- ตอน ตาลเดี่ยวที่โดดเดี่ยวเดียวดาย
ใครจะคิดว่า“ตาลเดี่ยว” ที่ยืนต้นเหมือนคนใจเดียว(เคย)ยืนเปลี่ยวเอกา ท่ามกลางผืนนาใต้ฟ้ากว้างใหญ่
แต่ในเวลานี้ยืนต้นเดียวในท่าทางของ “ตาลเอน” หรือ“ตาลชะโงก” อยู่ริมถนน หลวงสายในระหว่างอำเภอเมืองนครสวรรค์ – อำเภอโกรกพระ บ้านเกาะหงษ์ หมู่ที่ 10 ตำบลตะเคียนเลื่อน
จนกลายเป็นที่กล่าวขานของผู้คนพลเมืองชาวนครสวรรค์ในลักษณะห่วงใยว่า“ตาลเอน”หรือ“ตาลชะโงก” จะหักโค่นล้มฟาดลงมาพาดสายไฟฟ้าและถนนหลวง ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้สัญจรด้วยยวดยานที่ผ่านบริเวณนั้นจนถึงขั้นบาดเจ็บหรือ เสียชีวิต และไฟฟ้าดับจนประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจเสียหายอย่างร้ายแรง
ในเวลาเดียวกันก็มีผู้คนที่รักต้นไม้ รักธรรมชาติ สายอนุรักษ์ ฯลฯ ซึ่งมีสายตายาว ไกลพอๆกับฝั่งที่ต้องการกำจัดหรือตัดต้นตาลทิ้ง เพื่อป้องกันอุบัติภัยจากต้นตาลล้มทับ รถยนต์ หรือยวดยานใดๆที่ผ่านเข้าไปในรัศมีที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายในภายหน้า
ฝ่ายที่ต้องการให้ตัดหรือกำจัด“ตาลเอน”หรือ “ตาลชะโงก” ออกไปให้พ้นจาก ข้างถนนก็ยกความน่ากลัวของภาพต้นตาลล้มฟาดลงมาคร่าชีวิตของผู้เคราะห์ร้ายใน ยามต้นตาลพ่ายแพ้แก่พายุ หรือหักโค่นด้วยตนเองเพราะความแก่ชรา
แล้วก็มีผู้ที่เห็นด้วย ผู้ที่คิดไปในทางเดียวกัน เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วย ด้วยถ้อยคำที่สุภาพบ้าง! ถ้อยคำที่แสดงอารมณ์บ้าง! ถ้อยคำหยาบคายร้ายแรงบ้าง!
ฝ่ายที่ต้องการอนุรักษ์ พิทักษ์ รักษาต้นตาลเอน ตาลชะโงกอายุนับ 100 ปี เอาไว้ ให้เป็นสัญลักษณ์ของท้องถิ่น(หมู่บ้าน,ตำบล,อำเภอ) นครสวรรค์ก็มีผู้คนที่มีแนวคิด ในทางเดียวกันเข้ามาร่วมแสดงความคิด ความเห็น สนับสนุนการรักษาต้นตาลเอน ตาลชะโงกเอาไว้ ด้วยเหตุผลว่าเป็นเอกลักษณ์ที่หาดูได้ยาก
และที่น่าสังเกตคือฟากฝั่งของฝ่ายอนุรักษ์มักจะใช้เหตุผลทางด้านการหาทาง สร้างความปลอดภัยในการไว้ชีวิตตาลเอน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดจุดสนใจในท้องถิ่นหรือ แลนด์มาร์ก สามารถหารายได้เข้าพื้นที่ตำบล หมู่บ้าน ด้วยการจัดตั้งตลาดสินค้าตำบล สินค้าพื้นบ้าน จุดถ่ายภาพ จุดพักรถเพื่อเข้าห้องน้ำห้องท่า ดื่มกาแฟ จุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าจุดตั้งพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน แสดงประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านตำบลในอดีต รวมไปถึง นิทรรศการ“เสด็จประพาสต้น” ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5
บางรายแนะนำให้ทำหอสูงประคับประคองลำต้นของตาลเอนตาลชะโงกให้มั่นคง แข็งแรงด้วยรูปแบบที่น่ารัก สวยงาม สร้างสรรค์ และโอฬารตระการตา
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ฝ่ายอนุรักษ์ตาลเอน ตาลชะโงกนั้น ส่วนใหญ่จะใช้ภาษา วาจาสุภาพเรียบร้อย ไม่ใช้ถ้อยคำภาษาหยาบคายที่ดุเดือดเลือดพล่าน และยกเหตุ ประกอบที่สร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์กับท้องถิ่นในระยะยาว
เมื่อความปรากฏต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ และ นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนครสวรรค์ และน่าจะมีคำแนะนำคำท้วงติงกรณีที่อบต.ตะเคียนเลื่อนจะ ตัดต้นตาลเอนตาลชะโงกในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 จนทำให้อบต.ตะเคียนเลื่อนและ กำนันตำบลตะเคียนเลื่อน ระงับการตัดต้นตาล
และต่อมาได้มีการประชุมหารือในกรณีที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ โดยให้เวลาเจ้าของที่ดินที่เป็นที่ตั้งของตาลเอน ตาลชะโงก พิจารณาตัดสินใจว่าจะตัดต้นตาลทิ้ง หรือจะดำเนินการต่อไปอย่างไร?
หลายคนบ่นว่า“เพียงต้นตาลไร้ค่าเพียงต้นเดียว ทำไมจึงต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่โตในโลกโซเชียล? จนอาจจะต้องใช้เงินทองมากมายมหาศาลมาใช้ในการอนุรักษ์ ต้นตาลให้เอนหรือชะโงกต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าจะเกิดความเสียหายต่อชีวิตและ ทรัพย์สินของสาธารณชน”
บางคนบ่นว่า “ถ้าต้นตาลเอนล้มลงมาทับรถยนต์ ทับผู้คนจนเสียชีวิตใครจะเป็น ผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะเจ้าของที่ดินคงไม่สามารถ รับผิดชอบความเสียหายในกรณีนี้ได้”
ฝั่งนักอนุรักษ์ ผู้สนับสนุนให้ไว้ชีวิตต้นตาลก็แนะนำว่าให้เจ้าของที่ดินสร้างศาล เจ้าพ่อตาลเอน – ตาลชะโงก กับศาลเจ้าแม่ไทรทอง ต้นไม้ใหญ่ที่โอบกอดโคนต้นตาล เอาไว้ แล้วขายธูปเทียนทองเพื่อบูชาเจ้าพ่อ – เจ้าแม่ จำหน่ายผ้าแพรสี เอาไว้พันผูกโคนต้นไทร ที่โอบกอดต้นตาล
แล้วแนะนำให้ อบต.ตะเคียนเลื่อนตั้งมูลนิธิหาเงินบำรุงดูแลพิทักษ์รักษาตาลเอน – ตาลชะโงก เพื่อเตรียมชดใช้ค่าเสียหายที่อาจจะเกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สินของผู้ประสบภัยจากการถูกต้นตาลชะโงกล้มทับ ด้วยอำนาจพายุ ฟ้าผ่าในอนาคต
และให้ อบต.ตะเคียนเลื่อน จัดตั้งตลาดสินค้าตำบล จำหน่ายสินค้าตำบล ผลไม้ พืชผัก และสินค้าที่ระลึกของท้องถิ่น เพื่อบริการนักท่องเที่ยวนักเดินทาง และผู้ที่แวะถ่ายภาพคู่กับตาลเอน – ตาลชะโงก พฤกษาดาราในธรรมชาติ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับ ประชาชน พลเมือง เกษตรกร ในท้องถิ่นไม่สิ้นสุด
เหตุการณ์จะดำเนินต่อไปอย่างไร? ขอเชิญท่านผู้อ่าน ท่านผู้ฟัง ท่านผู้ชม ติดตาม รับฟังละครวิทยุคณะแก้วฟ้าเรื่องตาลเอน – ตาลชะโงก ตอนต่อไปได้ ณ บัดโน้น!
หมายเหตุ : ในกรณีที่เกรงว่า ตาลเอน – ตาลชะโงก จะโค่นทับสายไฟฟ้าริมถนน จนไฟดับนับวันนับคืน สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสังคมและการเมืองของ อำเภอโกรกพระ นครสวรรค์
ก็ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ย้ายสายไฟลงไปไว้ใต้ดินตามปณิธานที่เคยประกาศเป็นปฏิญญาไฟฟ้าเมืองไทยเอาไว้เมื่อ 8 – 9 ปีก่อน
ก็จะไม่มีปัญหาดังกล่าวให้สังคมหวาดผวา
โดย “โกสินทร์ ปิ่นสุพรรณ”


