35.4 C
Nakhon Sawan
วันเสาร์, พฤษภาคม 16, 2026
spot_img

สภาอุตสาหกรรมฯ สัมพันธ์

…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมจังหวัครสวรรค์ ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ในโอกาสดำรงตำแหน่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วาระปี 2569–2571 ประธาน ส.อ.ท. คนที่ 17 และประธานฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย นักบริหารหญิงแถวหน้าของไทยจากกลุ่มสิทธิผล ผู้ผลิตอะไหล่ยานยนต์ (กลุ่มบริษัทไออาร์ซีที)

ผู้อ่านสวรรค์นิวส์และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์…………………………………….. @ 27 เมษายน 2569 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ร่วมกับ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย และภาคเอกชนประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ห้างหุ้นสวนจำกัดลิ่มเชียงเส็ง ร่วมจัด “โครงการรัฐร่วมเอกชน รณรงค์ไถกลบตอซังข้าว เพื่อลด PM 2.5 บูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกล” โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรี ศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานเปิดโครงการฯ มีนายวีรวุฒิ บำรุงไทย ประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ เป็นผู้แทนประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิปปวิชญ์กร สิทธิอัครานนท์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ พร้อมด้วยผู้แทนเกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ผู้แทนเกษตรอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน พี่น้องเกษตรกร เข้าร่วมพิธีเปิดและเข้าร่วมโครงการด้วย ณ บ้านคร่อเรียงราย หมู่ที่ 4 ตำบลพนมเศษ อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์

กิจกรรมประกอบด้วยการออกบูธและชมกิจกรรมสาธิตการไถกลบตอซังข้าวเพื่อลดการเผาฟาง การผลิตไบโอชาร์จากฟางข้าว และการอัดพิลเลตจากฟางข้าว เป็นต้น เนื่องด้วยปัจจุบันปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่การเกษตร ซึ่งการเผาตอซังข้าวหลังฤดูเก็บเกี่ยว ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเกิดมลพิษทางอากาศ หน่วยงานต่างๆ จึงได้ร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อรณรงค์และสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกรเกี่ยวกับแนวทางการไถกลบตอซังข้าวอย่างถูกวิธี โดยบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกล เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ลดการเผาในภาคการเกษตร ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและรณรงค์ให้เกษตรกรลดการเผาตอซังข้าวในพื้นที่การเกษตร เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการไถกลบตอซังข้าวที่ถูกต้องและเหมาะสม และเพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่ดีของจังหวัดนครสวรรค์ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการกว่า 40 ราย สามารถลด pm 2.5 ได้ 3 – 6 ตัน ลดก๊าซเรือนกระจก 900 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักจากนายวีรวุฒิ บำรุงไทย กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดลิ่มเชียงเส็ง และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งประกอบด้วยการให้ความรู้ภาคทฤษฎีและการสาธิตการไถกลบตอซังข้าวในพื้นที่จริง

…………………………………… @ กระทรวงอุตสาหกรรม โดย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครสาวรรค์ เปิดรับสมัครและคัดเลือกเอสเอ็มอีเข้าร่วม โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) รอบ 2 และโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ (คงกระพัน) รอบ 2 พ.ศ. 2569

เปิดโอกาสให้เอสเอ็มอีในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือเงินทุนและเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพในการต่อยอดพัฒนาธุรกิจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุอังสา ภักดี เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ หมายเลขโทรศัพท์ 056-222231

…………………………………… @ REINVENT THAILAND “พี่ช่วยน้อง” : โอกาสสำคัญของบริษัทขนาดใหญ่ในการสร้าง Supply Chain ที่ยั่งยืน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ผ่านโครงการ “พี่ช่วยน้อง” – Supply Chain Financing เพื่อสนับสนุนให้ SME ภายใต้ Supply Chain เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ด้วยเงื่อนไขที่ดีกว่าเดิม ผ่านการใช้ข้อมูลทางการค้าดิจิทัลบนระบบ PromptBIZ

ทำไมบริษัทขนาดใหญ่ “พี่” จึงควรเข้าร่วมโครงการ?

🔹 รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากภาครัฐ

🔹 ได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน (Sustainability) จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

🔹 เสริมความแข็งแกร่งให้ Supply Chain และลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ  เพราะความสำเร็จที่แท้จริง คือ การเติบโตไปด้วยกัน

ร่วมขับเคลื่อนแนวคิด “พี่ช่วยน้อง” โดยความร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย บริษัทขนาดใหญ่ “พี่” ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถกรอกข้อมูลได้ที่ https://forms.gle/XDHbatH75wf1NHJA8สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-208-8567 หรือ 02-345-1188

…………………………………….. @ อบก. – สสว. – ส.อ.ท. ประกาศเจตนารมณ์ร่วม 15 ผู้ประกอบการ เดินหน้าสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำด้วย CFP เมื่อวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดงานอบรมสัมมนา “การประเมิน CFP และระบบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของประเทศไทยให้กับ SME” ด้วยเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint of Product: CFP) ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน)

ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ดร.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และนางสาวพรรรัตน์ เพชรภักดี ผู้อำนวยการใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกล่าวเปิดงานและแสดงวิสัยทัศน์ในการผลักดันผู้ประกอบการ SME ไทย ให้สามารถปรับตัวต่อมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและกติกาการค้าโลกยุคใหม่

หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของงาน คือ “พิธีประกาศเจตนารมณ์ของผู้ประกอบการ SME” ซึ่งมีผู้ประกอบการจำนวน 15 องค์กร ร่วมแสดงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานยังมีการบรรยายและฝึกเชิงปฏิบัติด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน ขั้นตอนการประเมิน การเก็บข้อมูล การคำนวณ การทวนสอบ ตลอดจนแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในผลิตภัณฑ์ที่องค์กรผลิตขึ้นต่อไป

ความร่วมมือระหว่าง อบก. สสว. และ ส.อ.ท. ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการรวมพลังภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับ SME ไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

…………………………………… @ อบก. จับมือ ส.อ.ท. สสว. สสปน. และธพว. เปิดตัวแคมเปญ VB SAVE+ ลดต้นทุนการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์และโครงการ T-VER สูงสุด 60% เมื่อวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2569 องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เปิดตัวแคมเปญ “VB SAVE+” (วี บี เซฟ พลัส) ณ ห้อง Common Ground Theater สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการลดค่าใช้จ่ายด้านประเมินและทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และการตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบสำหรับโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)  โดยมุ่งช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงระบบประเมินและการรับรองได้ง่ายขึ้น พร้อมหนุน SME เข้าถึงระบบรับรอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันในตลาดโลก

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท  ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า แคมเปญ VB SAVE+ ได้ทำการเปิดรับสมัครหน่วยงานที่ปรึกษาและหน่วยงานทวนสอบข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และหน่วยตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบโครงการ T-VER เพื่อให้บริการในอัตราพิเศษ แคมเปญนี้จะช่วยลดภาระค่าบริการที่ปรึกษาและผู้ทวนสอบ CFO และ CFP ได้ประมาณ 40–60% เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายปกติที่อยู่ในช่วง 15,000–20,000 บาท/Man-day เหลือเพียงไม่เกิน 10,000 บาท/วัน ในส่วนของโครงการ T-VER อบก.กำหนดค่าใช้จ่ายการตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบโครงการเดี่ยวไม่เกิน 40,000 บาท/โครงการ และโครงการแบบควบรวมและแบบแผนงานไม่เกิน 70,000 บาท/โครงการ โดยในส่วนของ CFO เริ่มนำร่องครอบคลุมสาขาอุตสาหกรรมการผลิตทั่วไป และกิจกรรมบริการทั่วไป ภายใต้แคมเปญนี้ คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ภาคธุรกิจได้ไม่น้อยกว่า 50–70 ล้านบาทต่อปี

