เดือนนี้ “มิถุนายน” ในทางธุรกิจ ถือว่าเป็นเดือนสุดท้ายของ ไตรมาสที่ 2 ถ้าทางราชการถือว่าเป็นเดือนสุดท้ายของไตรมาสที่ 3 คนรับราชการ เหลือเวลาอีก 4 เดือนก็จะเกษียณราชการแล้ว
ไหนๆก็ทำมาหากินกัน มาถึงครึ่งปีของ ปี 2569 แล้ว เหตุการณ์รอบๆตัวเราก็ยังอึมครึม ขมุกขมัว ยังมองไม่เห็นทิศเห็นทางว่าความเป็นอยู่เราจะสดใสกันเมื่อใด
ถึงเดือนนี้รัฐบาลอนุมัติเงินมาเติมลงในกระเป๋าคนโชคดีที่ลงทะเบียน… “ไทยช่วยไทย” ได้เงินมาเติมในกระเป๋าอีกเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ก็อาจจะดีใจขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศเรื่องเงินๆทองๆ “คุยกับคนเจ้าพระยา” งวดนี้ผมเลยเอาเรื่องเปรียบเทียบระหว่าง “เงิน กับ สิงโต” มาให้แฟนๆอ่านกันครับ…เชิญอ่าน !
ลองอ่านเรื่องนี้ดู แล้วเดี๋ยวมาคุยกัน…เริ่มครับ…
เมื่อได้ถามผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือท่านหนึ่งว่า… “เงินคืออะไร”
ก็ได้คำถามกลับมาว่า… “ทำไมสิงโตที่สามารถล่ากวางได้วันละ 5 ตัว ถึงเลือกจะออกล่า 5 วันครั้งเท่านั้น” ผมตอบ “ไม่ทราบครับ”
“เพราะกวางเป็นสินทรัพย์ที่เก็บไม่ได้ ล่าตัวเดียวก็อิ่มไปได้ 5 วัน”
ผู้สูงวัยขยายความต่อว่า…“ต่างจากเงินที่สามารถเก็บสะสมได้ไม่รู้จบ คนเราจึงเกิดความโลภสะสมเงินจนเกิดเป็นลัทธิทุนนิยมอย่างที่เห็นทุกวันนี้”
ถ้าไม่มีคนสร้างเงินขึ้นมา ป่านนี้เราอาจจะเหมือนสิงโตที่นานๆจะออกจากถ้ำไปหาอาหารสักที
อ่านแล้วได้คิดอะไรบ้างครับ…พี่น้อง รู้หรือยังว่า เงินคืออะไร ?
สรุปว่าเราต้องสะสม…เงินกันไหมครับ สำหรับผม…จำเป็นที่ต้องสะสมครับ
หิวที…ออกไปหากินทีคงไม่เหมาะกับ…มนุษย์เรา
ดังนั้น…การเปรียบเทียบระหว่าง “เงิน…กับ กวาง” คงต้องคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง
เงินเป็นสินทรัยพ์ที่สะสมได้เพราะเงินเป็นตัวแทนของการแลกเปลี่ยน เอาทรัพยากรอื่นๆมาบริโภค เอามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชีวิตเรา
กวาง เป็นเพียงอาหาร ที่บริโภคเพื่อการยังชีพ
สรุปว่า…ถึงอย่างไรเราก็ต้องเก็บออมเงิน เพื่อการยังชีพในอนาคต
เงินใช้ทำงานแทนเราได้ ใช้หารายได้เพิ่มได้
มนุษย์เรา…มีความต้องการปัจจัย 4
เงินเป็นส่วนหนึ่งที่จะบันดาลปัจจัย 4 มาเพื่อความสะดวกสบายในการดำรงชีวิต
รู้จักหา ก็ต้องรู้จักใช้
อย่าเป็น…ทาสของเงิน ก้มหน้า ก้มตาหาแต่เงิน จนทิ้งสิ่งอื่น…โดยเฉพาะคนรอบข้าง คนใกล้ตัว
…อ่านจบแล้วก็…ไป!…ไปหาเงินกันครับ
…………………………………………


