36.7 C
Nakhon Sawan
วันพุธ, เมษายน 1, 2026
spot_img

ที่นี่…สถานีเจ้าพระยา

> ตอน “เศรษฐกิจพอเพียง!…คือ คำตอบ!!!”

         “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ทรงเน้นย้ำแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมายาวนานนับ 10 ปี ในช่วงพระชนม์ชีพของพระองค์จนน่าจะทรงท้อพระราชหฤทัย  เพราะนอกจากจะหาส่วนราชการใดๆ ที่จะมีสำนึกเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรม  ก็หายากดั่งงมเข็มในมหาสมุทร

ยังหาผู้เข้าใจและน้อมนำไปปฏิบัติได้อย่างยากเย็นเข็ญใจจนตราบสิ้นรัชกาล

หรือเรื่องการนำน้ำมันปาล์มที่ ‘ราคาตกรูดมหาราช’  มาผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภทต่างๆตามสัดส่วนที่ต่างกัน  ทั้งในด้านปริมาณน้ำมันพืชที่ใช้  ในด้านราคาและในด้านประสิทธิภาพของการเผาไหม้  หรือที่เรียกกันว่า ‘พลังอ็อกเทน’ ในเครื่องยนต์

จนก่อให้เกิดน้ำมันเชื้อเพลิงราคาประหยัดมากมายหลายประเภทของประเทศไทย

ในวันนี้โลกและชาวไทยได้ประจักษ์แล้วว่า สายพระเนตรของพระมหากษัตริย์  รัชกาลที่ 9  ยาวไกลเพียงใด

หรือจะเทิดพระเกียรติด้วยคำว่า “พระวิสัยทัศน์ของพระองค์ทรงยาวไกลกว่าผู้นำคนใดของไทยและหลายๆประเทศ” ก็ไม่ผิดไปจากความเป็นจริงที่อุบัติ บังเกิด และดำรงอยู่ต่อมาจนถึงทุกวันนี้ และจะต้องคงอยู่คู่ดินฟ้า เคียงคู่สังคมไทยและสังคมโลกไปอีกชั่วกัลปาวสาน

ตราบเท่าที่ผู้นำกระหายอำนาจ  กระหายเงิน  กระหายเลือด  หรือผู้นำประเทศที่วิปริตคิดชั่วช้าสามานย์ในหลายๆ ประเทศ ได้กระทำลงไป

ดั่งที่ผู้นำบางประเทศกำลังประพฤติอยู่ในบางมุมของโลกในยามนี้ ทำให้ความกาลี ความชั่วช้า ความย่อยยับอัประมาณแผ่ซ่านเข้าเคลือบคลุมในบางภูมิภาคของบางซีกโลก

ก่อให้เกิดความโศกสลด  ความเสียหายกับทุกฝ่ายในหลายๆประเทศ  ในบางซีกโลก  ซึ่งบางประเทศก็มีผู้นำทางศาสนาเข้ามาร่วมบัญชาการรำบาญในสงครามทางโลก

เมื่อเกิดสถานการณ์ปีนเกลียวจนเขม็งเกลียวแล้วกลับกลายเป็นสงครามระหว่างประเทศ  ระหว่างภูมิภาค ระหว่างทวีป

ความลำบาก ความอดอยากจากสภาวะสงคราม ทำให้ความจำเป็นในการที่จะต้องหันไปหาสภาวะ “พอเพียง” จึงบังเกิดเป็นรูปธรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทำให้พสกนิกรชาวไทยได้ย้อนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าล้นกระหม่อม “ในหลวง  รัชกาลที่ 9”  กันอย่างพร้อมเพรียงกันในเรื่อง “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”

และน้ำมันโซฮอล์ ประเภทต่างๆ ที่พระราชทานแนวคิดในการประดิษฐ์คิดค้นน้ำมันเชื้อเพลิงรูปแบบใหม่ๆขึ้นในโลก

ก็เป็นหนทางรอดพ้นทุกข์ภัยของปวงชนชาวไทยในวันนี้

ในกรณีที่สำคัญที่สุดในยามนี้คือเราไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงราคาถูกใช้กันอีกต่อไป  อันเนื่องมาจากการกักตุนของกลุ่มนักธุรกิจฉ้อฉล นักค้าน้ำมัน(เถื่อน)  พ่อค้าวาณิช ที่เข้าไปบริหารประเทศอยู่ในขณะนี้

ซึ่งถ้าเรามีการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงราคาถูกได้ในส่วนของเกษตรกรในชนบท  หรือเรามีผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื่อสัตย์สุจริต ไม่คิดทำร้ายประชาชนในความปกครองของตน  ซึ่งก็คือประชาชนพลเมืองที่มีสิทธิเลือกตั้ง  และเป็นผู้ ‘กากบาท’  เลือกตั้งบรรดานักการเมืองเหล่านี้  เพื่อให้เข้าไปดูแลบริหารบ้านเมือง  บริการประชาชนให้พ้นทุกข์  ไร้ปัญหา  เพื่อให้มีความสุขกันถ้วนหน้า  ดั่งพระราชปณิธานของ “ในหลวง รัชกาล ที่ 9” และ “ในหลวง รัชกาลปัจจุบัน”

เรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะไม่เป็นปัญหาของประชาชน พลเมืองและเกษตรกร ในท้องไร่ ท้องนา ป่าเขาลำเนาไพรและเรือกสวนผลไม้  ดังเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้

เกษตรกรควรจะต้องเริ่มย้อนคิดแล้วว่า  ถ้าเราไม่สามารถซื้อหาน้ำมันเชื้อเพลิงราคาถูกมาเติมเครื่องยนต์รถไถนา รถดำนา รถเกี่ยวข้าว รถอีแต๊ก-อีแต๋น ไอ้ตุ๊ก-ไอ้ตุ๋ย  หรือเครื่องสูบน้ำเพื่อทำนา

ถึงเวลาที่เราอาจจะต้องไถนาด้วยช้างม้าวัวควายเหมือนในอดีต

พี่น้องชาวนาชาวไร่ชาวสวนต้องหวนกลับไปฟื้นฟูการใช้  ‘ระหัดวิดน้ำเข้านา’  โดยใช้พลังลมหมุนกังหันลม  ให้ส่งกำลังผ่าน ‘เฟืองไม้’ ภูมิปัญญาคนไทยในอดีต  ให้ฉุดสายพานดึงใบระหัดพัดน้ำเข้ามาตามรางไม้

เพื่อดึงน้ำหรือชักน้ำเข้าสู่ท้องนา  ดังเช่นปู่ย่าตายายของเราเคยทำนามาในอดีต

ในท้องนาประเทศพม่า ลาว เวียดนาม ในยามที่ไม่มีแรงลมพัดกังหันให้หมุนระหัดชักน้ำเข้านา  เขาใช้พลังแรงของ 2 ขาของชาวนา 2 คน  ช่วยกันเหยียบ“กงพัด”ให้หมุนระหัดวิดน้ำเข้านา

แม้ว่าจะเชื่องช้ากว่าการใช้ท่อสูบน้ำพญานาคที่กินน้ำมันเหมือนซดน้ำซุปในหม้อก๋วยเตี๋ยววาบๆๆ

และน้ำมันก็ราคาแสนแพงจนต้องทำให้การทำนาในอนาคตจะกลายเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชาวนาต้องลำบากยากจนข้นแค้นยิ่งไปกว่านี้

ในอดีตที่ราคาค่าใช้จ่าย ค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ค่าจ้างรถไถนา รถดำนา รถเกี่ยวข้าว

ค่าปุ๋ย-ฮอร์โมน ค่ายาปราบศัตรูพืช ค่ายาฆ่าหญ้า ยาคุมเลนบ้าๆบอๆ  ที่ขายข้าวและขายนาก็ยังไม่สามารถคุ้มทุนหรือปลดหนี้ได้

เพียงปัญหาการขาดแคลนน้ำมันฯในการทำนาสวนไร่ก็ยังมีวี่แววบาดเจ็บสาหัสทางเศรษฐศาสตร์ในท้องนาถึงขนาดนี้

ถ้าพูดถึงเรื่องการคมนาคม การขนส่งสินค้าการเดินทางไปทำมาหากิน  ทั้งนอก-ในถิ่นที่อยู่  ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิง  ที่มีราคาดุจทองคำเหลว ทองคำเปลวและทองคำแท่ง

เราจะดำรงชีวิตที่แสนจะเหี่ยวแห้ง  ค่าครองชีพที่แสนแพง  และดำรงคงชีพ  อยู่กันอย่างไรในสภาวะ

“สงครามโลก ครั้งที่ 3” ???

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด