หลังจากผมต้องเข้าโรงพยาบาลครั้งล่าสุดเมื่อ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพราะหัวใจทำงานผิดปกติ ทำให้เจ็บที่หน้าอก เลยต้องเข้าไปนอนที่ห้องพักผู้ป่วยอยู่เสีย 2 คืน ได้ไปเจอผู้ป่วยร่วมห้อง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย
ได้เห็นความเจ็บป่วยของแต่ละคน ที่ต้องทุกข์ทรมานทางร่างกาย เพราะหลายคนมีสายระโยงระยางเสียบอยู่ทั่วร่างกาย ทั้งท่อให้อาหาร…ท่อให้เลือด…ท่อให้น้ำเกลือ…ท่อให้ออกซิเจน…และท่อปัสสาวะ
บางคนนอนไปก็ร้องครวญครางไป เพราะความเจ็บปวดที่คงจะเหลืออดทน
ผมก็นอนไม่หลับ หรือหลับๆตื่นๆ ก็ไม่รู้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผมคิดถึงบทความบทหนึ่งที่ผมเคยอ่านจากหมอเมืองจีน เขาพูดถึงคนในวัยชราไว้อย่างนี้ครับ
โรคหลายอย่าง… แท้จริงแล้วไม่ใช่โรค แต่คือ “ความปกติของวัยชรา” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในปักกิ่งได้ให้คำแนะนำแก่ผู้สูงอายุไว้ 5 ข้อ ดังนี้
- ความจำไม่ดี ไม่ใช่ “อัลไซเมอร์” แต่คือกลไกการป้องกันตัวเองของสมองผู้สูงอายุ
อย่าตกใจไป นี่คือ “สมองแก่ลง” ไม่ใช่ “สมองเสื่อม” ถ้าคุณแค่ลืมว่ากุญแจอยู่ไหน แต่สุดท้ายหาเจอเองได้ — นั่นยังไม่ใช่ภาวะสมองเสื่อม
- เดินช้า หรือขาไม่มั่นคง ไม่ใช่ “อัมพาต” แต่คือกล้ามเนื้อเริ่มเสื่อม วิธีแก้ไม่ใช่กินยา แต่คือ “ขยับตัวและออกกำลังกาย”
- นอนไม่หลับ ไม่ใช่โรค แต่คือสมองกำลัง “ปรับจังหวะการนอน เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของโครงสร้างการนอน อย่ากินยานอนหลับพร่ำเพรื่อ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม ความจำเสื่อม และภาวะสับสน
ยานอนหลับที่ดีที่สุด สำหรับผู้สูงอายุคือ “ออกไปตากแดดตอนกลางวัน” และ “เข้านอนตื่นนอนให้เป็นเวลา”
- ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไม่ใช่ “โรครูมาตอยด์” แต่คือ “ปฏิกิริยาปกติของเส้นประสาทที่เสื่อมลงตามวัย”
- ปวดแขนขา ปวดไปทั่วตัว ปวดทั้งที่การตรวจทางกายภาพไม่พบรอยโรคหรือแผล อาการปวดเหล่านี้ไม่ใช่โรคแต่คือ “ภาวะไวต่อความรู้สึกส่วนกลาง” (central sensitization) คือ ภาวะที่ระบบประสาทส่วนกลาง (ซึ่งประกอบด้วยสมองและไขสันหลัง) เกิดการเปลี่ยนแปลงการทำงาน ทำให้มีความไวต่อสิ่งเร้าหรือสัญญาณความเจ็บปวดมากกว่าปกติ
ไม่จำเป็นต้องกินยาแก้ปวด แต่ควรใช้ การออกกำลังกาย + กายภาพบำบัด แนะนำให้ “แช่เท้าในน้ำอุ่นให้อบอุ่นก่อนนอน และนวดเบาๆ” จะได้ผลดีกว่าการกินยาเสียอีก
ผลตรวจสุขภาพผิดปกติ อาจไม่ใช่โรค แต่เป็นเพราะ “เกณฑ์มาตรฐานยังไม่ปรับตามอายุ”
องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่า ค่ามาตรฐานสุขภาพของผู้สูงอายุควร “ผ่อนคลายมากกว่า” คนหนุ่มสาว เช่น
- ค่าคอเลสเตอรอลสูงเล็กน้อยในผู้สูงอายุ ไม่ได้อันตราย กลับช่วยให้อายุยืนขึ้น
เพราะคอเลสเตอรอลเป็นวัตถุดิบในการสร้างฮอร์โมนและเยื่อหุ้มเซลล์
ถ้าต่ำเกินไปจะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง
- ความดันโลหิต สำหรับผู้สูงอายุไม่จำเป็นต้องต่ำกว่า 140/90
แต่ให้อยู่ที่ ต่ำกว่า 150/90 มม.ปรอท เพียงพอแล้ว
อย่ามอง “ความแก่” เป็น “โรค”อย่ามอง “การเปลี่ยนแปลง” เป็น “ความผิดปกติ”
“ความแก่” ไม่ใช่โรค แต่มันคือเส้นทางที่ทุกคนต้องเดินผ่าน สิ่งที่อยากฝากถึงผู้สูงอายุและลูกหลาน
- จำไว้ว่า: ความไม่สบายบางอย่าง “ไม่ใช่โรค”
- อย่ากลัว: อย่าตกใจไปกับผลตรวจสุขภาพหรือโฆษณาชวนเชื่อ
- สิ่งสำคัญที่สุดของลูกหลาน คือ ไม่ใช่แค่พาพ่อแม่ไปโรงพยาบาลแต่คือ “พาเดินเล่น พาออกแดด กินข้าวด้วยกัน พูดคุยกันบ่อยๆ”
ความแก่ไม่ใช่ศัตรู แต่ “การหยุดนิ่งไม่ทำอะไรเลย” ต่างหากคือศัตรูที่แท้จริง
ครับ… อ่านดูแล้วคิดตาม นะครับ ในฐานะคนแก่ด้วยกัน อย่างน้อยๆก็ถือว่าเป็นการให้กำลังใจแก่กันและกัน
————————


