32.6 C
Nakhon Sawan
วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_img

วิธีออกกำลังกายตามช่วงวัย : อายุเท่านี้ ออกกำลังกายยังไงดี ?

การออกกำลังกาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนทุกวัย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง  กระฉับกระเฉง  และส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี  โดยในแต่ละช่วงวัยมีความต้องการและข้อจำกัดทางร่างกายที่แตกต่างกัน  การเลือกประเภทและรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ  วันนี้จะมาแนะนำคู่มือการออกกำลังกายตามวัย  เพื่อเป็นแนวทางสู่การมีสุขภาพที่ดี

  1. การออกกำลังกายช่วงวัยรุ่น

“วัยรุ่น” เป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งร่างกาย อารมณ์ และพฤติกรรมต่างๆ  ทำให้ผู้หญิงมีทรวดทรงที่ชัดเจนมากขึ้น  และผู้ชายจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากขึ้น  ดังนั้นวิธีการออกกำลังกายสำหรับวัยรุ่นเพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรง  และส่งเสริมการพัฒนาของร่างกายสามารถทำได้ดังนี้

  • ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน และทำเป็นประจำ 3-5 วันต่อสัปดาห์
  • เลือกกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างระบบหายใจและไหลเวียนโลหิต เช่น การว่ายน้ำ วิ่ง เดินเร็ว ปั่นจักรยาน
  • เลือกกิจกรรมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย เช่น การวิ่ง การเต้น และกีฬาอย่างบาสเกตบอล หรือฟุตบอลก็ได้
  • เลือกกิจกรรมกีฬาหรือออกกำลังกายที่ทำแล้วรู้สึกสนุก เพื่อสร้างนิสัยที่รักการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และเล่นกีฬาต่อไป

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายสำหรับช่วงวัยรุ่น

ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูงเกินไป เนื่องจากร่างกายยังเจริญเติบโตอยู่

  • อย่าออกกำลังกายจนหักโหมและพักผ่อนให้เพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนเพื่อให้มีสารอาหารเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการอดอาหารหรือควบคุมน้ำหนักอย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
  • แนะนำกิจกรรมออกกำลังกายในร่มและกลางแจ้ง สำหรับช่วงวัยรุ่น

(กิจกรรมออกกำลังกายในร่มสำหรับวัยรุ่น โยคะ พิลาทิส หรือยิมนาสติก เต้นแอโรบิก ซุมบ้า หรือ Cover Dance)

การออกกำลังกายแบบ Bodyweight Training กีฬาในร่ม เช่น แบดมินตัน ปิงปอง และอื่น ๆ

กิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งสำหรับวัยรุ่น

เดิน-วิ่ง ปั่นจักรยาน ปีนเขา เดินป่า ว่ายน้ำ กีฬาแบบทีม เช่น บาสเกตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล และอื่นๆ

 

 

  1. การออกกำลังกายวัยผู้ใหญ่ (วัยทำงาน)

“วัยทำงาน” หรือวัยผู้ใหญ่ เป็นช่วงที่ร่างกายและจิตใจมักจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติ  ไม่ว่าจะเป็นด้านความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด  รวมถึงอวัยวะและระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลง  ดังนั้นจึงควรหันมาดูแลสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกายให้มากยิ่งขึ้น  โดยการออกกำลังกายในวัยทำงานสามารถทำได้ดังนี้

  • ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 2 วันขึ้นไป เลือกกิจกรรมคาร์ดิโอร์ที่เสริมสร้างความแข็งแรงและความทนทานของร่างกาย เช่น  การเดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค กระโดดเชือกหรือโยคะ

เลือกกิจกรรมที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อเพื่อดูแลร่างกายให้ครบทุกส่วนของร่างกาย เช่น การดันพื้น สควอท ซิทอัพ หรือการว่ายน้ำ บริหารร่างกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้อเป็นประจำ เพื่อป้องกันและลดอาการบาดเจ็บจากการทำงาน หรือแม้แต่ป้องกันออฟฟิศซินโดรมด้วย

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายสำหรับช่วงวัยผู้ใหญ่

  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายด้วยกิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะหากเป็นผู้มีโรคประจำตัว
  • ป้องกันอาการบาดเจ็บจากกล้ามเนื้อฉีกขาดด้วยการอบอุ่นร่างกาย รวมถึงคลายเส้นทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย
  • ไม่หักโหมออกกำลังกายหนักตั้งแต่เริ่มต้น ควรค่อย ๆ เพิ่มความหนักของการออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
  • ระวังการขาดน้ำจากการออกกำลังกาย โดยควรดื่มน้ำให้เพียงพอ และคอยจิบน้ำเรื่อย ๆ
  • ไม่ควรฝืนร่างกายจนเกินไป ให้หยุดพักการออกกำลังกายเมื่อรู้สึกเจ็บ หรืออ่อนล้า
  • แนะนำกิจกรรมออกกำลังกายในร่มและกลางแจ้ง สำหรับช่วงวัยผู้ใหญ่

กิจกรรมออกกำลังกายในร่มสำหรับวัยผู้ใหญ่ โยคะ หรือพิลาทิส  เต้นแอโรบิค หรือซุมบ้า เดิน หรือวิ่งบนลู่

เล่นเครื่องออกกำลังกายในฟิตเนส กิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งสำหรับวัยผู้ใหญ่ เดินเร็ว หรือวิ่งจ็อกกิ้ง

ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เล่นกีฬาประเภทเทนนิส หรือแบดมินตัน การทำงานบ้าน และดูแลสวน เช่น จัดสวน พรวนดิน ตัดหญ้า หรือการถอนวัชพืช

  1. การออกกำลังกายวัยผู้สูงอายุ

เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 60 ปีขึ้นไป หรือวัยผู้สูงอายุ เป็นวัยที่ร่างกายเสื่อมสภาพลงอย่างเห็นได้ชัด ความแข็งแรง และทนทานจะลดลง ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายได้ โดยการออกกำลังกายสำหรับ วัย 60 ปีขึ้นไป สามารถทำได้ดังนี้

  • ควรออกกำลังกายเบา ๆ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวันเป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์
  • เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย โดยหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดการลงน้ำหนักบริเวณข้อเข่า และกระดูกต่าง ๆ
  • เลือกกิจกรรมออกกำลังกายที่ช้า แต่สามารถทำต่อเนื่องได้ เช่น การเดิน การเล่นโยคะ การเต้นแอโรบิก การรำไทเก๊ก
  • ฝึกหายใจให้สม่ำเสมอ และไม่กลั้นหายใจในขณะออกกำลังกาย

ข้อควรระวังในการออกกำลังกายสำหรับช่วงวัยผู้สูงอายุ

ปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มออกกำลังกาย เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินสภาพและข้อจำกัดของร่างกาย รวมถึงโรคประจำตัวต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักที่ทำให้เหนื่อยจนเกินไป หรือมีแรงกระแทกสูง ป้องกันการหกล้ม ลื่นล้ม ด้วยการสวมใส่รองเท้ากีฬาที่พอดี และมีพื้นกันลื่น ควรออกกำลังกายในที่ที่มีอุปกรณ์ช่วยพยุงตัว และมีพื้นนุ่มเพื่อกันเจ็บหากล้ม ไม่ออกกำลังกายอย่างหักโหม และหยุดพักบ่อย ๆ เพื่อป้องกันความเจ็บปวด และเมื่อยล้า

ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อป้องกันการขาดน้ำ แนะนำกิจกรรมออกกำลังกายในร่มและกลางแจ้ง สำหรับช่วงวัยผู้สูงอายุ

กิจกรรมออกกำลังกายในร่มสำหรับผู้สูงอายุ โยคะเฉพาะท่าง่าย ๆ และไม่เสี่ยงต่อการล้ม หรือบาดเจ็บ การเดินลู่ หรือเดินจงกรม เต้นแอโรบิกแบบเบา ๆ หรือรำไทเก๊ก

กิจกรรมออกกำลังกายกลางแจ้งสำหรับผู้สูงอายุ

การเดินช้า หรือเดินเร็วในสวนสาธารณะ หรือสถานที่เหมาะสม โดยควรมีพื้นเรียบเพื่อลดความเสี่ยงในการหกล้ม

 

ว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมเบา ๆ ในน้ำ เช่น การเดินในน้ำ

ทำสวน หรืองานบ้านเบา ๆ เช่น รดน้ำต้นไม้ หรือกวาดพื้น

                                                                   ที่มา: บทความ โดย โตเกียวมารีนประกันชีวิต

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด