เมื่อวันเสาร์ที่ 25 – อาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โครงการรื้อฟื้นกิจกรรมเพื่อช่วยสนับสนุนให้ “ตลาดปากน้ำโพ”กลับมาคึกคัก โดยเฉพาะเพื่อให้เศรษฐกิจมันดีขึ้นด้วย
โครงการนั้นคือ…Suchada Street Style เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่และฟื้นฟูเศรษฐกิจของชุมชน โดยมีมหาวิทยาลัยพระยาเป็นเจ้าของโครงการ แล้วมีหน่วยงานอื่นมาร่วมด้วยช่วยกัน อาทิเช่น เทศบาลนครนครสวรรค์ ก็ถือว่าเป็นเจ้าภาพร่วมที่เป็นหลัก ในฐานะเจ้าของพื้นที่
เรื่องของตลาดปากน้ำโพ ในอดีตมีย่านที่โดงดังหลายแห่ง เช่น บ่อนไก่…ตลาดลาว…ตรอกชุนหงส์…ตลาดวัดโพธิ์…ย่านตึกแดง…ตึกเหลือง…ตึกขาว…ตรอกลิเก…ตรอกสนามมวยภาค…ย่านป้อมหนึ่ง…ย่านหน้าผา…ตลาดสะพานดำ…เหล่านี้เป็นต้น
ที่มีชื่อเรียกเช่นนี้เพราะในสมัยก่อน ถ้าจะถามกันว่าพักอยู่แถวไหน หรือทำมาหากินอยู่ตรงไหน ก็ต้องอ้างชื่อชุมชน ซึ่งก็จะเข้าใจกัน
ในอดีต…ตลาดปากน้ำโพถือว่าเป็นชุมทาง เป็นเมืองที่เรียกว่าเป็นประตูสู่ภาคเหนือ เพราะถ้าถือเอากรุงเทพเป็นหลัก ใครจะเดินทางไปภาคเหนือทางรถยนต์ ก็ต้องมาผ่านนครสวรรค์ หรือแม้แต่คนทางภาคอีสานจะไปภาคเหนือก็ต้องมาผ่านนครสวรรค์ เพราะถนนหนทางเมื่อราว พ.ศ. 2500 การคมนาคมทางถนนยังไม่มีถนนเชื่อมเป็นทางอื่นมากเหมือนในสมัยนี้
ด้วยเหตุนี้การค้าการขาย โดยเฉพาะโชห่วยในตลาดปากน้ำโพจึงคึกคัก มีตลาดค้าส่ง ของกินของใช้ เป็นศูนย์จำหน่าย ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว คนจากกำแพงเพชร พิจิตร สุโขทัย ตาก ต้องมาซื้อขายกันที่นี่
เมื่อเป็นชุมทาง คนอีสานก็มาขี่สามล้อรับจ้างกันที่นี่ คนลำปาง คนเมืองตาก ล่องแพมาส่งไม้ซุงก็มาส่งแค่นครสวรรค์ คนปากน้ำโพเรียกคนเหนือ คนอีสานว่า… “คนลาว” จึงเกิดตลาดลาวขึ้นเพราะคนสองกลุ่มนี้กินเข้าเหนียวเหมือนกัน
อีกมุมหนึ่ง เมื่อปากน้ำโพเป็นแหล่งรวมการค้า วิชาชีพต่างๆก็เกิดในปากน้ำโพ ไม่ว่าช่างทอง…ช่างบัดกรี…ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า… ช่างอ๊อก…ช่างกลึง…เชื่อซ่อมเครื่องยนต์…ช่างปะยาง…เปลี่ยนยางรถทุกชนิด…เรียกว่าสารพัดช่าง…ใครอยากได้ความรู้ต้องมาเรียนรู้กันที่นี่
ตลาดปากน้ำโพจึงถือได้ว่าเป็น… “ตักศิลา” ในอดีต
ถ้านับจากปี 2500 ตลาดปากน้ำโพถือว่ารุ่งเรืองมาก เศรษฐกิจดีมากในระดับต้นๆของประเทศ เจริญมาถึงพ.ศ. 2535 จากนี้ก็เริ่มซบเซาลง เพราะการค้าเปลี่ยนรูปมาห้างสรรพสินค้า มาห้างโมเดิร์นเทรด ห้างสะดวกซื้อเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด
จนถึง พ.ศ. 2550 แววความเงียบเข้าปกคลุม ห้องแถวปิดตัวลง ย่านต่างๆซบเซาลง ทุกแห่งตรงมายังห้างใหญ่ๆกันหมด
เสียดาย…พื้นที่ผมหมดซะแล้ว โปรดติดตามอ่านตอนหน้า…แล้วจะมาว่าถึง… Suchada Street Style กันครับ…
………………………………………………


