- ตอน น้ำเพื่อการเกษตรคือ น้ำมันบนดิน
เมื่อคราวที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของประเทศไทย จัดรายการรัฐบาลพบเจ้าสัวของประเทศ เพื่อรับฟังแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศและรับฟังปัญหาของ ภาคธุรกิจที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยแก้ไข
ปรากฏว่าเจ้าสัวที่ร่ำรวยเบื้องต้นมาจากการเกษตร แล้วมายิ่งใหญ่ในธุรกิจขายปลีกในเครื่องหมายร้านค้าที่โด่งดังครอบคลุมแผ่นดินทุกตารางกิโลเมตรของประเทศไทยได้เสนอให้รัฐบาลช่วยจัดการเผื่อแผ่แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรให้แผ่คลุมผืนแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นเรื่องที่ถ้าคิดไปอาจจะเป็นเรื่องที่น่าอายพอสมควร
เพราะการจัดหาน้ำเพื่อการเกษตรของเกษตรกรไทยเป็นหน้าที่โดยตรงและ ยิ่งใหญ่ที่ไม่ต้องมีใครมาเตือนรัฐบาล ด้วยเป็นเรื่องสำคัญยิ่งของแผ่นดินที่ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ทรงปฏิบัติเพื่อพสกนิกรเกษตรกรตลอดมา
เจ้าสัวรายนั้นเปรียบเปรยว่า “น้ำเพื่อการเกษตร” เปรียบเสมือนน้ำมันบนผืน แผ่นดินที่จับต้องได้ เข้าถึงได้โดยไม่ยากลำบากเหมือนน้ำมันใต้ดิน
ถึงเวลานี้ปวงชนชาวไทยควรได้ตระหนักว่า เพราะเหตุใดเจ้าสัวผู้รุ่งเรืองมาจาก การเกษตรจึงต้องลงทุนชี้แนะรัฐบาลด้วยปัญหาเรื่อง หญ้าปากคอกหรือปัญหากล้วยๆ ที่เด็กอมมือที่เริ่มเรียนรู้ภาษาคนก็รู้ว่าเป็นเรื่องสำคัญของแผ่นดิน
การเกษตร การปศุสัตว์ การประมง การดำรงชีวิตของ.สรรพสัตว์บนพื้นโลก ล้วนต้องการน้ำเพื่อการยังชีพ ดำรงชีพ และดำเนินชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงวันสิ้นลม
หน่วยงานของทางราชการที่มีหน้าที่จัดหาดูแลรักษาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อการดำรงชีวิตของประชากรผู้เสียภาษีอากรเป็นเงินเดือนแก่ข้าราชการ พนักงาน รัฐวิสาหกิจ ทุกกระทรวง ทบวง กรม กอง สำนัก ฯลฯ ก็มีเป็นหลักเป็นฐาน
แต่การบริหารจัดการ การปฏิบัติงานอาจจะกระทำได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยอาจ เนื่องด้วยระบบงบประมาณที่จัดสรรให้ไม่เพียงพอต่อการจัดหาแหล่งน้ำ สร้างแหล่ง กักเก็บน้ำให้เพียงพอและกระจายไปทั่วทุกหัวระแหง ดั่งปณิธานขององค์พระภูบาล รัชกาลที่ 9
ด้วยนักการเมืองจัดสรรงบประมานเน้นไปยังบางกระทรวงที่จะให้ผลตอบแทน แก่ปวงชนน้อย แต่อำนวยอวยผลประโยชน์ให้บางองค์กร บางกลุ่มคน บางปัจเจกชน ท่วมท้นล้นยุ้งฉางในระยะเวลาอันรวดเร็วแสนสั้น
เมื่อทางบ้านเมืองไม่สามารถสนองคำชี้แนะของเจ้าสัวคนสำคัญของประเทศได้ ก็ควรขอความเมตตาจากบรรดาเจ้าสัวให้ช่วยกันลงขัน สร้างแหล่งน้ำสร้างระบบกระจายน้ำให้ทั่ว เมืองไทย เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลบรรดาเกษตรกรที่อยู่ในสายอุตสาหกรรมเศรษฐกิจของบรรดาเจ้าสัวทางการเกษตร ก็จะเป็นการเกื้อกูลประเทศชาติบ้านเมืองอีกทางหนึ่ง
มิหนำซ้ำยังจะเป็นบุญคุณกับเกษตรกร ปศุกร ชาวประมงอย่างล้นเหลือสร้าง ความภักดีแก่องค์กรธุรกิจของเจ้าสัว และเป็นอานิสงส์ของบรรดาเจ้าสัวที่สนอง พระราชดำริของ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ที่ทรงอุตสาหะส่งเสริม การเกื้อหนุนแหล่งน้ำแก่ไพร่ฟ้าหน้าใสของพระองค์มาตลอดพระชนม์ชีพ
เกษตรกร กสิกร ปศุกร และพี่น้องชาวประมงน้ำจืดทั้งหลายในแผ่นดินก็อย่าได้ งอมืองอเท้ารอความช่วยเหลือจากรัฐบาลหรือภาคราชการแต่ประการเดียว จะแห้งเหี่ยว ตายคาท้องนาท้องไร่ท้องน้ำของตน
บรรดาชาวประชาผู้ยึดอาชีพทางการเกษตรทั้งหลายต้องรวมกลุ่มผนึกกำลังกัน ตั้งกลุ่มสหกรณ์ทางการเกษตรในสายของตนขึ้นมาเป็นองค์กรที่ช่วยระดมกำลังกาย กำลังใจ กำลังสมอง ในการแก้ปัญหาขาดน้ำเพื่อการเกษตรด้วยการขุดบ่อ ขุดสระ ขุดลำราง ขุดลำเหมือง ส่งน้ำจากแหล่งน้ำสำคัญในท้องถิ่นเข้าสู่พื้นที่ทางการเกษตร ปศุสัตว์ ประมง ของกลุ่มของหมู่เหล่าชาวสหกรณ์
ช่วยกันลงแรง ลงกำลังทรัพย์ ให้กำลังใจแก่กันและกันโดย ไม่รองบประมาณของทางราชการ ไม่รอความช่วยเหลือจากทางราชการ แต่พึ่งพาตนเองและหมู่คณะในท้องถิ่นของตนตามพุทธศาสนสุภาษิต
ตนนั้นแล เป็นที่พึ่งแห่งตน (อัตตาหิ อัตโน นาโถ)
เพราะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีนักการเมืองคนใด รัฐมนตรีคนใดนายกรัฐมนตรีคนใด ในระบบการเมืองของประเทศไทยที่จะเอาใจใส่ ให้ความสำคัญใน เรื่องการหาแหล่งน้ำทางการเกษตรให้เกษตรกรอย่างจริงใจและจริงจังมาก่อน
เมื่อนักการเมืองไม่เห็นความสำคัญในเรื่องแหล่งน้ำทางการเกษตร บรรดาข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาแหล่งน้ำให้เกษตรกรก็พลอยสันหลัง ยาวตามไปด้วย ตามธรรมเนียมของข้าราชการบางประเภทที่ต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาลง แส้แล้วจึงจะขยับตัววิ่งควบตะบึงไปข้างหน้า
เมื่อผู้บังคับบัญชาในทางราชการไม่ขยับ ผู้บังคับบัญชาทางการเมืองนิ่งเฉย ทุกองคาพยพในภารกิจเรื่องน้ำเพื่อการเกษตรจึงมีสภาพเป็นเรือเกลือที่อืดอาดยืด ยาดไปอย่างช่วยไม่ได้


