให้ความจำเป็นในการที่จะต้องหันไปหาสภาวะ “พอเพียง” จึงบังเกิดเป็นรูปธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทำให้พสกนิกรชาวไทยได้ย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าล้นกระหม่อม “ในหลวง รัชกาลที่ 9” กันอย่างพร้อมเพรียงกันในเรื่อง “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”
และน้ำมันโซฮอล์ ประเภทต่างๆ ที่พระราชทานแนวคิดในการประดิษฐ์คิดค้นน้ำมันเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ๆขึ้นในโลก
ก็เป็นหนทางรอดพ้นทุกข์ภัยของปวงชนชาวไทยในวันนี้
ในกรณีที่สำคัญที่สุดในยามนี้คือเราไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงราคาถูกใช้กันอีกต่อไป อันเนื่องมาจากการกักตุนของกลุ่มนักธุรกิจฉ้อฉล นักค้าน้ำมัน(เถื่อน) พ่อค้าวาณิช ที่เข้าไปบริหารประเทศอยู่ในขณะนี้
ซึ่งถ้าเรามีการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงราคาถูกได้ในส่วนของเกษตรกรในชนบท หรือเรามีผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่คิดทำร้ายประชาชนในความปกครองของตน ซึ่งก็คือประชาชนพลเมืองที่มีสิทธิเลือกตั้ง และเป็นผู้ ‘กากบาท’ เลือกตั้งบรรดานักการเมืองเหล่านี้ เพื่อให้เข้าไปดูแลบริหารบ้านเมือง บริการประชาชนให้พ้นทุกข์ ไร้ปัญหา เพื่อให้มีความสุขกันถ้วนหน้า ดั่งพระราชปณิธานของ “ในหลวง รัชกาล ที่ 9” และ “ในหลวง รัชกาลปัจจุบัน”
เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะไม่เป็นปัญหาของประชาชน พลเมืองและเกษตรกร ในท้องไร่ ท้องนา ป่าเขาลำเนาไพรและเรือกสวนผลไม้ ดังเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้
เกษตรกรควรจะต้องเริ่มย้อนคิดแล้วว่า ถ้าเราไม่สามารถซื้อหาน้ำมันเชื้อเพลิงราคาถูกมาเติมเครื่องยนต์รถไถนา รถดำนา รถเกี่ยวข้าว รถอีแต๊ก-อีแต๋น ไอ้ตุ๊ก-ไอ้ตุ๋ย หรือเครื่องสูบน้ำเพื่อทำนา
ถึงเวลาที่เราอาจจะต้องไถนาด้วยช้างม้าวัวควายเหมือนในอดีต
พี่น้องชาวนาชาวไร่ชาวสวนต้องหวนกลับไปฟื้นฟูการใช้ ‘ระหัดวิดน้ำเข้านา’ โดยใช้พลังลมหมุนกังหันลม ให้ส่งกำลังผ่าน ‘เฟืองไม้’ ภูมิปัญญาคนไทยในอดีต ให้ฉุดสายพานดึงใบระหัดพัดน้ำเข้ามาตามรางไม้
เพื่อดึงน้ำหรือชักน้ำเข้าสู่ท้องนา ดังเช่นปู่ย่าตายายของเราเคยทำนามาในอดีต
ในท้องนาประเทศพม่า ลาว เวียดนาม ในยามที่ไม่มีแรงลมพัดกังหันให้หมุนระหัดชักน้ำเข้านา เขาใช้พลังแรงของ 2 ขาของชาวนา 2 คน ช่วยกันเหยียบ“กงพัด”ให้หมุนระหัดวิดน้ำเข้านา
แม้ว่าจะเชื่องช้ากว่าการใช้ท่อสูบน้ำพญานาคที่กินน้ำมันเหมือนซดน้ำซุปในหม้อก๋วยเตี๋ยววาบๆๆ
และน้ำมันก็ราคาแสนแพงจนต้องทำให้การทำนาในอนาคตจะกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชาวนาต้องลำบากยากจนข้นแค้นยิ่งไปกว่านี้
ในอดีตที่ราคาค่าใช้จ่าย ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ค่าจ้างรถไถนา รถดำนา รถเกี่ยวข้าว
ค่าปุ๋ย-ฮอร์โมน ค่ายาปราบศัตรูพืช ค่ายาฆ่าหญ้า ยาคุมเลนบ้าๆบอๆ ที่ขายข้าวและขายนาก็ยังไม่สามารถคุ้มทุนหรือปลดหนี้ได้
เพียงปัญหาการขาดแคลนน้ำมันฯในการทำนาสวนไร่ก็ยังมีวี่แววบาดเจ็บสาหัสทางเศรษฐศาสตร์ในท้องนาถึงขนาดนี้
ถ้าพูดถึงเรื่องการคมนาคม การขนส่งสินค้าการเดินทางไปทำมาหากิน ทั้งนอก-ในถิ่นที่อยู่ ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีราคาดุจทองคำเหลว ทองคำเปลวและทองคำแท่ง
เราจะดำรงชีวิตที่แสนจะเหี่ยวแห้ง ค่าครองชีพที่แสนแพง และดำรงคงชีพ อยู่กันอย่างไรในสภาวะ
“สงครามโลก ครั้งที่ 3” ???



