28.4 C
Nakhon Sawan
วันอาทิตย์, สิงหาคม 2, 2026
spot_img

ประเทศเรา…จะซึมลึกไปอีกนานแค่ไหน ?

        เดือนที่ 8 ของปีแล้วนะครับ พี่น้องผองเพื่อนทั้งหลาย ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้าบริหารประเทศ มาได้ 4 เดือนกว่าๆแล้ว…เรายังไม่เห็นแผนพัฒนาประเทศอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันที่จะทำให้เราเชื่อว่าอนาคตเราจะอยู่ดีมีสุข อิ่มปาก อิ่มท้อง หาเงินได้คล่องขึ้น

ทำอะไรก็ผิดๆ ถูกๆ เหมือนทำไปแก้ไป เช่น เรื่องบัตรคนจน จะช่วยคนจน ซึ่งเป็นความตั้งใจจริงที่จะช่วย…ที่สุดเราก็ต้องมาเห็นคนแก่คนเฒ่าของประเทศเราต้องออกมานั่งร้องห่มร้องไห้กันระงม เพียงแค่เงิน 300 บาทต่อเดือน

เรื่องที่ลูกเทพทำที่กระทรวง ดี.อี. เกี่ยวกับ TH-AI. Passport ใช้งบมากถึง 1,621 ล้าน จะดูซิว่านายกฯจะให้เดินต่อไหม?  ในเมื่อกูรูทั้งหลายแฉว่าไม่คุ้ม นี่ก็อีกเรื่อง

ข่าวร้ายเกิดขึ้นแทบจะเป็นข่าวร้ายประจำวันเลย แล้วแต่ละข่าว แก้ไม่ตกสักข่าวหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้คนท่ีเขาต้องรับผิดชอบองค์กรการค้า การขาย เขาก็เดือดร้อนสิครับ ในเมื่อนโยบายต่างๆไม่ชัดเจน จะลงทุนก็กล้าๆกลัวๆ เพราะภาคเอกชนถ้า…เจ๊ง มันก็คือเจ๊ง จะไปเรียกร้องเอาคืนกับใครไม่ได้

         ดังนั้น…มาถึงวันนี้ การปลดคนงานก็เริ่มมีให้เห็นกันบ้างแล้ว ยกตัวอย่างคนในอาชีพสื่อสารมวลชน อย่างทีมข่าวทางทีวี ก็เริ่มปลด เริ่มลดคนทำงานลง

รัฐบาลชุดนี้ ที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ…รัฐมนตรีที่ถือว่าเป็นแม่เหล็ก ก็ไม่ใช่คนในพรรค ไปเอาเท็คโนแครต (Technocrat)  คือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ หรือข้าราชการระดับสูง มาช่วยทำงาน

ที่เราเห็นกันก็มีคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ คุณเอกนิติ  นิติทัณฑ์ประกาศ และคุณสีหศักดิ์  พวงเกตุแก้ว… ผลจากการทำงาน ปรากฎว่า คุณสีหศักดิ์ น่าจะสอบผ่าน แต่คุณศุภจี กับ คุณเอกนิติ…น่าจะไม่ผ่าน เพราะคุณศุภจีเคยทำธุรกิจระดับไมรโคร พอมาเจอระดับแม็คโคร เธอก็ไปไม่เป็น ตายตั้งแต่แก้ปัญหามะพร้าว ทุเรียน…มาเน่าเอาตอนข้าวแกง 40 บาท

ส่วนคุณนิติ ก็เรื่องบัตรคนจน เรื่องเดียวก็เสียมือนักการเงินการคลังไปแล้ว

เพียง 4 เดือน ถึงกับนายกฯ ต้องออกมาปรามเรื่องรัฐมนตรีที่โลกลืม นั่นแปลว่าตัวนายกเองท่านก็รู้ว่าผลงานไม่เข้าตาประชาชนเลย

ยิ่งมาช่วงใกล้สิ้นเดือนที่ 7 มาเจอเรื่องรายชื่อที่ ไอลอว์ iLaw โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน เอารายชื่อคนที่ไปเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว ส.ว. ซึ่งมีชื่อนายกฯอยู่ใน 9 คนนั้นด้วย นายกฯเองก็ถึงกับ… “ปากกล้า ขาสั่น” ไปเหมือนกัน

ความวัวยังไม่ทันจะหาย  ความควายก็เข้ามาแทรก  แล้วอย่างนี้จะเอาหัวสมองส่วนไหน?มาคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้หยั่งไงกัน?

ในระหว่างที่ประเทศเรา มัวสาละวนอยู่กับเรื่องการทุจริต สารพัดจะทุจริต  ชาติเพื่อนบ้านเราก็เดินหน้าไปกันจนเราจะไม่เห็นหลังเขาแล้ว

ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของโลกเช่นนี้  ราคาพืชไร่ของเราซึ่งเป็นรายได้หลัก เราก็แพ้เวียดนามไปแล้ว…เรื่องอิเล็กทอนิคส์ต่างๆ เราก็สู้สิงคโปร์ไม่ได้ เรื่องการท่องเที่ยวก็สู้อินโดนีเซียไม่ได้

เรายังเหลืออะไรท่ีจะไปเอาเงินมาเข้าประเทศ เราค้าขายกันเอง ก็แค่เงินกระเป๋าซ้าย ย้ายไปเข้ากระเป๋าขวา เม็ดเงินมันไม่เพิ่ม

โครงการ… “ไทยช่วยไทย” ก็เหลืออีก 2 เดือน ไม่ได้กระตุ้นเศษฐกิจระยะยาวเลย  คนได้มาก็ใช้หมดภายใน 10 วัน 15 วัน จากนั้นตลาดก็เงียบไปอีกยี่สิบกว่าวัน มันไม่ได้เอามาสร้างงานให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินเลย นี่ถ้าหมดโครงการไทยช่วยไทย นึกภาพซืครับว่า…เศรษฐกิจบ้านเราจะมีอะไรมากระตุ้นอีก

มองไปทางไหน ก็ดูมืดมนไปเสียทุกทาง

ความจริงทางออกของประเทศเรามีออกมากมาย  ทรัพยาการเราก็พร้อม คนเก่งๆเราก็มีมากมายเช่นกัน  แต่โอกาสที่จะเปิดให้คนเก่งๆเข้ามาช่วย มันไม่เปิดช่องให้ เพราะคนเก่งๆไม่มีพ่อ มีแม่เป็นบ้านใหญ่ในพรรคการเมือง แถมคนบ้านเรายังขี้อืจฉาอีก คนเก่งๆจึงหมดโอกาส

ยิ่งเขียนยิ่งเหมือนคนแก่ขี้บ่น ถือโอกาสลาเลยนะครับ เพราะถึงแนะนำอะไรไป  คนไกลปืนเที่ยงอย่างเรา  คนกรุงเทพก็ไม่ได้ยินหรอกครับ

สวัสดีครับ…!

…………………………………………………………………

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด