ผู้อ่านสวรรค์นิวส์และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์…………………………………….. @ สถิตในดวงใจตราบนิรันดร์
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า คณะที่ปรึกษา คณะกรรมการ คณะทำงาน สมาชิก และเจ้าหน้าที่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์
…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หารือ Index Creative Village แลกเปลี่ยนแนวคิดจัดงาน Expo ระดับนานาชาติ มุ่งเปิดโอกาสอุตสาหกรรมไทยสู่ตลาดใหม่ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) นำโดยนายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นางสาวรัชฎาภรณ์ คงทน ผู้อำนวยการโครงการ เข้าพบและร่วมแสดงความยินดีกับนางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วาระปี 2569–2571 พร้อมหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ณ ห้องมงคลสุธี 801 ชั้น 8 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ
ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการจัดงาน Expo และ Exhibition ในประเทศที่มีศักยภาพและเป็นโอกาสใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทยในการขยายตลาดสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศซาอุดีอาระเบีย และสาธารณรัฐคาซัคสถาน ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น
โดย นายกำธร ศิลาอ่อน ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า ซาอุดีอาระเบียและคาซัคสถานต่างมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนและเปิดกว้างต่อการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมบันเทิง จึงนับเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะสามารถต่อยอดศักยภาพและขยายบทบาทของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ รวมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ สู่ตลาดใหม่ในระดับนานาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ต้อนรับคณะ INTCC และ ATTEC หารือแนวทางความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงานไทย–อินโดนีเซีย นายเวทิต โชควัฒนา รองประธานอาวุโสสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ พร้อมด้วยคณะกรรมการสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ ส.อ.ท. ได้ต้อนรับ นาย Hardy Chandra ประธานหอการค้าอินโดนีเซีย-ไทย (Indonesia-Thai Chamber of Commerce : INTCC) และนาย Budihardjo Iduansjah ประธานสภาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแห่งเอเชีย (Asian Trade, Tourism, and Economics Council : ATTEC) เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม การลงทุน และการพัฒนาทักษะแรงงานระหว่างไทยและอินโดนีเซีย ณ ห้องประชุม EA 1013 ชั้น 10 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ
ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจระหว่างไทยและอินโดนีเซียในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ชิ้นส่วนยานยนต์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก น้ำมันปาล์ม การท่องเที่ยว สินค้าฮาลาล และธุรกิจ Wellness นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย อาทิ นโยบายการแปรรูปวัตถุดิบภายในประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานระหว่างประเทศ ตลอดจนการฟื้นฟูความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister City) ระหว่างกรุงเทพมหานครและกรุงจาการ์ตา
ส.อ.ท. ได้นำเสนอยุทธศาสตร์ “5I” ซึ่งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในวาระปี 2569–2571 ประกอบด้วย (1) Intelligent Industry (2) Innovation & Creative Industry (3) International Alliance & Network (4) Industrial Infrastructure Reform และ (5) Inclusive Sustainability ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือและยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมไทยสู่ระดับสากล
ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงกิจกรรมความร่วมมือที่กำหนดจัดขึ้นในเดือนกันยายน 2569 ได้แก่ งาน 21st China International Small and Medium Enterprises Fair 2026 (CISMEF) และงาน Jakarta International Investment, Trade, Tourism and SMEs Expo 2026 (JITEX) ซึ่งจะเป็นเวทีสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ อันจะนำไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและอินโดนีเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
…………………………………… @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึกกำลัง กรมบัญชีกลาง เดินหน้า “MiT Plus” ตั้งเป้ายอดจัดซื้อจัดจ้างสินค้าไทยแตะ 2 แสนล้านบาท ยกระดับระบบ API และ AI สกัดการปลอมแปลงใบรับรองสินค้า นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสายงานมาตรฐานอุตสาหกรรมและศักยภาพในการแข่งขัน เข้าพบหารือกับนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง พร้อมด้วยนางสาวสุธิษา จารุเมธาวิทย์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง และนางสาวยุบล ปกป้อง ผู้อำนวยการกองการพัสดุภาครัฐ เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายสนับสนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT) และยกระดับระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น ณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง
ส.อ.ท. ได้นำเสนอแผนขับเคลื่อนการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า MiT โดยตั้งเป้ามูลค่า 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 พร้อมผลักดันแนวคิด “MiT Plus” เพื่อขยายการใช้สินค้าไทยจากภาครัฐสู่ภาคเอกชนและภาคประชาชน โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ ได้แก่ ระบบราง การบิน เครื่องมือแพทย์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงและมีศักยภาพในการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในอนาคต
ทั้งสองหน่วยงานยังเห็นพ้องในการยกระดับความเชื่อมั่นของระบบรับรองสินค้า MiT โดยเร่งเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางกับฐานข้อมูลของ ส.อ.ท. ผ่านระบบ API ให้ครอบคลุม 100% เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของใบรับรองได้ทันที ลดการใช้เอกสาร และป้องกันการปลอมแปลงใบรับรอง
พร้อมกันนี้ ส.อ.ท. เตรียมนำเทคโนโลยี AI มาใช้ตรวจสอบข้อมูลการผลิต อาทิ การใช้พลังงานไฟฟ้าและการจ้างงาน เพื่อยืนยันว่ามีการผลิตจริงภายในประเทศ และเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบรับรองสินค้า MiT
กรมบัญชีกลางและ ส.อ.ท. ยังเตรียมออกมาตรการเชิงรุกเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน ประกอบด้วย
- บทลงโทษ : ส.อ.ท. ปรับปรุงข้อบังคับใหม่ โดยหากตรวจพบว่าบริษัทมีเจตนาปลอมแปลงข้อมูล จะเพิกถอนสิทธิและขึ้นบัญชีดำบริษัทเป็นเวลา 2 ปี พร้อมเพิกถอนการรับรองสินค้ารายการ (SKU) นั้นเป็นการถาวร
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี : ศึกษาแนวทางให้บริษัทที่ซื้อสินค้า MiT สามารถนำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รวมถึงพิจารณาสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับบริษัทที่ใช้สินค้าไทยเกิน 60%
- แต้มต่อสำหรับ SME : ปัจจุบันสินค้า MiT ได้รับแต้มต่อในการจัดซื้อจัดจ้าง 5% และหากเป็นผู้ประกอบการ SME จะได้รับแต้มต่อเพิ่มอีก 10% รวมเป็น 15% โดยในอนาคตอาจพิจารณาเพิ่มแต้มต่ออีก 5% สำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามระบบภาษีอย่างถูกต้อง
นอกจากนี้ อธิบดีกรมบัญชีกลางได้เน้นย้ำการส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement) โดยอยู่ระหว่างผลักดันสินค้านำร่อง 8 ประเภท อาทิ ปูนซีเมนต์ รถยนต์ สี กระดาษ และเครื่องใช้สำนักงาน เข้าสู่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นการยกระดับโครงการ MiT สู่ระยะที่ 2 ซึ่งมุ่งเน้นการกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าไทยให้เป็น “สินค้าไทยของจริง” สร้างระบบนิเวศการค้าที่โปร่งใส เพิ่มความเชื่อมั่นต่อระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยในเวทีสากลต่อไป
…………………………………… @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ลดลงต่อเนื่อง หลังต้นทุนพลังงาน–วัตถุดิบพุ่งสูง นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. ร่วมเปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 84.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 85.3
การปรับลดลงของดัชนีฯ มีปัจจัยกดดันจากภาคการผลิตที่ยังมีแนวโน้มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของภาคการส่งออกและการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค อาทิ เครื่องสำอาง เครื่องประดับ และเฟอร์นิเจอร์
นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นยังส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และกดดันความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ
ขณะเดียวกัน ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคก่อสร้าง ภาคเกษตร และภาคการผลิต ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้กำลังการผลิตลดลงหรือเกิดความล่าช้าในกระบวนการผลิต อีกทั้งความเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน รวมถึงการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญ เช่น แนฟทาและปุ๋ยเคมี ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมต่อเนื่องหลายประเภท อาทิ พลาสติก บรรจุภัณฑ์ ปิโตรเคมี และเกษตรแปรรูป ขณะที่ราคาพลังงานที่ยังทรงตัวในระดับสูง ยังเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนด้านการขนส่ง
อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤษภาคม 2569 ภาคอุตสาหกรรมยังได้รับปัจจัยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ส่งผลดีต่อการส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า และเซมิคอนดักเตอร์ ขณะเดียวกัน การลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง อาทิ แผ่นวงจรพิมพ์ (Printed Circuit Board: PCB) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ มาตรการภาครัฐยังมีส่วนช่วยสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม โดยคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติมาตรการผ่อนผันหลักเกณฑ์การคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) เป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นแก่ผู้รับเหมาภาครัฐ รวมถึงมาตรการขยายระยะเวลาผ่อนคลายเกณฑ์อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (Loan to Value Ratio: LTV) สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ และช่วยกระตุ้นความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างในประเทศ
จากผลสำรวจผู้ประกอบการจำนวน 1,347 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรมของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ เศรษฐกิจภายในประเทศ 75.7% และการเข้าถึงสินเชื่อ 34.3% ขณะที่ปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ ราคาพลังงาน 75.5% เศรษฐกิจโลก 75.7% อัตราแลกเปลี่ยน (โดยเฉพาะในมุมมองของผู้ส่งออก) 41.0% นโยบายภาครัฐ 37.8% อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 32.9%
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 91.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 92.8 ในเดือนเมษายน 2569 โดยมีแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณีการยุติการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงาน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี และปุ๋ยเคมี นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 3-4% จากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่ทยอยส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ ภาคอุตสาหกรรมยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นวงเงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อีก 200,000 ล้านบาท สำหรับการปรับโครงสร้างด้านพลังงาน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ได้ประมาณ 0.6-0.8% และมีส่วนช่วยประคับประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการผลิตในระยะต่อไป
ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ
- เสนอให้ภาครัฐพิจารณาขยายระยะเวลามาตรการอุดหนุนน้ำมันแก่ภาคขนส่งแบบมุ่งเป้า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงาน ลดภาระต้นทุนของภาคการผลิต รวมทั้งช่วยชะลออัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพของประชาชน
- เสนอให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของ SMEs ผ่านกลไก Supply Chain Financing ในโครงการ PromptBIZ ควบคู่กับการออกมาตรการจูงใจบริษัทขนาดใหญ่เข้าร่วมโครงการ “พี่ช่วยน้อง” เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ SMEs ในห่วงโซ่อุปทาน
- เสนอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการนำเทคโนโลยี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก Small Modular Reactor (SMR) มาใช้เป็นหนึ่งในพลังงานทางเลือกของประเทศไทยในระยะยาว เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศ
ทั้งนี้ ส.อ.ท. ได้รวบรวมผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมและข้อมูลตัวชี้วัดเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมย้อนหลัง 3 ปี จัดทำเป็น Dashboard เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Industry Data Space (iDS) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลสำหรับใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ โดยสามารถเข้าดูข้อมูลได้ที่ https://fti.or.th/ids
…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จับมือไต้หวัน ดึงเทคโนโลยีชิปขั้นสูงและ AI ยกระดับอุตสาหกรรมการแพทย์อัจฉริยะของไทย นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและสมาชิก ต้อนรับ นายณรงค์ บุญเสถียรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ไทเป และคณะผู้แทนจากหน่วยงานด้านนวัตกรรมและการแพทย์ชั้นนำของไต้หวัน ณ ห้องประชุม 1011 ชั้น 10 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ
การหารือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้นโยบาย “5I” โดยมุ่งเน้น 4 ด้านสำคัญ เพื่อยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยและผลักดันสู่เวทีสากล ได้แก่
1) Business Matching: เร่งจับคู่ธุรกิจและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม เกี่ยวเนื่องระหว่างไทย-ไต้หวัน
2) Chips & Semiconductors: นำเข้าเทคโนโลยีชิปขั้นสูงของ ไต้หวันมายกระดับการผลิต ยกระดับสมาชิก ส.อ.ท. สู่การพัฒนาเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ป้อนตลาดโลก
3) Smart IT & AI Healthcare: ร่วมสร้างระบบนิเวศการแพทย์ อัจฉริยะและระบบ Big Data เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสาธารณสุข
4) Workforce Development: ร่วมมือพัฒนาบุคลากรทักษะสูง (High-skilled Workforce)
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าว นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระดับโลกของไต้หวันเข้ากับศักยภาพภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและการแพทย์อัจฉริยะของภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน
…………………………………… @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ต้อนรับคณะผู้ประกอบการเทคโนโลยีชั้นสูงจากเซินเจิ้น หารือความร่วมมือด้านนวัตกรรม การลงทุนไทย-จีน นายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ ประธานสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย-จีน (TCEII) พร้อมด้วย นายวรพจน์ ถาวรวรรณ กรรมการสถาบันเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออุตสาหกรรม (IDTI) และคณะกรรมการทั้ง 2 สถาบัน ต้อนรับคณะผู้แทนจาก Shenzhen Hi-Tech Enterprise Collaborative Innovation Promotion Association นำโดย นายหยิ่น ฮุย รองประธานบริหารสมาคมฯ พร้อมคณะผู้ประกอบการเทคโนโลยีชั้นสูงจากนครเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม ตลอดจนโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างไทยและจีน ณ ห้อง 802 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ
ในการนี้ คณะผู้แทนจากนครเซินเจิ้น ได้นำเสนอศักยภาพของผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของจีน รวมถึงแนวโน้มการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีดิจิทัล อุปกรณ์อัจฉริยะ และโซลูชันสำหรับภาคการผลิต พร้อมแสดงความสนใจในการขยายความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อส่งเสริมการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาธุรกิจร่วมกัน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต

…………………………………… @ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 ทันตแพทย์สุพจน์ หวังปรีดาเลิศกุล ประธานอาวุโสและกรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย นายสมพงษ์ หิรัญตระกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมต้อนรับ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในโอกาสลงพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก เพื่อพบปะสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก รับฟังข้อเสนอเชิงนโยบาย และแลกเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของภูมิภาคภาคเหนือตอนล่าง 1 และ 2 โดยมี นางภารดี โซ่จินดามณี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก วาระบริหาร พ.ศ. 2569–2571 พร้อมคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก ได้ร่วมต้อนรับคณะ
โดยประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก ได้นำเสนอนโยบาย ประชาชนกับประชาชน เช่น ประชาชน เกษตรกรไทยที่ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ ที่อำเภอเนินมะปราง พบกับประชาชนคนจีนที่ค้าขายที่เมืองสิบสองปันนาและคุนหมิงในตลาดสดจีน ได้คุยซื้อขายกันและปัญหาใดที่เป็นอุปสรรค ให้มี P ที่สาม คือภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุน ปลดล็อก ด้วยการสนับสนุน ผลักดันโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ “P2P : People to People” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างนักอุตสาหกรรมไทยและนักอุตสาหกรรมจีน โดยมุ่งสร้างกลไกความร่วมมือทางธุรกิจ การลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ผ่านแนวคิดการพัฒนาแบบ PPP – Public-Private Partnership ในระดับระหว่างประเทศ กลยุทธ์นี้จะทำให้เกิด impact ผลกระทบค่า GDP ของเมืองพิษณุโลกและประเทศชาติต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่ “สี่แยกอินโดจีน” ซึ่งจังหวัดพิษณุโลกมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงด้านโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน การศึกษา และการพัฒนาอุตสาหกรรมของภาคเหนือตอนล่างทั้งสองกลุ่มและประเทศเพื่อนบ้าน
…………………………………….. @ จังหวัดนครสวรรค์ เชิญชวนอุดหนุนผลิตภัณฑ์นม UHT จากสหกรณ์การเกษตรตากฟ้า จำกัด สนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ เพื่อช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในจังหวัดนครสวรรค์โดยตรง และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ผลิตภัณฑ์นม UHT ภายใต้แบรนด์ MILDDA by Chiangmai Fresh Milk มีให้เลือก 2 รสชาติ ได้แก่ รสจืด และ รสหวาน บรรจุลังละ 36 กล่อง ในราคาพิเศษเพียง 340 บาทต่อลัง หรือเฉลี่ยเพียง 9.44 บาทต่อกล่อง ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อและรับสินค้าได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 5622 1091 ต่อ 14 หรือทาง LINE ID : @862saeyu
……………………………………..@ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ จัดโครงการส่งเสริมระบบการจัดการด้านยาเสพติดในสถานประกอบกิจการ ประจำปี 2569 โดยมีนางอรอุมา กุลวานิชไชยนันท์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานเปิดโครงการฯโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างแนวคิดให้นายจ้าง ลูกจ้าง สถานประกอบกิจการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจได้ตระหนักถึงความสำคัญของโทษ พิษภัยของยาเสพติด เพื่อป้องกัน เฝ้าระวังไม่ให้ยาเสพติดแพร่ขยายเข้าสู่สถานประกอบกิจการเพื่อให้สถานประกอบกิจการมีระบบการจัดการด้านยาเสพติด ผู้ใช้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเพื่อให้สถานประกอบกิจการ เข้าใจบทบาทในการให้โอกาสแก่แรงงานที่เป็นผู้เสพยาเสพติดได้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูให้สามารถกลับมาทำงานและใช้ชีวิตตามปกติ เพื่อคืนคนดีสู่สังคม ก่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรม ต่อไป……………………………………………….. @ หน่วยงานที่มีข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดนครสวรรค์ สามารถฝากข่าวผ่านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ หรือต้องการสมัครเป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ติดต่อสอบถามได้ที่ นายชาณัฐธนพล แสงสุข ผู้จัดการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ โทรศัพท์ 056-245497,081-0428 934 โทรสาร 056-245 498 e-mail: [email protected], https://www.facebook.com/Nakhonsawan.fti


