- ตอน : มนุษย์ถ้ำ,มนุษย์รู….เพื่อหนีร้อน?
ปีนี้อากาศร้อนหนักหนาสาหัสกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา
กรมอุตุนิยมวิทยารับรองว่า ปีนี้เป็นปีที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนที่สุดในรอบ 5 ปี นับจากปี 2566 ซึ่งแสดงว่าในปี 2570 ก็ยังจะร้อนน้อยกว่าปีนี้
(รู้สึกแสนศรัทธากับคำพยากรณ์อากาศของกรมอุตุฯที่มีความสามารถล่วงรู้ได้ ว่า ปีหน้าจะร้อนไม่เท่าปีนี้!)
อุณหภูมิที่ทางราชการประกาศว่า วันนี้ร้อนกี่องศาไม่สามารถใช้กับอุณหภูมิ บ้านเขาทอง ตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี นครสวรรค์ พี่ผมแอบไปหมกตัว ซุ่มซ่อน ชีวิตเอาไว้ให้ไกลชุมชนที่แสนวุ่นวาย
วันที่กรมอุตุฯหรือกูเกิ้ลบอกว่า อุณหภูมิ 28 – 30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ ณ ลานกว้าง ใต้หลังคากระเบื้องลอนคู่บริเวณหน้าบ้านชั้นเดียวของผมที่โล่ง 3 ด้าน มีลมโชยพัดสม่ำเสมอ จะมีอุณหภูมิตามเทอร์โมมิเตอร์ (2 อัน ตรงกัน) ที่ 36 – 38 องศาเซลเซียส
ซึ่งปกติอุณหภูมิเฉลี่ยของประเทศไทยในทุกฤดูกาลจะสูงราวๆ 30 องศาเซลเซียสแต่ฤดูร้อนปีนี้อุณหภูมิสูงขึ้นไปถึง 36 – 38 องศาเซลเซียส ในขณะที่ดัชนีความร้อน (อุณหภูมิจริงของภูมิอากาศ ผสานกับความชื้นสัมพันธ์ หรือปริมาณไอน้ำในอากาศที่สูง ต่ำต่างกันในแต่ละวัน) สูงถึง 50 – 52 องศาเซลเซียส
ไม่กลายเป็นแย้ย่าง หรือกลายเป็นไก่ย่างในเตาอบที่หมายถึงบ้านชั้นเดียว หน้าต่างน้อย ไม่มีช่องลม มุงหลังคาสังกะสีก็นับว่าบุญเหลือหลายแล้ว
ข้อมูลทาง วิชาการระบุว่า อุณหภูมิโลกจะยังเดินหน้าสม่ำเสมอในทุกๆปี โดย จะทวีความร้อนขึ้นปีละครึ่งถึง 1 องศาเซลเซียส โดยไม่ยอมลดราวาศอกให้มนุษย์ เพื่อตอบแทนและแก้แค้นมวลมนุษย์ที่สร้างมลภาวะและทำลายสิ่งแวดล้อมทาง ธรรมชาติของโลกตลอดมา
การหลบหลีก หลีกหนีจากความร้อนของภูมิอากาศเมืองไทยของผู้ที่ไม่มีเงินทอง จะเดินทางไปหลบร้อนในแถบถิ่นประเทศเมืองหนาวแบบมหาเศรษฐีเมืองไทยทั้งหลายจำเป็นต้องอาศัยความรู้ประสบการณ์ ความคิดนอกกรอบหรือวิสัยทัศน์ที่เปี่ยมภูมิปัญญาอย่างเอกอุ ในการหลบเร้นให้พ้นภัยความร้อนของภูมิอากาศ
ซึ่งอาจจะทำได้ยากในเวลานี้ แต่ก็จำเป็นต้องทำให้ได้ในกรณีที่ความร้อนยังทวีองศาขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้งในทุกๆปี
ต้องบำเพ็ญตนเป็นมนุษย์ถ้ำหรือคนรูจึงจะหลบหลีก หลีกลี้หนีความร้อนบนพื้น โลก(ในเมืองไทย) ในอนาคตได้อย่างถาวร
มนุษย์ต้องขุดรูอยู่ใต้พื้นดิน เพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นดินหนาๆเหนือบ้านรู ที่เรา ขุดเพื่ออาศัยอยู่เพื่อหลบหนีอากาศร้อน
การขุดหรือทำบ้านรูก็ต้องพิจารณาบริเวณพื้นที่ดอนที่สูงที่น้ำไม่เคยท่วมถึง และต้องทำระบบป้องกันน้ำฝนไหลลงไปในบ้านรู ทั้งต้องทำระบบป้องกันอสรพิษเช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง
ในกรณีที่ไม่ทำบ้านรู ไม่ขุดดินลงไปสร้างที่อยู่อาศัยใต้ดินแบบอุโมงค์ของเวียดกงเมื่อคราวทำศึกกับทหารอเมริกัน ก็ต้องหันไปทำบ้านถ้ำเพื่อใช้อิฐ หิน ดิน ทราย ทำเป็นหลังคาบ้าน ผนังบ้าน กำแพงบ้าน ซึ่งหลังคาบ้านทำแบบนี้จะเป็นฉนวนอย่างดี ที่จะทำให้ความร้อนไม่สามารถกล้ำกรายทำร้ายผู้อยู่อาศัยในบ้านถ้ำ
ไม่แนะนำให้ไปบุกรุกยึดครองถ้ำในธรรมชาติตามอุทยานแห่งใด? เพราะ นอกจากจะผิดกฎหมาย ยังมีปริมาณน้อยและอยู่ห่างไกลภูมิประเทศ ไม่สามารถยกย้าย ชะลอมาไว้ในพื้นที่ดินของเรา
จำเป็นต้องสร้างเป็นบ้านดินที่แข็งแรงทนทาน แล้วปลูกต้นไม้ประเภทไม้เลื้อย ให้เลื้อย,ไต่ครอบคลุมบ้าน คลุมทั้งหลังคาและผนังบ้าน
ยามที่เรา(เจ้าของบ้าน) ฉีดน้ำรดต้นไม้เลื้อย ไม้ดอกที่เกาะผนัง คลุมหลังคา ก็เหมือนฉีดน้ำสร้างความเย็นให้กับอาคารบ้านดินของเราในโอกาสเดียวกัน
หรือสร้างบ้านคอนกรีตเป็นรูปโดมรูปครึ่งวงกลมเหมือนกระท่อมน้ำแข็ง(Igloo) ของชาวเอสกิโม แล้วถมดินคลุมหลังคาบ้านโดยเว้นช่วงประตู เจาะช่องหน้าต่างทำ ปล่องไฟปล่องอากาศให้โผล่พ้นหลังคาโดม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีชีวิตต่อไปโดยไม่ขาด อากาศหายใจ
แล้วปลูกต้นไม้ใบหญ้า วัชพืช ไม้เลื้อย พืชผักสวนครัว บนหลังคาบ้านถ้ำหรือ บ้าน(ใต้)ดินบนพื้นดิน
ท่านก็จะมีบ้านถ้ำ บ้านใต้ดิน (ที่อยู่บนพื้นดิน) หรือบ้านรู บ้านอุโมงค์อยู่ใต้ พื้นดินที่เย็นยะเยือกตลอดฤดูร้อนและเย็นสบายในทุกฤดูกาล โดยไม่ต้องกังวลว่า อากาศบนพื้นโลกหรืออากาศภายนอกบ้านจะรุ่มร้อนเพียงใด!
อ่านดู ฟังดู เหมือนจะเป็นแนวคิดประเภทฝันเฟื่องหรือล้อกันเล่น แต่ขอบอก ตามตรงว่า “ไม่ได้พูดเล่น!”


