แม้สถานการณ์ภูมิอากาศของโลกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราจะตกอยู่ในอ้อมกอดของสถานการณ์เอลนีโญ ร้อนแล้งขั้นวิกฤตในปีนี้ แต่แทนที่จะร้อนอย่างหนักแต่ประการเดียว
ปรากฏว่ามีสภาวะฝนตกหนักแทรกเข้ามาปลอบประโลมใจ
แต่ปรากฏว่าปลอบประโลมใจหนักเกินไป จนเกิดสถานการณ์ดินถล่มลงขวางถนนในจังหวัดน่าน น้ำท่วมฉับพลันในเมืองเพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา เลยกับอีกหลายๆ จังหวัดในภาคเหนือ
ภาคกลางก็ใช่ว่าจะพ้นสถานการณ์อุทกภัยในช่วงเวลานี้ เพราะเมื่อปริมาณน้ำหลากจากภาคเหนือในหลายๆ จังหวัดไหลรวมกันมาท่วมทับพื้นที่ลุ่มในภาคกลาง สถานการณ์อุทกภัยในภาคกลางจะสาหัสกว่าจังหวัดในภาคเหนือ ต้นทางของปริมาณอุทกภัย
การขุดลอกคูคลองในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ซึ่งเงียบงันกันมาแสนนานเพราะนิ่งนอนใจว่าเป็นฤดูร้อนแล้งจากสถานการณ์เอลนีโญ จึงจะนำความทุกข์จากอุทกภัยในฉับพลันมาสู่ท้องนาท้องไร่ ถนนหนทางและอาคารบ้านเรือน โดยไม่ทันระวังป้องกันได้ทันท่วงที
ช่วงเวลาอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ระหว่างนี้ ควรที่ทางราชการต้องเร่งเตือนเร่งกระตุ้น และเร่งปฏิบัติการเร่งเร้าให้ประชาชนพลเมืองเร่งยกย้ายข้าวของมีค่าในบ้านบริเวณชั้นล่าง ที่เคยประสบอุทกภัยในกาลก่อน ขึ้นไว้ในที่สูงให้พ้นระดับน้ำที่นับวันจะสูงขึ้นๆ ทุกปี
ทางราชการควรจะมีมาตรการแนะนำจูงใจให้ราษฎรปลูกบ้านยกพื้นสูง พ้นระดับน้ำท่วมในปีก่อนๆ ให้พ้นระดับน้ำท่วมสูงสุดที่เคยท่วมมาก่อน
การปลูกบ้านยกสูงพ้นน้ำ บ้านใต้ถุนสูง บ้านใต้ถุนโล่ง เป็นกุศโลบายในการหลีกลี้หนีอุทกภัยอย่างถาวร ไม่ต้องตะลีตะลานขนข้าวของหนีน้ำกันในทุกเทศกาลอุทกภัย
เพราะเมืองไทยเป็นเมืองน้ำ สถิติน้ำท่วมบ้านท่วมเมือง ทั่วเมืองไทยเริ่มถี่กว่าในอดีต และพื้นที่ประสบอุทกภัยที่แผ่ขยายออกไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพราะบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปในหนทางที่เรียกว่าการพัฒนา
แต่เป็นการพัฒนาที่ไร้สติปัญญา ขาดการพินิจพิจารณาความเหมาะสมถูกต้องในเรื่องผังเมือง
ทำให้อาคารบ้านเรือนรุกล้ำพื้นที่ลุ่มที่น้ำเคยท่วม
ถนนหนทางกีดขวางช่องทางไหลของสายน้ำอย่างร้ายแรง ทำให้ชุมชนพื้นที่ ที่ไม่เคยประสบอุทกภัย ต้องประสบพบพานสถานการณ์อุทกภัยร้ายแรง ทรัพย์สินราษฎรพินาศ ชีวิตต้องปลิดปลง สังเวยความเจริญทางวัตถุของประเทศ
ดังเหตุการณ์ที่เกิดทั่วบ้านทั่วเมืองไทยในทุกภาคตลอดมา
แต่ไม่เคยสำนึกในบทเรียนที่แสนร้าย !
บก.


