นับตั้งแต่ต้นปีมา ประเทศเรามีเรื่องที่คาราคาซัง ติดต่อกันมาหลายเรื่อง แต่ละเรื่องมีส่วนที่มาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยเราทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าเรื่องเกี่ยวกับปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการบ้านการเมือง ทุกเรื่องล้วนส่งผลต่อจิตใจเราทุกคน
แล้วทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้มีส่วนรับผิดชอบ ไม่สามารถกำจัดปัดเป่าให้มลายหายไปด้วยดีเลย สักเรื่องหนึ่ง
เรื่องปากท้อง เรื่องการทำมาหากิน ยังคงฝืดเคือง มันเป็นทั้งระบบเศรษฐกิจโลกนั่นส่วนหนึ่งก็พอเข้าใจได้ แต่ถ้าได้รัฐบาลที่เก่งๆ มันก็อาจจะทุเลาเบาบางลงได้
ประเทศเราพึ่งพาการส่งออก เป็นรายได้หลัก โดยเฉพาะข้าว หรือสินค้าเกษตรอื่นๆอันมีอ้อย ส่งออกในรูปของน้ำตาล เมื่อคู่แข่งเขาเก่งขึ้น เราก็ส่งออกได้น้อยลง
การท่องเที่ยว ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้เข้าประเทศ เมื่อข่าวไม่ดีในประเทศก็มีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวลดลง
ส่วนทางด้านอุตสาหกรรม เราไม่มีเทคโนโลยี เป็นของเรา การผลิตก็เป็นเพียงนำองค์ความรู้เขามาประดิษฐ์ รายได้ส่วนใหญ่ก็ได้แค่การรับจ้างผลิตเท่านั้นเอง
ยิ่งปีนี้ เรื่องสภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าตกกันจนน้ำท่วมไปทั่วทุกหัวระแหง เดือดร้อนกันทั้งประเทศ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมการทำมาหากินหนักเข้าไปอีก
สรุปโดยรวม ปีนี้นับเป็นปีข้าวยาก หมากแพง หากินฝืดเคืองจริงๆ
วกกลับมาที่ว่าเรามีเรื่องคาราคาซัง ที่ทำให้คนไทยเครียดไปตามๆกัน โดยเฉพาะเรื่องการบ้านการเมือง ในเมื่อการเมืองไม่ราบรื่น อย่างอื่นๆมันก็พลอยหงอยเหงาไปด้วย
เรื่องเขากระโดง…ก็ไม่คืบหน้าว่าจะจบกันอย่างไร ?
เรื่องการโกง ฮั้ว สว. ก็คาราคาซังในสภา
เรื่องทุจริตน้ำมัน ก็ยังหาคนโกง คนอมน้ำมันกันไม่ได้
เรื่องการปราบการทุจริตการโกงการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น
นอกจากไม่คืบหน้าแล้ว ยังมาสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจเพิ่มขึ้นอีก ในเมื่อ ปปช.ไม่สามารถทำสำนวนฟ้องผู้ต้องหาคนสำคัญที่จับมาได้ 3 คนให้ทันตามกำหนดเวลา
ที่สุดก็ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา
เรื่องเหล่านี้ จะไม่ให้เราคนไทย ผู้เสียภาษีเจ็บปวดหัวใจได้อย่างไร ?
รัฐบาลทำอะไรเหมือนมือสมัครเล่น น้ำท่วมครั้งนี้ก็จะเห็นว่าผลสำรวจความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ของประชาชน ผลสำรวจออกมาแทบจะได้อันดับบ๊วย! จากเกือบทุกสำนัก
น้ำท่วมครั้งนี้เพราะน้ำฝนมาก นั่นพอเข้าใจได้ แต่การช่วยเหลือ การวางแผนป้องกันต่างหากที่เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของการทำงานว่า….ใช้ไม่ได้เลย!
ตั้งแต่นายอนุทิน เข้ามาเป็นนายกฯ การเกิดน้ำท่วมได้ทดสอบฝีมือมาก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งแล้วที่ท่วมที่หาดใหญ่ ชาวบ้านด่ากันทั้งเมือง
แล้วพอมาเจออีกครั้งที่ท่วมกันทั้งกรุงเทพฯทั้งต่างจังหวัด รัฐบาลทำงานไม่เป็นท่าเลย ก็สมควรแล้วที่ผลโพล (Poll) ออกมาชี้ชัดว่าการทำงานสู้องค์กรภาคเอกชนเขาไม่ได้
หลังจากหวยออกแล้ว ก็คงได้รู้ว่าการซักฟอกรัฐบาลที่ฝ่ายค้าน จ้องจะเล่นงานคณะรัฐมนตรีถึง 18 คน จะเละตุ้มเป๊ะกันขนาดไหน ?
ถึงรัฐบาลจะมีเสียงข้างมาก แต่ผลมันจะส่งไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า
กอปรกับการที่เรื่องคาราคาซังทั้งหลายไม่เคลียร์สักเรื่องหนึ่ง ยังนึกไม่ออกเลยว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ต่อไปได้อย่างไร?
จะสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างไร ?
จะเป็นเวรเป็นกรรมกันไปอีกนานแค่ไหนหนอ? ประเทศเรา !!!
……………………………………………


