28.5 C
Nakhon Sawan
วันศุกร์, กรกฎาคม 17, 2026
spot_img

ทวนลม

“ฝนตก…ขี้หมูไหล…!”

 

คงจะเหลือทนกันแล้วละครับ  ที่คนในสังคมไทยเราวันนี้อดรนทนกันไม่ไหวแล้ว  ที่บ้านเมืองเป็นกันอย่างที่เห็น ที่รับรู้ข่าวสารด้าน…”ลบ ทุกวัน”

โดยเฉพาะกระทรวงเดียวคือกระทรวงมหาดไทย ที่มีเจ้ากระทรวงเป็นทั้งนายกรัฐมนตรีด้วย…ซึ่งก็มีคดีความมากเอาการ

งวดนี้ขอเอาคำถามที่ บก.ของผมเขาถามผมมา ดังนี้ครับ…

อาจารย์สังเกตมั้ยครับว่า   ทำไมอาชีพรับเหมาก่อสร้างจึงเป็นอาชีพยอดนิยมของนายทุน  ของบ้านใหญ่ทั่วเมืองไทย ?

อาจารย์สังเกตมั้ยครับว่า  ทำไมนักการเมืองทุกระดับ  ร้อยละ ๙๗.๖๕ มักจะมาจาก “ผู้รับเหมาและบุคคลในครอบครัว” ?

อาจารย์สังเกตมั้ยครับว่า  ‘ผู้รับเหมา’ เหล่านี้จะไต่เต้าขึ้นมาจาก ‘นักการเมืองท้องถิ่น’ ระดับ อบต.  เทศบาล  อบจ. แล้วก้าวขึ้นสู่ระดับ ส.ส.  ส.ว. และ ส.ต.?

อาจารย์สังเกตมั้ยครับว่า  ทำไมบรรดานายทุน ผู้รับเหมา มาเฟีย มหาโจร จึงมุ่งเข้าไปมีอำนาจในรัฐสภา  วุฒิสภา ?

รบกวนอาจารย์ช่วยวิเคราะห์เป็นกรณีๆไป  เพื่อให้ปวงชนชาวนครสวรรค์มีพื้นฐานในการวิเคราะห์การบ้าน-การเมือง เพื่อประโยชน์แก่ระบอบประชาธิปไตย  และระบอบเผด็จการรัฐสภา ใต้หน้ากากประชาธิปไตยด้วยนะครับ

ขอบคุณบรรณาธิการของผมมา ณ โอกาสนี้ครับ

ผมคงตอบให้ถูกใจทุกคนคงไม่ได้หรอก  และอย่ามาหลอกให้…”ทัวร์มาลงที่ผมเลย….ฮา!”

เอาเป็นว่าเป็นทัศนะในมุมมองของผม  ในฐานะพลเมืองคนหนึ่งของประเทศนี้ด้วยก็แล้วกัน

งานที่จะหาเงินได้เป็นกอบเป็นกำ และใช้เล่ห์เพทุบายได้ง่ายที่สุด  ก็คงไม่มีงานไหนในเมืองไทยง่ายเท่ากับงานประมูลหรือรับเหมาก่อสร้างภารกิจของทางราชการ

เพราะราชการมีกฎว่า…จะทำอะไรให้ไปดูที่ระเบียบ…ถ้าระเบียบไม่มี ก็ให้ออกระเบียบ แล้วนำมาปฏิบัติ”  เช่น…..

ถนนสายหนึ่งระยะทางยาว 16 กิโลเมตร  ถ้าจะประมูลสร้างบำรุงตลอดระยะทางก็ต้องทำตามระเบียบคือ E – Bidding ตามระบบการจัดซื้อ จัดจ้าง

ก็มาออกวิธีซอยสัญญาออกเป็นท่อนๆ  ทำเป็นตอนๆ โดยไม่ให้เข้าเงื่อนไข ที่ต้อง E – Bidding  ส่วนว่าจะใช้เวลายาวนานแค่ไหน ประชาชนจะเดือดร้อนหรือไม่ ?…ช่างหัวมัน !

อีกประการหนึ่ง งานหลวงกับงานราษฏร์ต่างกันคือ  งานราษฏร์มันฮั้วกันไม่ได้  เขามีคณะกรรมการ  มีผู้ถือหุ้นที่เข้มงวดตรวจตรา ถ้าไม่ตั้งใจจะโกงกันจริงๆ มันทำได้ยากมาก  เมื่อนำมาเทียบกับงานหลวง

ธรรมาภิบาล…เกี่ยวกับงานประมูลงานก่อสร้าง ระหว่างงานราษฏร์กับงานหลวงต่างกันโดยสิ้นเชิงราวฟ้ากับดิน

คนที่จะหากินกับงานหลวง ก็ต้องมีเคมีไปตรงกับพวกคนของหลวง(บางคน) แล้วก็จะร่ำรวยทันตาเห็น

คนที่ทำมาหากินทางทำงานกับหลวง  แรกๆก็เป็นผู้ไปรับเหมารายย่อย รายเล็กๆ  พอทำจนเห็นช่องทางที่มาของงาน  ของงบประมาณ  ก็เลยมาคิดว่า เข้าไปทำงานนั้นเสียเองตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำเลยดีกว่า

แทนที่จะมานั่งเป็นคนกินน้ำใต้ศอก ก็ไปเอาที่อุ้งมือมันซะเลย

ประสบการณ์เกี่ยวกับระบบรายการ การจัดซื้อ จัดจ้าง เส้นสนกลใน สะสมมาจนรู้แจ้งแทงตลอด ก็ต้องโดดเข้าไปเล่นการเมือง !

แรกๆก็เล่นสภาเล็กๆไปก่อน ค่อยๆสะสมบารมี สะสมเงินทุน พอได้จังหวะก็พุ่งหลาวเข้าไปเล่นในสภาใหญ่เลย

ประกอบกับตอนที่เป็นผู้รับเหมาใหม่ๆ  ก็คบหาสมาคมกับข้าราชการชั้นผู้น้อย  ต่างคนต่างไต่เต้าได้ดิบได้ดี  ร่ำรวยไปพร้อมๆกัน

พอข้าราชการผู้ที่คบหาสมาคมกันมา  เคมีตรงกันมาตลอด  เริ่มมีตำแหน่งใหญ่โตโอฬารขึ้น  ก้าวหน้าขึ้น  ผู้รับเหมาก็สะสมบารมีมากมายพอ  สะสมเงินทองมามากพอ

ก็สมประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่  จึงเป็นที่มาของคำพังเพยที่ว่า…

“ฝนตก ขี้หมูไหล…คน ….(อะไร ?) มาคบ(พบ)กัน !”

ด้วยประการะ…ฉะนี้ แหละจ้ะ…บรรณาธิการ…เอ๋ย !…..ฮา!!!!!

—————————–

บทความก่อนหน้านี้
บทความถัดไป

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด