29.7 C
Nakhon Sawan
วันพุธ, กรกฎาคม 1, 2026
spot_img

ตัดหัว…เสียบประจาน ?

ย่างเข้าเดือนที่ 7 ของปี 2569 แล้ว ในทางบริหารธุรกิจภาคเอกชน ถือว่าเข้าสู่

ไตรมาสที่3

เมื่อมองย้อนไปใน 2 ไตรมาสที่ผ่านไป ทุกคนทุกธุรกิจ ก็จะทบทวนยอดการหารายได้ ว่าเข้าเป้าหรือไม่ ทั้งรายได้ (เงินเข้า) กับ รายจ่าย(เงินออก)

ถ้ารายได้ไม่ถึง…คนเป็นผู้บริหารก็นั่งกันไม่ติดละครับ ยกเว้นคนเป็นเถ้าแก่เองเพราะจะได้เป้า หรือไม่ได้เป้า ก็ยังนั่งทู้ซี้ ไปได้

แต่ถ้าเป็นมือปืนรับจ้าง…การหารายได้ไม่เข้าเป้าหมายตามที่เสนอแผนงานกับผู้ลงทุน หรือกับนายจ้าง…ต้องก้นร้อนละครับ

เพราะต้องรับผิดชอบต่อผู้ลงทุน รับผิดชอบต่อลูกทีม หรือลูกน้อง รวมไปถึงผู้ร่วมค้าด้วย สิ้นปีอาจชวด Bonus ชวดการขึ้นเงินเดือนด้วย

ความมั่นคงในอาชีพ สั่นคลอน

การบริหารงานในทางธุรกิจ ต่างจากการรับราชการ ต่างจากงานรัฐวิสาหกิจตรงนี้ เพราะเขามี KPI (Key Performance Indicator) ที่วัดกันชัดเจน และจริงจัง

      เป็นข้าราชการ ทำงานทุกงาน ก็มี KPI แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่มีผลอะไร ที่ไปเกี่ยวกับความมั่นคงในการทำงาน ทำไม่ถึง KPI ก็ยังนั่งทำต่อไปได้ ไม่รู้ร้อน รู้หนาว

      แต่ถ้าเป็นผู้บริหารงานเอกชน…ไม่มีข้อยกเว้นเลยครับ ถ้าไม่เข้าเป้า ก็เตรียมเก็บกระเป๋าได้

ด้วยเหตุนี้…คนส่วนใหญ่จึงอยากเข้าทำงานในภาคราชการ เพราะมั่นคง มีสวัสดิการชัดเจน ความชั่ว ไม่มี ความดีไม่ปรากฎ ก็ได้ขึ้นขั้นเงินเดือน

ต้องเสียเงิน เสียทอง ค่าสอบแข่งขันคนละ  300,000 – 800,000 บาท ก็ยอมลงทุน

ด้วยเหตุนี้ข่าวการโกงการสอบแข่งขันเพื่อให้ได้รับราชการ จึงเป็นข่าวครึกโครม

เพราะมีคนโง่ แต่อยากได้ตำแหน่ง ยอมเสียเงิน เสียทอง จึงตกเป็นเหยื่อของไอ้พวกขี้โกง พวกเห็นแก่ได้ ไม่ได้คิดอะไรยาวๆ ว่าถ้าเอาคนโง่ คนขยัน แต่โง่ เข้าไปรับใช้งานราชการจะสร้างความเสียหายมากขนาดไหน

เป็นที่น่ากลัวมากนะครับ ถ้าฟังตามข่าวที่มีคนไปสอบแข่งขันเพื่อเข้าไปทำงานกับ อปท. คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มากถึง 4 แสนกว่าคน แล้วมีตำแหน่งทั่วทั้งประเทศเพียง 6,000 ตำแหน่ง

ตามข่าวอีกเช่นกันว่า ใน 6,000 ตำแหน่งนั้น มีการกันที่นั่งเพื่อโกงไว้ 3,000 ตำแหน่ง

จำนวนเงินจึงมากเป็น  4 พันกว่าล้านบาท

คนที่คิดเรื่องการโกงการสอบแข่งขันเข้ารับราชการใน อปท. ครั้งนี้ จับได้ …”ตัดหัว เสียบประจาน” ดีไหม ?

ยอมรับกันไหมครับว่า…การศึกษาไม่ได้ช่วยพัฒนาคุณธรรมของคนจบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเลย ไม่สามารถสร้างให้เขามี “หิริ โอตตัปปะ” ความเกรงกลัวต่อบาปเลย

วันที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ก็กล่าวคำปฏิญาณตนต่อเบื้องพระพักตร์พระเจ้าอยู่หัว ว่าจะจงรักภักดี จะซื่อสัตย์ จะไม่คดไม่โกง

เดินออกจากห้องรับพระราชทานปริญญา มัน(บางคน)ก็วางแผนโกงกันแล้ว

        เรียกได้ไหมครับว่าระบบการศึกษาเราล้มเหลวเรื่องการสร้างคุณธรรม สร้างจริยธรรม ให้กับบัณฑิต

งานการโกงสอบแข่งขัน  ในทุกหน่วยงาน ทุกวงการศึกษา ประเทศเราได้ยินกันมาจนชาชิน เพิ่งจะมีจับกันได้ในครั้งนี้ จึงเป็นข่าวดังคับประเทศไปเลย

คนจำนวนเป็นแสนคน ที่อยากเข้ารับราชการ มีมากขนาดนี้ ถ้าการแข่งขันเป็นไปด้วยความเที่ยงธรรม ยุติธรรม ตรงไป ตรงมา

คิดกันไหมครับว่า…เราจะต้องได้คนดี คนเก่ง เข้าไปรับใช้ประชาชน เป็นคุณแก่ประเทศชาติบ้านเมือง

น่าเศร้าจริงๆนะครับ  ผมไม่รู้ว่าผู้บริหารการศึกษา ผู้หลักผู้ใหญ่ในประเทศคิดเรื่องนี้กันอย่างไร ?

ชาชินกันไปหมดแล้วหรือไงครับ กับเรื่องคดเรื่องโกงทั้งหลายแหล่ ที่เกิดไม่เว้นในแต่ละวัน

ส่วนคนที่นั่งทำงานในราชการทุกสังกัด ที่ได้เข้าไปนั่งทำงานอยู่ทุกวันนี้ แล้วเข้ามาทำได้เพราะวิธีสกปรก เหมือนครั้งนี้ จะรู้สึกมียางอาย รู้สึกละอายใจบ้างไหมหนอ ?

ช่วยมองคนรอบข้างซิครับ…ว่ามีคนเข้ามาด้วยวิธีสกปรก นั่งอยู่ใกล้ๆบ้างหรือเปล่า ?

เหนื่อยใจจริงๆ

………………………………………………

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด