26.7 C
Nakhon Sawan
วันศุกร์, ตุลาคม 2, 2026
spot_img

ว่าด้วยเรื่องโพชฌงค์ ๗

เดือนนี้เดือนที่ ๑๐ แล้วครับ เหลือเวลาอีก ๒ เดือนก็สิ้นปี ๒๕๖๙ และเดือนนี้ ในภาคราชการก็มีการสับเปลี่ยนผู้บริหารกันเป็นเดือนแรก มีทั้งเข้ารับตำแหน่งใหม่ มีทั้งโยกย้าย และมีหลายท่านเรียกเดือนนี้ว่า…

           ตุลาอาถรรพ์ หมายถึงความเชื่อหรือการเปรียบเปรยเดือนตุลาฯว่าเป็นเดือนแห่งความสูญเสีย โศกนาฏกรรม และเหตุการณ์ร้ายแรงในไทย เช่น เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาฯ (๒๕๑๙)…เหตุการณ์ ๖ ตุลาฯ (๒๕๑๙) รวมทั้งการสูญเสียครั้งใหญ่ของไทย เป็นเดือนที่พระมหากษัตริย์และบุคคลสำคัญสวรรคต หลายพระองค์ รวมถึงรัชกาลที่ ๕ (ในวันที่ ๒๓ ตุลาฯ) รัชกาลที่ ๙ (ในวันที่ ๑๓ ตุลาฯ) แม่ของแผ่นดิน ในรัชกาลที่ ๙ ก็ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๘

เพื่อเป็นการแก้อาถรรพ์ งวดนี้ขอเอาเรื่องศาสนาพุทธเรามาเป็นสรณะ ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเอาไว้สักเรื่องหนึ่ง คือ… “โพชฌงค์ ๗” มาเสนอสู่คุณผู้อ่าน

คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธที่ “ศรัทธา เสมอ ด้วยปัญญา” จะเข้าใจว่า โพชฌงค์ ๗ คืออะไร มีความหมายอย่างไร และทำไมคนป่วยหนักๆนิยมให้ฟังพระสวดโพชฌงค์ มีเงินมากๆถึงกับนิมนต์พระมาสวดให้ฟังกันสดๆ

          โพชฌงค์(โพชฌ – องค์) แปลว่าองค์ประกอบของปัญญาตรัสรู้

    โพชฌงค์ ๗ เป็น ๑ ในโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ธรรมที่ฝักใฝ่แห่งการตรัสรู้ (ธรรมที่สนับสนุนให้ตรัสรู้) เจริญธรรมหมวดใดหมวดหนึ่ง ก็สามารถตรัสรู้ได้ เพราะองค์ธรรมเหล่านี้ จะสอดประสานกัน ส่งทอดต่อกันทำหน้าที่จนถึงที่สุด เช่น…..

พระพุทธองค์ตรัสว่าเจริญธรรมข้อเดียว (อานาปานสติ) ย่อมทำธรรม ๔ (สติปัฏฐาน ๔)ให้เต็ม ธรรม ๔ เต็มแล้ว ย่อมทำธรรม ๗ (โพชฌงค์ ๗)ให้เต็ม ธรรม ๗ เต็มแล้วย่อมทำวิชชา(ความรู้แจ้ง)และวิมุติ(ความหลุดพ้น)ให้เต็ม

       โพชฌงค์ ๗ มี

๑. สติ กุมจิตไว้กับสิ่งนั้นๆ ถ้าสิ่งนั้นเป็นธรรมคำสอนที่รู้มา อยู่ห่างไกล เราก็ใช้สติดึงเอามาแล้วเอาจิตกำกับไว้ ดุจเอาเชือกผูกสัตว์ไว้กับหลัก

๒. ธรรมวิจยะ การเฟ้นธรรม เลือกธรรมที่เหมาะจะใช้มาไตร่ตรองพิจารณา เฟ้นหาสาระ ความหมาย เพื่อประโยชน์ที่ต้องการ

๓. วิริยะ ความเพียร  “ความกล้า” กล้าที่จะเผชิญไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะไม่ยอมทิ้ง กล้าที่จะฝ่าฟัน

๔. ปีติ ความอิ่มใจ ความดื่มด่ำ ซาบซึ้ง ปีติเป็นอาหารหล่อเลี้ยงใจ ผู้ปฏิบัติธรรมมักกินอาหารน้อย ถ้าอิ่มใจก็จะสามารถประคับประคองร่างกายไปได้อย่างกระปรี้กระเปร่า เมื่อใจอิ่ม กายก็พลอยอิ่มไปด้วย เรียกว่ามีปีติเป็นภักษา

๕. ปัสสัทธิ ความผ่อนคลาย สงบ เย็น ไม่เครียด ไม่กระสับกระส่าย เป็นความผ่อนคลายทั้งทางกายและจิตใจ กายก็คาย ใจก็สงบ

๖. สมาธิ ความตั้งใจมั่น แน่วแน่กับสิ่งนั้นๆ พิจารณาสิ่งใด จิตก็จะแน่วแน่อยู่กับสิ่งนั้น จิตใจที่แน่วแน่ย่อมมีพลังมาก เป็นจิตที่เหมาะจะใช้งานด้านปัญญา สติ กับ สมาธินั้นต่างกัน แต่ทำหน้าที่สืบทอดกัน สติทำให้จิตอยู่กับสิ่งที่กำหนด เมื่อจิตอยู่กับสิ่งที่กำหนดได้เป็นสมาธิ

๗. อุเบกขา ความวางเฉย เป็นความเรียบสงบของจิตที่เป็นกลางๆไม่เอนเอียงไปข้างโน้น ข้างนี้ เป็นการเฉยรู้ รู้ทันจึงเฉย พร้อมที่จะทำเมื่อมีโอกาส อุเบกขาไม่ใช่ไม่รับรู้อะไร ไม่ใช่เฉยไม่รู้เรื่อง แต่รับรู้อย่างผู้มีปัญญา

ธรรมทั้ง ๗ นี้ถ้าทำอย่างใดอย่างหนึ่งสมบูรณ์ย่อมสืบทอดหรือเกื้อหนุนให้ข้ออื่นสมบูรณ์ไปด้วย การทำงานขององค์ธรรมนั้นเป็นกระบวนการ มิใช่แบบแยกส่วน

โพชฌงค์ เป็นองค์ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้นำไปใช้ในยามเจ็บป่วย เมื่อพระองค์ประชวร ก็ให้พระจุนทะเถระสาวกมาสวดโพชฌงค์ให้สดับ ฟังจนหายประชวร เมื่อพระมหากัสสปะ พระโมคคัลลานะอาพาธ พระองค์ก็ทรงสวดโพชฌงค์ด้วยพระองค์เอง

ขอจบคติธรรมประจำงวดนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้ หวังว่าปัญญาจะเกิดกับแฟนๆ “คุยกับคนเจ้าพระยา” ไม่มากก็น้อย…สาธุ(จ้า)

——————–

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด