28.4 C
Nakhon Sawan
วันอาทิตย์, สิงหาคม 2, 2026
spot_img

สภาอุตสาหกรรมฯ สัมพันธ์

ผู้อ่านสวรรค์นิวส์และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ขอแสดงความยินดีกับ ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมภาคเหนือ ประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์  ในโอกาสที่ได้รับพระราชทาน “รางวัล บุคลากร  TO BE NUMBER ONE ดีเด่น ปี 2569” จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการ To Be Number One เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 ณ IMPACT FORUM ศูนย์ประชุม IMPACT เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

…………………………………….. @ โอกาสครั้งสำคัญของเด็กสายเทคนิคภาคเหนือมาถึงแล้ว! ขอเชิญชวนน้องๆ มาร่วมระเบิดไอเดียและประลองฝีมือในงาน “NORTHERN ROBODING CHALLENGE 2026” (CODE THAI โคตรไทย) การแข่งขันที่จะเปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นประสบการณ์สุดล้ำ! ไฮไลต์สุดพิเศษ: ทีมชนะเลิศอันดับ 1 ในหมวด Coding Challenge จะได้ร่วมเดินทางไป Summer Camp ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

ประเภทการแข่งขัน

  1. CODING CHALLENGE (ระดับม.ต้น และ ม.ปลาย/ปวช.) ประลองโจทย์สุดท้าทายด้วยภาษา Python ผ่านแพลตฟอร์มมาตรฐาน

2.ROBOTICS CHALLENGE: โชว์ฝีมือการควบคุมหุ่นยนต์และไมโครคอนโทรลเลอร์ (LEGO SPIKE Prime/EV3, Arduino, Raspberry Pi)

กำหนดการแข่งขัน: 18 – 20 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

ดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://sites.google.com/…/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2…

เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ – 24 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น!

แบบฟอร์มสมัครแข่งขัน Coding : https://forms.gle/8QHBE3Q4aGoFHkZN6

แบบฟอร์มสมัครแข่งขัน Robotic : https://forms.gle/ofdxnopfAW3onEhe6

…………………………………….. @ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ตอกย้ำศักยภาพ Bio Hub แห่งแรกของไทย หนุนเศรษฐกิจ BCG นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร และผู้แทนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ ดำเนินการโดย บริษัท จีจีซี เคทิส ไบโออินดัสเทรียล จำกัด  โดยมี นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย นายประพันธ์ ศิริวิริยะกุล ประธานผู้ก่อตั้งสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ผู้บริหาร KTIS Group ดร.ดารัตน์  ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ รองประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ ผู้บริหาร KTIS Group ทันตแพทย์สุพจน์ หวังปรีดาเลิศกุล ประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ผู้บริหาร KTIS Group นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ผู้บริหารระดับสูง บริษัท พีพีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และคณะผู้บริหารบริษัท จีจีซีฯ ร่วมต้อนรับ ณ นครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์ GGC ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

สำหรับการเยี่ยมชมในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะได้รับฟังการนำเสนอภาพรวมความคืบหน้าของโครงการนครสวรรค์ไบโอคอมเพล็กซ์จาก บริษัท เนเชอร์เวิร์คส์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด และ บริษัท จีจีซี เคทิส ไบโออินดัสเทรียล จำกัด (GKBI) พร้อมทั้งเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท จีจีซี เคทิส ไบโออินดัสเทรียล จำกัด (GKBI) และ บริษัท เนเชอร์เวิร์คส์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด

…………………………………… @ สภาธุรกิจไทย-เมียนมา เร่งประสานความร่วมมือ แก้ไขอุปสรรค ข้อจำกัดการส่งออกสินค้าไทย เมื่อวันพฤหัสบดี – อาทิตย์ที่ 16–19 กรกฎาคม 2569 ดร.กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา (TMBC : Thailand–Myanmar Business Council) พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ หน่วยงานราชการไทย และผู้ประกอบการไทย นำคณะเดินทางเยือนกรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าภายในประเทศเมียนมา รวมทั้งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคและข้อจำกัดด้านการส่งออกสินค้าไทย ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศเมียนมา

ในการนี้ คณะฯ ได้เข้าพบหารือกับอุปทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่รักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง เพื่อรับทราบข้อมูลสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในประเทศเมียนมา

นอกจากนี้ คณะฯ ยังได้เข้าพบหารือเพื่อประสานความร่วมมือในระดับนโยบายกับหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจของประเทศเมียนมา ได้แก่

1.Directorate of Investment and Company Administration (DICA)

2.Department of Trade (DOT)

3.Union of Myanmar Federation of Chambers of Commerce and Industry (UMFCCI)

4.Myanmar Industries Association (MIA)

5.Myanmar Port Authority (MPA)

6.Hlaing Thar Yar Industrial Zone

จากสถานการณ์ข้อจำกัดด้านการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศเมียนมาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมาตรการเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลเมียนมาที่มุ่งส่งเสริมการผลิตภายในประเทศและเพิ่มศักยภาพการส่งออกสินค้าในประเทศ ทำให้ภาครัฐและภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางความร่วมมือให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของเมียนมา ทั้งในมิติของภาคการผลิต การค้า และการเงิน เพื่อรักษาและต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ สภาธุรกิจไทย-เมียนมา จะรวบรวมประเด็น ข้อเสนอแนะ และผลการหารือจากการเดินทางครั้งนี้ เพื่อนำเสนอต่อนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ซึ่งให้ความสำคัญและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงนำเสนอต่อคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการในระดับนโยบายต่อไป

…………………………………… @ สมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ห้ามพลาด! โอกาสเสริมสภาพคล่องและยกระดับธุรกิจจาก SME D Bank สินเชื่อ SME GREEN Productivity

สนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ และการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

✅ วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท

✅ ดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี 3 ปีแรก

✅ ผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี

✅ ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน

สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ภาคการผลิต บริการ ค้าปลีก และค้าส่ง

✅ วงเงินกู้สูงสุด 30 ล้านบาท

✅ ดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี 3 ปีแรก

✅ ผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี

✅ ปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน

สินเชื่อ ปลุกพลัง SME เพิ่มสภาพคล่อง ลงทุน หรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

✅ วงเงินกู้สูงสุด 1 ล้านบาท

✅ ดอกเบี้ยเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก

✅ ผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี

✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน (เป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด)

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SME D Bank Call Center 1357

…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึก 3 หน่วยงานภาครัฐ ขับเคลื่อน “การทูตวิทยาศาสตร์” ยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 นายบุญหาญ อู่อุดมยิ่ง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม (INNO) เป็นผู้แทน ส.อ.ท. เข้าร่วมงานประกาศเจตจำนงความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการทูตวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และการประชุมหารือกับเอกอัครราชทูตในประเทศเป้าหมาย ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “Science for Diplomacy, Diplomacy for Science”  ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ

ภายในงานมีการประกาศเจตจำนงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พร้อมทั้งการหารือร่วมกับเอกอัครราชทูตจากประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ออสเตรเลีย เยอรมนี ญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย เพื่อแลกเปลี่ยนโอกาสและแนวทางความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมในอนาคต

ที่ประชุมได้หารือแนวทางบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 4 หน่วยงาน โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนากำลังคนและทักษะแห่งอนาคต (Reskill/Upskill) ให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง สนับสนุนการเชื่อมโยงภาคเอกชนเข้ากับโครงการพัฒนาเทคโนโลยียุทธศาสตร์ของประเทศ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการใช้เครือข่ายทางการทูตและสถานเอกอัครราชทูตไทยในการสร้างพันธมิตรทางเทคโนโลยี การจับคู่ธุรกิจ และการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมเป็นกลไกประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายนานาชาติ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

…………………………………… @ สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดวิสัยทัศน์ “Thailand Pragmatic Energy Transition” เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานไทย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2569 สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดการประชุมคณะกรรมการสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม วาระปี 2569–2571 โดยมี นายมงคล เฮงโรจนโสภณ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา ที่ปรึกษาและรองประธานอาวุโส ส.อ.ท. และที่ปรึกษา รองประธาน และคณะกรรมการสถาบันพลังงานฯ เข้าร่วม ณ ห้อง PTT Group (1012) ชั้น 10 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

ในการประชุมได้มีการประกาศวิสัยทัศน์ “Thailand Pragmatic Energy Transition” เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทย โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงด้านพลังงาน (Energy Security) ความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) และความยั่งยืน (Sustainability) บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและบริบทที่เหมาะสมกับประเทศไทย เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมในระยะยาว

ที่ประชุมได้กำหนดกรอบการดำเนินงานของสถาบันฯ ผ่าน 6 ยุทธศาสตร์สำคัญ (6 Pillars) ครอบคลุมการพัฒนาฐานข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายด้านพลังงาน การเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และเครือข่ายผู้นำด้านพลังงาน การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและเชื้อเพลิงชีวภาพ การสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานผ่านกลไก ESCO เพื่อช่วยลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ SME การสร้างความเข้าใจด้านพลังงานก๊าซและน้ำมัน และการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานในภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาระบบไฟฟ้าสมัยใหม่ เช่น Direct PPA โครงสร้างค่าไฟฟ้าที่เป็นธรรม และ Smart Grid

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าของร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan: PDP) ฉบับใหม่ พร้อมหารือแนวทางเตรียมความพร้อมด้านพลังงานแห่งอนาคต เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจโลก

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรมเตรียมจัดกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านพลังงาน (EEP) รุ่นที่ 11 และงาน Energy Symposium เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศไทยให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน

…………………………………… @ เปิดรับสมัครรอบใหม่ รีบเช็ค target ที่ใช่กับ market ที่ชอบ รุกตลาดโลก สำหรับการสมัครขอเข้าร่วมกิจกรรมจัดขึ้นตั้งแต่ 1 มีนาคม – 31 มิถุนายน 2570

โครงการ SMEs Pro-active รอบที่ 4/2569 (73) สำหรับ SMEs ที่สนใจขอรับการสนับสนุนในกิจกรรมขยายโอกาสทางการค้ารูปแบบ B2B ในกิจกรรม Overseas Trade Fair, Business Opportunities & Partnership (BOP), Virtual Exhibition และ Cross-Border e-Commerce วงเงินสนับสนุนสูงสุด 200,000 บาท ต่อกิจกรรม รับสมัคร 100 รายเท่านั้น สมัครได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม – 16 ตุลาคม 2569 (หรือปิดทันทีที่ใบสมัครครบจำนวน) แจ้งผลอนุมัติ มกราคม 2570

โดยมีคุณสมบัติดังนี้

✅ เป็นนิติบุคคล

✅ เป็นผู้ประกอบการ SMEs ไทย

✅ เป็นสมาชิกกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)

✅ เป็นสมาชิกของสภาหอการค้าฯ /สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย /หรือสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ อย่างใดอย่างหนึ่ง

✅ มีประสบการณ์การส่งออก หรือมีคุณสมบัติเพิ่มเติมตามที่โครงการฯ กำหนด

สมัครเข้าร่วมโครงการและศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://smesproactive.ditp.go.th/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม DITP โทร. 02 507 7783, 02 507 7786 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โทร. 02 345 1108, 02 345 1243 https://smesproactive.ditp.go.th/ E-Mail:[email protected], [email protected]

…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประสานความร่วมมือภาครัฐ ปลดล็อกข้อจำกัด อุปสรรคการส่งออกสินค้าฮาลาลไทย เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569 ดร.กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน ภายใต้สายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข รองประธานคณะอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการส่งเสริมธุรกิจภูมิภาคอาเซียน ได้จัดประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางการปลดล็อกข้อจำกัดและอุปสรรคในการส่งออกสินค้าฮาลาลของไทย ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

การประชุมครั้งนี้ มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมการหารือ ประกอบด้วย นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) นางพงษ์ศิริ วรรณศรี รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นายภัทรพล ลิ้มภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ นายวีระศักดิ์ เพ้งหล้ง ผู้อำนวยการกองรับรองมาตรฐาน สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดร.พรพิมล มะหะหมัด ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ดร.มูหัมหมัดอามีน เจะหนุ ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (สกอท.)

ปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังต่างประเทศได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดที่ประเทศคู่ค้ากำหนดให้มีการตรวจรับรองกระบวนการออกตรารับรองฮาลาลของไทยซ้ำอีกครั้ง แม้ว่าสินค้าจะได้รับตรารับรองฮาลาลจากประเทศไทยแล้วก็ตาม ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งเสียเวลาในขั้นตอนที่ซับซ้อน โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญมาจากประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานรับรองระบบงานด้านฮาลาล (Accreditation Body: AB)

ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า ตลาดสินค้าฮาลาลมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้าฮาลาล จึงเห็นว่าประเทศไทยควรผลักดันให้มีการจัดตั้งหน่วยงานรับรองระบบงานด้านฮาลาล (Accreditation Body: AB) เพื่อให้เป็นกลไกที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และนำไปสู่การเจรจาข้อตกลงยอมรับร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangement: MRA)

ทั้งนี้ จะมีการพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับรูปแบบการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวให้สอดคล้องกับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ พร้อมยึดหลักความโปร่งใส การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และความเป็นกลางในการดำเนินงานของหน่วยงาน AB โดยข้อสรุปจากการหารือจะนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการในลำดับต่อไป

……………………………………..@ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สานพลังขับเคลื่อนงานมาตรฐานและมาตรการทางการค้า ควบคู่การยกระดับ Made in Thailand (MiT) สู่สากล เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดการประชุมคณะกรรมการสายงานมาตรฐานอุตสาหกรรมและศักยภาพในการแข่งขัน (ISC) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดกรอบการดำเนินงานเชิงรุกในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย ภายใต้นโยบาย “The New Chapter of Thai Industry” โดยมี นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานที่ปรึกษาสายงาน ISC เข้าร่วมมอบแนวทางการดำเนินงานและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ พร้อมด้วย นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง ประธานสายงาน ISC เป็นประธานการประชุม เพื่อถ่ายทอดนโยบาย ส.อ.ท. วาระปี 2569–2571 ที่มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “5I” และในโอกาสนี้ นายภัทรพล ลิ้มภักดี รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้มอบกระเช้าแสดงความยินดีแก่ประธาน ส.อ.ท. ณ ห้องประชุม 802 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ

ไฮไลต์สำคัญจากการประชุม ประกอบด้วย 3 แผนงานหลัก (Roadmap 700 วัน) ดังนี้

  1. ยกระดับ Made in Thailand (MiT)

ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐสำหรับสินค้า MiT ให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ภายในปี 2570 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 200,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมขับเคลื่อนโครงการ “MiT Plus” เพื่อขยายสิทธิประโยชน์สู่ภาคเอกชน และบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมบัญชีกลางผ่านระบบ API เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบผ่าน QR Code

  1. ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

เร่งสร้างความร่วมมือกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม “TISI Shield” เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสินค้าที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน รวมทั้งสนับสนุนให้กลุ่มอุตสาหกรรมใช้ประโยชน์จากกลไก SDOs (Standards Developing Organizations) เพื่อยกระดับมาตรฐานของไทยสู่ระดับสากล

  1. เสริมประสิทธิภาพมาตรการทางการค้า

พัฒนาระบบ AI Early Warning System เพื่อเฝ้าระวังการทุ่มตลาดและการนำเข้าสินค้าที่ผิดปกติแบบ Real-time พร้อมผลักดันการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) และการป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้ (AC) ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สายงานมาตรฐานอุตสาหกรรมและศักยภาพในการแข่งขัน (ISC) มุ่งมั่นที่จะเป็นกลไกหลักในการบริหารและขับเคลื่อนงาน Made in Thailand (MiT) งานด้านมาตรฐานอุตสาหกรรม และมาตรการทางการค้า เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน คุ้มครองอุตสาหกรรมไทย และผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนบนเวทีโลก……………………………… @ หน่วยงานที่มีข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดนครสวรรค์ สามารถฝากข่าวผ่านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ หรือต้องการสมัครเป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ติดต่อสอบถามได้ที่ นายชาณัฐธนพล  แสงสุข ผู้จัดการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ โทรศัพท์ 056-245497,081-0428 934 โทรสาร 056-245 498 e-mail: [email protected], https://www.facebook.com/Nakhonsawan.fti

 

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด