32.8 C
Nakhon Sawan
วันอังคาร, มิถุนายน 2, 2026
spot_img

ที่นี่…สถานีเจ้าพระยา”

  • ตอน โศกนาฏกรรม….กลางเมือง!

สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน เมื่อปีพุทธศักราช 2520 – 2523 ผมต้องนั่งรถเมล์(ร้อน)จากบ้านของน้าชาย น้าสะใภ้ ในพื้นที่ชายขอบกรุงเทพฯ -นนทบุรีละแวกแยกประชาชื่น(คลองประปา) ในซอยจุฬาเกษม  ไปต่อรถเมล์สาย 16    ที่เตาปูน  เพื่อเดินทางไปมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พญาไท คนละฟากรั้วสังกะสีกับคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใกล้ๆสยามสแควร์

เส้นทางรถเมล์สาย 16 ระหว่างเตาปูน – สถานเสาวภาสภากาชาดไทย ต้อง ผ่านตัดจุดทางรถไฟยมราช ที่อยู่ใกล้ๆหัวลำโพงซึ่งการจราจรทางถนนค่อนข้างครึกครื้น วุ่นวาย  ตลอดทั้งวัน  และเป็นจุดที่รถไฟสายเหนือ สายใต้ สายตะวันออก พากันแล่นสวนสนามครึกครื้นไม่แพ้การจราจรบนถนน  โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดของถนนและทางรถไฟ ใกล้ๆสะพานลอยยมราช

ด้วยความเป็นผู้ชายที่เอวบางร่างน้อยสมชายในวรรณคดีไทยของผม ที่พระเอกในเรื่องมักจะ กล้องแกล้ง เอวอ่อน อรอันแถ้ง เหมือนพระลอในลิลิตพระลอ

ผมจึงถือโอกาสสอดส่ายสายตาหาที่ว่างในรถเมล์เพื่อนั่ง แทนการยืนโหนราว รถเมล์ (ที่สูงจนผมโหนแทบไม่ถึง…ฮา!)

ประกอบกับผมเคยแสดงความสามารถในการล้มบนพื้นรถเมล์ตอนรถเบรก     หรือมือหลุดจากการเกาะเสากลางตัวรถบ้าง มือหลุดจากเหล็กพนักที่นั่งที่ผมยืนเกาะ   อยู่บ้าง  จนต้องลงไปนอนกลิ้งบนพื้นรถเมล์ท่ามกลางสายตาสงสารแกมสมเพชของ มหาชนบนรถเมล์อยู่บ่อยๆ

ผมจึงต้องหาโอกาสหาที่นั่งให้ได้  เพื่อวางกองหนังสือที่หอบขึ้นรถเมล์ไปเรียน   เอาไว้บนตัก (สมัยนั้นบรรดานิสิต นักศึกษา จะประกาศศักดาของการเป็นนักศึกษาด้วย การหอบหนังสือเป็นตั้งๆไปมหาวิทยาลัย โดยไม่พึ่งพากระเป๋าแบบนักเรียน และกระเป๋าสะพายแบบกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ใช้กันเกลื่อนกลาดในปัจจุบันซึ่งในเวลานั้นยังไม่มีขาย)

ผมจึงมักนั่งด้านในติดหน้าต่างเพื่อชมบ้านชมเมืองของกรุงเทพฯ ตามประสา    เด็กบ้านนอกจากท้องทุ่งเมืองสุพรรณ

        ด้วยเหตุที่สมัยนั้นปริมาณจำนวนเที่ยวรถไฟเข้า – ออก สถานีหัวลำโพงมากมาย ในทุกชั่วโมง  ทำให้โอกาสที่การจราจรติดขัดตลอดระยะเวลา 100 ปีของกรุงเทพฯ       การที่รถเมล์ต้องจอดติดกลางทางรถไฟตรงแยกยมราช จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่ด้วยความรับผิดชอบของพนักงานขับรถไฟที่มักจะแล่นช้าๆทั้ง ขาขึ้น – ขาล่อง ในเขตชุมชนแออัด  จุดตัดทางรถไฟกับถนนที่รถยนต์ รถเมล์ และมอเตอร์ไซค์ร่วมเป็น เจ้าถนน  ประกอบกับพนักงานรถไฟประจำจุดตัดจะสามารถลากรั้วติดล้อออกมาขวาง กั้นทางจราจรได้อย่างทันท่วงที  ก่อนที่จะมีรถเมล์ รถยนต์ ล่วงล้ำเข้าไปจอดขวางทางรถไฟ

หรือสามารถ ตีธงแดง แสดงสถานการณ์อันตรายให้รถไฟหยุดก่อนจะถึงจุดตัด การจราจร ก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรมทุกครั้ง

แต่แล้วครั้งหนึ่งผมต้องประสบเหตุการณ์อกสั่นขวัญแขวนเมื่อรถเมล์สาย 16    ยังจอดคาบนทางรถไฟบริเวณแยกยมราช  แต่มีรถไฟวิ่งมาเพื่อเข้าสู่สถานีหัวลำโพง

ผมนั่งมองพนักงานกั้นรถยนต์ของทางรถไฟตีธงแดงห้ามรถไฟไม่ให้วิ่งเข้ามาบดขยี้รถเมล์และรถยนต์ที่เข้าร่วมสถานการณ์อย่างเพลิดเพลิน  เพราะเชื่อใจในอำนาจธงแดง อยู่นั้นพลันเกิดความโกลาหลบนรถเมล์สาย 16

ภาพรถไฟที่ยังมุ่งตรงเข้าหารถเมล์ตรงกับด้านที่ผมนั่งปลงอายุสังขารอยู่นั้น ทำให้ ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยพบสถานการณ์นี้

เสียงพนักงานโบกธงแดงของการรถไฟแห่งประเทศไทยตะโกนด้วยความ ตระหนกว่า ระวัง!!! ประกอบกับเสียงฝีเท้าของชาวรถเมล์วิ่งกรูกันลงจากรถเมล์ทาง ประตูหน้า – หลัง  อีกฝั่งหนึ่ง คนละด้านกับฝั่งที่ผมนั่งประจันหน้ากับหัวจักรรถไฟ ปลุกให้ผมตื่นจากภวังค์ ลุกขึ้นตั้งท่าวิ่งลงจากรถเมล์อย่างอาจหาญ แต่ติดขัดตรง คุณป้าวัยดึกที่นั่งขวางอยู่ด้านนอกของเบาะที่นั่งทำให้ผมติดอยู่ในระหว่างเบาะหน้า และเก้าอี้ที่ผมกับคุณป้านั่งหน้าตาตื่นและวิ่งไปไม่ไหว….ฮา!

รถเมล์กระชากตัวออกจากจุดจอดพ้นรางรถไฟ ได้ทันท่วงที เพราะรถที่จอดขวางรถเมล์พากันเลี้ยว หลบหลีกหนีพญามัจจุราชกันอย่างสุดชีวิต

ผมล้มลงบนเบาะที่นั่ง  ทับลงไปบนตักคุณป้าที่ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจสุดขีด รถไฟหยุดได้อย่างฉิวเฉียด  ห่างจุดที่รถเมล์จอดขวางเมื่อสักครู่ไม่ถึง 10 เมตร    รถเมล์จอดให้ผู้โดยสารที่หนีตายวิ่งนำไปข้างหน้ากลับมาขึ้นรถเมล์เพื่อเดินทางต่อ

ท่ามกลางเสียงหัวเราะเพื่อปลอบใจกันและกัน

      แต่โศกนาฏกรรมที่แยกอโศกมนตรี – ดินแดง กลางกรุงเทพฯเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ผู้โดยสารรถเมล์ปรับอากาศสาย 206 ไม่โชคดีเหมือนผมเมื่อ 59 ปี     ที่แล้วครับ

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด