27 C
Nakhon Sawan
วันจันทร์, พฤศจิกายน 2, 2026
spot_img

คำเตือน ที่น่าสะพรึงกลัว

เดือนนี้เดือนที่ 11 ของปี 2569 อีกเพียง 60 กว่าวันก็สิ้นปีอีกแล้ว นับแต่ต้นปีมา  ชีวิตคนไทยเราไม่ได้ดีขึ้นเลย การเมืองก็เละเทะ เท่ากับไม่ได้นำพาชีวิตคนไทยให้รุ่งโรจน์ เสียเวลาไปอีกหนึ่งปี

เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นไร เราคงไม่ต้องมาฟื้นฝอยหาตะเข็บกันให้เสียเวลา พูดไปก็อย่าไปโทษคนอื่นเลย  เราต้องโทษตัวเรากันเองที่ตัดสินใจเลือกนักการเมืองเช่นนี้ไปบริหารบ้านเมือง เขาทะเลาะ เขาขัดแย้งกันมาทั้งปี  จนไม่สามารถบริหารบ้านเมืองให้ได้ตามที่สัญญาไว้กับประชาชนคนเลือกได้สักงานหนึ่งเลย

เจ็บ…แล้วต้องรู้จักจำกันบ้างนะครับ พี่น้อง ผองเพื่อน

วันนี้ผมขอนำเอาข้อมูลที่มีหน่วยงานเขาทำวิจัยมาคุยกับแฟนๆ เพื่อให้เห็นว่าอนาคตลูกหลานเรา เขาจะได้รับผลกรรมอะไร เพราะสิ่งที่คนหนุ่ม คนสาวได้รับ  มันมีผลกระทบมาถึงเรา คนสูงวัยด้วย

เรื่องที่จะเอามาคุยคือ…ใบปริญญาที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ… กำลังกลายเป็นแค่กระดาษเปล่า? เปิดสถิติสุดช็อก คนไทยตกงานทะลุ 4 แสนคน สูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี และเกือบครึ่งคือ “เด็กจบใหม่”!

ใครที่มีลูกหลานเพิ่งเรียนจบ หรือเป็นเด็กจบใหม่ที่กำลังร่อน “เรซูเม่” นับร้อยแห่งแล้วเงียบกริบ… คุณไม่ได้คิดไปเอง และไม่ได้ไร้ความสามารถคนเดียวครับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) กางตัวเลขไตรมาส 2 ปี 2569 ออกมา ทำเอาใจหายวาบ เมื่อยอดคนไทยว่างงานพุ่งแตะ 401,000 คน สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (พุ่งขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน) 

แต่ตัวเลขที่เจ็บปวดและน่าตกใจที่สุดคือ กว่า 44% ของคนตกงานทั้งหมด คือกลุ่มเด็กจบใหม่ อายุ 20-24 ปี (สูงถึง 174,000 คน!) 

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดแรงงานไทย? ทำไมเรียนจบมาแล้วถึงไม่มีที่ไป?

สรุปความจริงที่ตบหน้าการศึกษาไทยให้เห็นภาพชัดๆ

  1. ผลิตคนไม่ตรงกับที่โลกต้องการ (Skills Mismatch ขนานแท้) ตลาดแรงงานต้องการอย่างหนึ่ง แต่มหาวิทยาลัยไทยยังผลิตอีกอย่างหนึ่ง ฝั่งความต้องการ (Demand) ในอีก 5 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องการแรงงานทักษะสูงถึง 1.1 ล้านตำแหน่ง โดยเฉพาะด้านการบินและโลจิสติกส์ (4.4 แสนคน), หุ่นยนต์และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (2.2 แสนคน), ดิจิทัล, และยานยนต์สมัยใหม่

ฝั่งคนเรียนจบ (Supply) ปรากฏว่าเด็กจบใหม่ปี 2568 กว่า 3.2 แสนคนนั้น แห่จบสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สูงถึง 63%! ขณะที่สายวิทย์-เทคโนโลยีมีแค่ 25% และสายแพทย์-สุขภาพมีแค่ 12% แถมสัดส่วนคนจบสาย STEM ยังลดลงเรื่อยๆ

ผลลัพธ์คือ… ตลาดขาดคนในสายเทคโนโลยีขั้นสูง แต่สายทั่วไปคนล้นจนแย่งงานกันแทบเหยียบกันตาย

  1. หายนะลามถึงรุ่นใหญ่ วัยใกล้เกษียณตกงานพุ่งเกิน 400%!ไม่ใช่แค่เด็กจบใหม่ที่เคว้ง เพราะถ้าซูมดูตัวเลขอัตราการว่างงานตามช่วงอายุ จะเห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวมาก

– กลุ่มอายุ 45-54 ปี ยอดตกงานพุ่งขึ้น +165%

– กลุ่มอายุ 55-59 ปี ยอดตกงานพุ่งกระฉูดถึง +437%!

– กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ยอดตกงานพุ่ง +289%

นี่คือสัญญาณเตือนว่า ธุรกิจกำลังบีบต้นทุน ปลดคนรุ่นเก่าที่ไม่ทันเทคโนโลยีทิ้ง ขณะเดียวกันก็ไม่รับเด็กจบใหม่ที่ทักษะไม่ตรงเข้าทำงาน  

  1. คลื่นสึนามิ AI และเศรษฐกิจ K-Shaped ซ้ำเติม นอกจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวแบบรวยกระจุก…จนกระจายแล้ว AI ยังพัฒนาเร็วแบบก้าวกระโดดเข้ามาแทนที่งานพื้นฐานและงานสายเอกสาร งานแอดมิน ทำให้พื้นที่ว่างสำหรับคนเริ่มสตาร์ตทำงานหดแคบลงไปทุกที ภาพพ่อแม่กู้หนี้ยืมสิน กัดฟันส่งลูกเรียนมหาวิทยาลัย 4 ปี หวังให้ลูกมีงานทำ มีอนาคตที่ดีกว่าตัวเอง…

แต่วันนี้ เด็กๆ กลับต้องกอดใบปริญญานั่งว่างงานอยู่บ้าน เพราะทักษะที่เรียนมา 4 ปี กลายเป็นสิ่งที่ตลาดไม่ต้องการไปแล้ว   ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ระบบการศึกษาและภาครัฐต้องผ่าตัดหลักสูตรแบบถอนรากถอนโคน เลิกผลิตบัณฑิตออกมาเตะฝุ่น และสร้างทักษะที่ใช้ทำมาหากินได้จริงในโลกยุคใหม่ ?

ครับ…นี่คือเรื่องจริง เราจะทำเป็นทองไม่รู้ร้อนกันไม่ได้แล้ว เราในที่นี้หมายถึงทุกรุ่น ทุกเพศ ทุกวัย

ทรัพยากรเราก็น้อยลง อากาศก็แปรปรวน ถ้าเรายังหากินกันแบบเดิมๆ เรียนกันแบบเดิมๆ เอาสิ่งที่เรียนง่ายๆ เรียนเรื่องที่มันสลับซับซ้อน เราก็ท้อ ไม่เปลี่ยนวิธีคิด ไม่มีความอดทน ต่อความยากลำบาก

สุดท้ายทุ่มเทแรงกาย แรงใจ สติปัญญา มันก็สูญเปล่า!

โลก และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ เขาเตือนพวกเราแล้วนะครับ ถ้ายังลังเลใจ ไม่แน่ใจ ยังตัดสินใจไม่ได้

         อย่า…ไปโทษใครเขานะครับ !

———————-

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด