เดือนสิงหาคม เป็นเดือนที่ 8 ของปี 2569 ตามระบบราชการ ถือว่าเป็นเดือนในไตรมาสที่สี่ สิ้นกันยายน ก็จบปีงบประมาณ 2569 เริ่มงบประมาณใหม่ ในเดือนตุลาคม การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการก็จะทำกันในเดือนสิงหาฯ กันยาฯ นี่แหละ
ที่ผมพูดถึงเดือนสิงหาฯก็เพราะมีหลายเรื่องที่อ้างเอาเดือนนี้เป็นเดือนดำเนินการให้เสร็จสิ้น อาทิ…เรื่องการโกงการเลือกตั้ง ส.ว. กกต. บอกว่าในเดือนสิงหาฯจะทำให้รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย
เรื่องโกงการสอบบรรจุข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีการโกงจนต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติเลย เพราะโกงกันในวงเงินสูงถึง 4,500 ล้านบาท มีคนเข้ามาเกี่ยวข้องมากถึง 4 แสนกว่าคน คิดว่าคงจะไม่มีการโกงครั้งใดจะทำลายสถิติได้อีกแล้ว
และที่ต้องบันทึกก็เป็นในสมัยที่มีทั้งเจ้ากระทรวง และนายกรัฐมนตรี เป็นคนเดียวกันคือ นาย… “อนุทิน ชาญวีรกูล”
งามหน้ากันยาวนานเลยละ และถ้าผลออกมาไม่เที่ยงธรรม ไม่ได้สวยงาม หาคนผิดที่มีแต่ปลาซิว ปลาสร้อย คนก็จะยิ่งจดยิ่งจำ เล่าขานเป็นตำนานของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน ไปอีกนานแสนนาน
2 เรื่องนี้ ก็ทำให้วันนี้ผู้บริหารประเทศ โดยเฉพาะคนในพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ไม่เป็นอันทำงาน ยืนปากกล้า ขาสั่นทุกวัน จนไม่มีผลงานอะไรจะพูดคุยได้ว่าเป็นมาสเตอร์พีช (Masterpiece) ที่ทุกคนในประเทศต้องจดจำ
ถ้าจัดลำดับความสำคัญของวิกฤต งานโกง ส.ว. น่าจะมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเวลามันผ่านมา 2 ปีกว่าเข้าไปแล้ว ที่ กกต. ไม่ได้ทำอะไรเลย ยิ่งนานวัน ข้อมูลที่ไม่ดีก็ออกมาแยะมาก คนที่มีชื่ออ้างอิงว่าเกี่ยวข้อง ก็ไม่ได้ออกมาชี้แจง แต่ดันไปฟ้องร้องคนที่เอาข้อมูลมาเปิดเผย มันก็ยิ่งทำให้คนโกรธเพิ่มขึ้น
งานนี้ก็มีคนที่เกี่ยวข้องมากถึง 229 คน
รัฐบาลจะอ้างว่าเป็นเรื่องของสภา เป็นเรื่องของ กกต. มันก็ฟังไม่ขึ้น เพราะจำเลยมันดันไปมีคนที่นั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ด้วย
คงจะไม่มียุคสมัยใด ที่วิกฤตของชาติ เป็นเรื่องของ… “ศีลธรรม ของนักการเมือง และข้าราชการบางคน” ที่ขาดหิริโอตัปปะ
ทำให้ภาพพจน์การเมือง การบริหารบ้านเมืองอับอายไปทั่วโลก เพื่อนผมเป็นชาวญี่ปุ่น โทรฯคุยกัน เขายังแอบถามเรื่องโกงๆด้วยทุกครั้ง
ล่าสุดที่ถูกถามคือ… “เรื่องพ่อทิพย์” จนเพื่อนมันเย้ยว่า…หมดเรื่องจะโกงกันแล้วหรือไงวะ? เพราะพ่อทิพย์นี่ ถือว่าทำลายล้างชาติกันเลย !
ย้อนมาคุยเรื่องการโกง ส.ว. กกต. หน้าที่หลักคือการจัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม อุตส่าห์แยกออกมาให้เป็นองค์กรอิสระจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว ตั้งแต่แยกออกมาก็ไม่ได้ทำหน้าที่ให้เที่ยงธรรมเลย ชุดแรกๆก็ติดคุก ติดตะรางกันไปชุดหนึ่งแล้ว
มาครั้งนี้…นอกจากไม่ทำหน้าที่ให้ดีแล้ว ยังมาฟ้องร้องประชาชนที่เขาอุตส่าห์เป็นหูเป็นตาให้ แทนที่จะไปเสาะสืบเสาะหาข้อเท็จจริง กลับมาฟ้องประชาชน
ไม่บ้า ก็ คงเมา ยังไม่สร่าง ?
ตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนชุดแรก 26 คน มีมติให้กกต. ดำเนินคดีเอาผิดผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ประกอบด้วย ส.ว. 138 คน กรรมการบริหารพรรคการเมืองรวมถึงเครือข่ายอีก 91 คน รวมทั้งสิ้น 229 คน
แล้วยังดันมาตั้งคณะอนุกรรมการชุดที่ 2 ขึ้นมาอีก 36 คน เพื่อนำข้อมูลไปหักล้างกรรมการชุดแรก งบประมาณก็เสียเพิ่มขึ้น ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง ก็ส่งให้ศาลไปทั้ง 229 คนเลย
ปล่อยให้ศาลท่านไปดำเนินการต่อ ถูกผิด ก็จะได้โทษกันที่ผลการตัดสินของศาล
ดึงมาถึง 2 ปี หรือ 730 วัน ประสิทธิภาพการทำงานแบบนี้ ชาติบ้านเมืองเสียหายไปมากขนาดไหน เสียทั้งเงิน…เสียทั้งเวลา…และที่สำคัญคือเสียศักดิ์ศรีของประเทศที่ประเมินมูลค่าความเสียหายไม่ได้เลย
ดังนั้น…ถ้าเดือนสิงหาฯนี้ยังไม่จบอีก…ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมา และถ้าจบไม่เที่ยงธรรม… “หายนะ” ที่เกิดขึ้น ใครจะรับผิดชอบ
ข่าวทุกวันที่ออกมาสู่ประชาชน มีแต่ข่าวข้อมูลที่ส่งเสริมให้เห็นกลวิธีการโกง ฝ่ายกกต. ไม่ได้ชี้แจงอะไรที่จะมาเป็นข้อหักล้าง มีแต่การฟ้องหมิ่น มันเลยยิ่งทำให้ประชาชนเชื่อไปแล้วว่ามีการโกงกันจริง
งานนี้ คณะกรรมการ กกต. โทษใครไม่ได้เลย นอกจากโทษตัวเอง
กรรม มีวิบากกรรมนะครับ ท่านคณะกรรมการ กกต.
……………………………