ดร.อภิรดี ขาวเธียร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า นอกจากการมีแคมเปญ VB SAVE+ ที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าที่ปรึกษาและค่าทวนสอบให้ผู้ประกอบการแล้ว ในส่วนของ สสว. ก็ได้ให้การสนับสนุนค่าทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์และโครงการ T-VER เช่นกัน โดยผู้ประกอบการ SME ภาคการผลิตที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 100 ล้านบาท และภาคอื่นๆ ที่มีรายได้ต่อปีไม่เกิน 50 ล้านบาท สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการใช้บริการผู้ทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์และโครงการ T-VER ที่อยู่ภายใต้ระบบ BDS (Business Development Service) ของ สสว. ในการขอรับการสนับสนุนได้สูงสุดถึง 80% ภายใต้วงเงินไม่เกิน 100,000 บาท ผ่านแคมเปญ “SME ปัง ได้เงินคืน” ที่ สสว. ดำเนินการอยู่เพิ่มขึ้นอีก

นางสาวภัทร์ ศาสตร์ขำ ผู้จัดการอาวุโส ส่วนงานพัฒนาอย่างยั่งยืน สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (สสปน.) กล่าวว่า  สสปน. ได้เล็งเห็นความสำคัญของการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในอุตสาหกรรมไมซ์ ที่ผ่านมา สสปน. ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการไมซ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการร่วมกับ อบก. จัดสัมมนาฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการก๊าซเรือนกระจกให้กับผู้ประกอบการไมซ์ ปัจจุบันยังได้เผยแพร่ข้อมูลที่ปรึกษาและผู้ทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้กับผู้ประกอบการไมซ์ ดังนั้น ที่ปรึกษาและหน่วยงานทวนสอบที่เข้าร่วมแคมเปญ VB SAVE+ จะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก สสปน. ด้วยการนำรายชื่อไปเผยแพร่บนเว็บไซต์ https://www.businesseventsthailand.com ของ สสปน. ภายใต้หัวข้อ Sustainability ในรูปแบบ “Recommended list”  ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสและทำให้ผู้ประกอบการไมซ์สามารถเข้าถึงผู้ให้บริการได้สะดวกยิ่งขึ้น นับว่าเป็นการเพิ่มโอกาสและยกระดับขีดความสามารถในการเข้าถึงบริการด้านความยั่งยืนของผู้ประกอบการไมซ์ไทย

นางสาวพรรรัตน์ เพชรภักดี ผู้อำนวยการใหญ่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยดำเนินงานด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์และคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรมาอย่างต่อเนื่อง อันจะช่วยเตรียมความพร้อมให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถปรับตัวเข้ากับกฎระเบียบการค้าในโลกยุคใหม่ที่เห็นความสำคัญด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมไปสู่แหล่งงบประมาณสนับสนุน อาทิ โครงการ SME ปัง ตังได้คืน (BDS) ของ สสว. ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการขอรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เป็นต้น ส.อ.ท. เห็นว่า แคมเปญ VB SAVE+ ที่เปิดตัวครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการเท่านั้น แต่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ SME เข้าถึงโอกาสในการดำเนินงานเพื่อยกระดับธุรกิจของตน ดังนั้น ส.อ.ท. จะเป็นกำลังหลักในการเผยแพร่ข้อมูลรายชื่อที่ปรึกษาและผู้ทวนสอบภายใต้แคมเปญ VB SAVE+ ไปยังสมาชิกและเครือข่าย เพื่อสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมดำเนินงานด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์และโครงการ T-VER อย่างต่อเนื่อง อันจะช่วยติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SME สามารถยกระดับสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้

…………………………………… @ ส.อ.ท. หารือ AMRO สะท้อนภาพเศรษฐกิจไทย-ผลกระทบภาคอุตสาหกรรม ดร.วิรัช ฉัตรดรงค์ พร้อมด้วย นางบัญชุสา พุทธพรมงคล กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นผู้แทนต้อนรับและหารือร่วมกับ Mr. Allen Ng หัวหน้าคณะวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน +3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office :AMRO) และคณะฯ

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังมุมมองจากภาคอุตสาหกรรมไทยต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ความท้าทาย และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาคอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินภาวะเศรษฐกิจประจำปีของประเทศไทย ทั้งในด้านโอกาสและความท้าทายที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

ในการนี้ ผู้แทน ส.อ.ท. ได้นำเสนอภาพรวมโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดยระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2568 มีมูลค่ารวมประมาณ 18.98 ล้านล้านบาท ขณะที่การส่งออกยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญ ได้แก่ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์

ด้านการลงทุน ไทยมีอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์สมัยใหม่ การแปรรูปอาหารและเกษตร ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ โดยในปี 2568 นักลงทุนต่างชาติ (FDI) อันดับ 1 ของไทย คือ สิงคโปร์ รองลงมาคือ จีน และญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ยังได้สะท้อนผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัว

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ภาคการส่งออก เช่น รถยนต์ ข้าว และอาหารกระป๋อง ภาคบริการ เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม และสายการบิน รวมถึงอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานเข้มข้น เช่น โลจิสติกส์ ปิโตรเคมี และวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น

…………………………………….. @SMI หารือ Shinkin Central Bank เสริมความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น หนุน SMEs ไทยสู่ตลาดสากล เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ต้อนรับคณะผู้แทนจาก Shinkin Central Bank Bangkok Representative Office นำโดย Mr. Kei Takahashi Chief Representative และ Miss Gantida Boonpan ในโอกาสเข้าพบนายวีรชัย มั่นสินธร ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) เพื่อแนะนำผู้แทนคนใหม่ของธนาคาร พร้อมหารือแนวทางความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท. และ Shinkin Central Bank ในการสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs ไทยสู่ตลาดสากล ณ ส.อ.ท.

การหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยและญี่ปุ่น รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดโลก ผ่านกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ (Business Matching) และเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยและญี่ปุ่นในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้ประชาสัมพันธ์กิจกรรม “BANGKOK SHINKIN BUSINESS MATCHING 2nd” ซึ่งจัดขึ้นโดย ส.อ.ท. ร่วมกับ Shinkin Central Bank เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมเจรจาจับคู่ธุรกิจกับผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่น โดยเชิญชวนสมาชิกที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรม โดยกิจกรรมมีกำหนดจัดขึ้นในวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แอลเอ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ https://questant.jp/q/bkkshinkinbm2026 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FTI Service Center โทร. 1453 หรือ 02 345 1108, 1243 และ Shinkin Central Bank Bangkok Representative Office โทร. +66 (0)2-168-8796 ต่อ 16

…………………………………….. @โค้งสุดท้ายสมัครก่อนมีสิทธิ์ก่อน  SME Go Green  ขอเชิญผู้ประกอบการในจังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรม “SME Go Green : พลังงานสะอาด เปลี่ยนอนาคต  เพื่อผลักดันการดำเนินธุรกิจบนพื้นที่ของพลังงานสะอาด (clean energy) ในวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 – 14.00 นาฬิกา ณ 42C The Chic Hotel ถ.นครสวรรค์-พิษณุโลก อ.เมืองฯ จ.นครสวรรค์  สัมมนาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย มาร่วมปลดล็อกคำถามว่า ทำไมต้องเข้าใจเรื่อง Carbon Footprint  มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไรหากไม่ดำเนินการจะเกิดอะไรขึ้น? และเทคนิคและประโยชน์ในการติดตั้งโซล่าเซลล์ พบผู้ให้บริการติดตั้ง Solar ราคาพิเศษ คัดสรรจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หลักเกณฑ์คำนวณ Carban Footprint เบื้องต้น  / กฎหมายที่เกี่ยวข้อง / Carbon Tax /ตลาดซื้อขาย งบสนับสนุนจากภาครัฐในการดำเนินการ Carban Footprint สูงสุด 200,000 บาท สินเชื่อสำหรับผู้สนใจติดตั้ง solar rooftop ลุ้นรับ Lucky Draw ภายในงาน รับจำนวนจำกัดเพียง 60 บริษัท 100 ที่นั่งเท่านั้น! ลงทะเบียนด่วน : https://forms.gle/pYyuREvKRfD3AVmPA สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ โทร.056-245497, 081-0428934 ……………………………………………….. @ หน่วยงานที่มีข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดนครสวรรค์ สามารถฝากข่าวผ่านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ หรือต้องการสมัครเป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ติดต่อสอบถามได้ที่ นายชาณัฐธนพล  แสงสุข ผู้จัดการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ โทรศัพท์ 056-245497,081-0428 934 โทรสาร 056-245 498 e-mail: [email protected], https://www.facebook.com/Nakhonsawan.fti

 

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด