28.5 C
Nakhon Sawan
วันศุกร์, กรกฎาคม 17, 2026
spot_img

สภาอุตสาหกรรมฯ สัมพันธ์

ผู้อ่านสวรรค์นิวส์และสมาชิกสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์…………………………………….. @ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2569 ขออัญเชิญพระปฐมบรมราชโองการ พระราชทานอารักขาแก่ประชาชนชาวไทย ความว่า

“เราจะสืบสานรักษาและต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่ผ่านมา ถือเป็นพระปฐมบรมราชโองการ หรือ คำมั่นสัญญาต่อประชาราษฎรไทย ว่าจะคงไว้และพัฒนาโครงการต่างๆ ของพระราชบิดา พร้อมกับดูแลราษฎรอันเป็นที่รักยิ่งด้วยความถูกต้อง เพื่อนำพาความสุข ความเจริญมาสู่ประเทศชาติตลอดไป

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ อยู่เคียงคู่ฟ้าและแผ่นดินสยามตลอดไป

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นายสมพงษ์ หิรัญตระกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ คณะที่ปรึกษา คณะกรรมการ คณะทำงาน สมาชิก และเจ้าหน้าที่สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์

ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนสถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม และประชาชนชาวจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมแสดงความจงรักภักดี โดยการประดับพระบรมฉายาลักษณ์ ประดับธงชาติไทย และธงพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ประดับด้านหน้าโรงงาน สถานประกอบการ บ้านเรือน ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569

นอกจากนี้ในวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2568 ขอเชิญร่วมทำบุญตักบาตร ร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลโดยการทำความดี และจุดเทียนชัยถวายพระพรชัยมงคล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพร้อมเพรียงกัน

…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หารือ WMIT เกาหลีใต้ เดินหน้าความร่วมมือเครื่องมือแพทย์และ Digital Health นายสุธี ไตรวิวัฒน์วงศ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมนายกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ รองประธานสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ และนายนาคาญ์ ทวิชาวัฒน์ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม และคณะกรรมการและสมาชิก ส.อ.ท. ร่วมต้อนรับและหารือร่วมกับคณะผู้แทนจาก Wonju Medical Industry Institute of Technology (WMIT) และผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมการแพทย์จากสาธารณรัฐเกาหลี ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้านเครื่องมือแพทย์ (Medical Device) สุขภาพดิจิทัล (Digital Health) และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในระบบสุขภาพ (AI Healthcare) รวมถึงการต่อยอดความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรในอนาคต เพื่อร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ตลอดจนสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืนระหว่างไทยและสาธารณรัฐเกาหลี

Wonju Medical Industry Institute of Technology (WMIT) เป็นสถาบันชั้นนำของสาธารณรัฐเกาหลีที่มีบทบาทในการส่งเสริมการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ โดยมีที่ตั้งอยู่ในเมืองวอนจู (Wonju) ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมการแพทย์ที่สำคัญของประเทศ

…………………………………….. @ กกร. เดินหน้าผลักดัน PromptBiz ยกระดับ SMEs ไทย เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จัดการประชุมชี้แจงโครงการ Reinvent Thailand พี่ช่วยน้อง x PromptBiz ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างความเข้าใจและผลักดันการใช้ PromptBiz ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ในการประชุม นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วย ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมาตรการ Quick Big Win ด้าน SME และการขับเคลื่อน PromptBiz ของภาครัฐ โดยมีคณะผู้บริหารร่วมต้อนรับ ประกอบด้วย นายวีรชัย มั่นสินธร และนายไพรัตน์ เอื้อชูยศ รองประธาน ส.อ.ท. นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย นายสยาม ประสิทธิศิริกุล กรรมการเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตลอดจนผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคการเงิน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานพันธมิตร

PromptBiz เป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลการซื้อขายจริง เช่น Purchase Order (PO) และ Invoice มาใช้ประกอบการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง ลดข้อจำกัดด้านหลักทรัพย์ค้ำประกัน และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทย พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลดิจิทัลที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและการคุ้มครองข้อมูลตามระบบ Consent

ที่ประชุมยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินโครงการในระยะแรก ซึ่งจะมุ่งเน้นการสนับสนุน Supplier Financing เพื่อให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงหารือแนวทางสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ เพื่อส่งเสริมการเข้าร่วมโครงการในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การยกระดับระบบนิเวศทางธุรกิจ เสริมความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

…………………………………… @ พบกับงาน Thailand Synergy เพื่อ SMEs ไทยสู่ IDEs พร้อมรับฟังปาฐกถาพิเศษจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หัวข้อ “Thailand Innovation Synergy: ผสานพลังวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ขับเคลื่อน SMEs ไทยสู่ IDEs”  วันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569  เวลา 09.00 – 17.00 น. ณ PIM Convention Hall สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ

ภายในงานพบกับ บูธสินค้านวัตกรรมกว่า 90 ผลงาน ในราคาพิเศษ พิธีประกาศผลและมอบรางวัล 7 Innovation Awards 2026 รางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards ด้านเศรษฐกิจ รางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards ด้านสังคม รางวัลสุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards ด้านเทคโนโลยี

ลงทะเบียนเข้าร่วมฟรีได้ที่ https://7innovationawards2026.com สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม คุณวรวดี วงศ์ทอง โทร. 084-509-2767

…………………………………… @ SMI Live Commerce — SMI ช่วย SME ขายฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย มีสินค้าดี อยากเพิ่มยอดขาย อยากให้คนรู้จักมากขึ้น? สถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ SME นำสินค้ามา Live ขายบนเพจ SMI พร้อมทีมงานช่วยดูแลการนำเสนอและประชาสัมพันธ์ เพียงเตรียมสินค้าให้พร้อม แล้วมาสร้างโอกาสใหม่ไปด้วยกัน

สิ่งที่คุณจะได้รับ

✅ ได้ออก Live กับทีมงานมืออาชีพ

✅ โปรโมตสินค้าไปยังกลุ่มผู้ติดตามของ SMI

✅ เพิ่มการเข้าถึงลูกค้าใหม่

✅ สร้างคอนเทนต์และภาพลักษณ์ให้สินค้า

✅ เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เหมาะสำหรับสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม แฟชั่น ของใช้ สุขภาพ ความงาม และสินค้าไลฟ์สไตล์ สนใจเข้าร่วม ติดต่อ Inbox เพจ SMI : https://www.facebook.com/smipage สอบถามเพิ่มเติม 02 345 1093

…………………………………….. @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอ 4 มาตรการยกระดับ SMEs และเศรษฐกิจชุมชน ดันไทยสู่ศูนย์กลางการค้าโลก นายณรงค์ฤทธิ์ พานิชชีวะ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประธานสายงานสมาชิกสัมพันธ์ และรองประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) พร้อมด้วยนายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ประธานคณะอนุกรรมการด้านการยกระดับศักยภาพ SMEs ของสถาบัน SMI เข้าร่วมการประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs ภายใต้คณะอนุกรรมการด้านการค้า พัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน โดยมี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวมีภารกิจขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน 5 มิติ ได้แก่ (1) Tourism & Wellness Hub (2) Food Security Hub (3) Creative Hub (4) SMEs Trade Hub และ (5) International Trade Hub เพื่อยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นระบบ

การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และยกระดับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

ในการประชุมสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

  1. เพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนเสนอให้สถาบันการเงินผ่อนปรนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ และคุณสมบัติในการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น เนื่องจากปัญหาสำคัญในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่อัตราดอกเบี้ย แต่อยู่ที่ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อ
  2. ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์เสนอให้สร้าง Value Ecosystem จากการค้นหาอัตลักษณ์ (DNA) ของแต่ละจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด ผ่านการรวบรวมเรื่องราว วัฒนธรรม อาหาร สินค้า GI และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาต้นแบบสินค้าและเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ โดยปัจจุบัน ส.อ.ท. อยู่ระหว่างผลักดันโครงการภายใต้แนวคิด From Product to Provincial Identity Economy ซึ่งมุ่งสร้างความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ผ่านการสร้างอัตลักษณ์และมูลค่าเพิ่ม มากกว่าการพัฒนาสินค้าเพียงอย่างเดียว พร้อมเสนอให้ภาครัฐร่วมสนับสนุนและผลักดันโครงการดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
  3. ผลักดัน Thailand as a Brand สู่เวทีการค้าโลกเสนอแนวทางคัดเลือก Product Champion เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าและการผลิตระดับโลก พร้อมยกตัวอย่างการผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย ซึ่ง ส.อ.ท. กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นให้สินค้าไทยในตลาดโลก
  4. สนับสนุนสินค้าไทยผ่าน Made in Thailand (MiT) เสนอให้เร่งผลักดันมาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ให้ความสำคัญกับสินค้า MiT เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดแก่ผู้ประกอบการไทย ส่งเสริมการใช้สินค้าและบริการที่ผลิตภายในประเทศ และกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำและส่งข้อเสนอหรือโครงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการการสนับสนุน รวมถึงประเด็นปัญหาที่ต้องการผลักดันและแก้ไข ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว เสนอต่อคณะอนุกรรมการด้านการค้า พัฒนาการค้า การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อรวบรวม พิจารณา และผลักดันสู่การดำเนินงานในลำดับต่อไป

…………………………………… @ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หารือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ เดินหน้าความร่วมมือขับเคลื่อน Climate Change ยกระดับอุตสาหกรรมไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change เข้าพบ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) เพื่อหารือความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยมี นายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change พร้อมด้วย นายสุพจน์ ชัยวิไล นายเจมส์ แอนดริว มอร์ และนางวีรวรรณา สุวรรณประดิษฐ์ กรรมการสถาบันฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมอาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ส.อ.ท. ได้นำเสนอนโยบายการดำเนินงานภายใต้แนวคิด “5I” พร้อมภารกิจของสถาบันฯ ผ่านคณะอนุกรรมการ 6 ด้าน ซึ่งมีบทบาทในการสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ

หนึ่งในประเด็นสำคัญ คือ มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU CBAM) ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฟฟ้า ไฮโดรเจน รวมถึงผู้ผลิตนอตและสกรู โดยปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีหน่วยทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แฝงอยู่ในสินค้า (Embedded Emissions) ที่ได้รับการยอมรับจากสหภาพยุโรป ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้าน CBAM สูงขึ้น

ส.อ.ท. จึงเสนอความร่วมมือในการพัฒนาหน่วยทวนสอบภายในประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป ซึ่งกรมฯ แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำมาตรฐานการทวนสอบ Embedded Emissions ร่วมกับหน่วยงานด้านมาตรฐานของประเทศ

ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าจากชีวมวล เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และช่วยลดปัญหา PM2.5 จากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดย ส.อ.ท. จะศึกษารายละเอียดและจัดทำข้อเสนอเพื่อหารือร่วมกับกรมฯ ต่อไป

สถาบันฯ มุ่งส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถประเมินและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันประเทศสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)

ด้านกรมฯ ระบุว่า ภายหลังพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงไตรมาส 3 ปี 2570 จะมีการจัดตั้งกองทุน Climate Fund เพื่อสนับสนุนการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ในการก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

…………………………………… @ ส.อ.ท.-กนอ. ผนึกกำลัง ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสีเขียว นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. วาระปี 2569-2571 โดยมี นายธีระพล ติรวศิน รองประธาน ส.อ.ท. และรองประธานสายงานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม และนายปรีดา วัชรเธียรสกุล รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสถาบันน้ำ สิ่งแวดล้อม และ Climate Change พร้อมคณะผู้บริหารสถาบันฯ ร่วมต้อนรับและหารือ ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ทั้งสองหน่วยงานได้หารือแนวทางยกระดับความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย และขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5-I”

ที่ประชุมเห็นพ้องทบทวนและขยายกรอบบันทึกความร่วมมือ (MOU) ให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของทั้งสององค์กร พร้อมยกระดับความร่วมมือสู่การร่วมออกแบบและขับเคลื่อนโครงการเชิงปฏิบัติ (Co-design) เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ พัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรม (Industrial Ecosystem) และรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยใช้นิคมอุตสาหกรรมเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกับชุมชนอย่างเป็นระบบ พร้อมติดตามความก้าวหน้าผ่านการประชุมคณะกรรมการอำนวยการร่วมทุก 2 เดือน

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมผลักดันมาตรฐาน Eco Factory สนับสนุนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมยั่งยืน (SDGs I.E.) พร้อมจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อผลักดันกลไก End-of-Waste (EoW) ทั้งด้านกฎระเบียบ แนวปฏิบัติ และ Business Model เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการหมุนเวียนทรัพยากรในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการขับเคลื่อนโครงการ Low Carbon City และการจัดงาน Eco Innovation Forum 2026 เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสื่อสารทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนิคมอุตสาหกรรมยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ ส.อ.ท. และ กนอ. ในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

…………………………………….. @ Canvas Ventures International เข้าพบประธาน ส.อ.ท. หารือความร่วมมือส่งเสริมนวัตกรรม การลงทุน ยกระดับอุตสาหกรรมไทย นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ต้อนรับคณะผู้บริหารจาก Canvas Ventures International โดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ประธานกรรมการ และนายธนะชัย กุลสมบูรณ์สินธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ในโอกาสเข้าแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. วาระปี 2569–2571 พร้อมหารือแนวทางความร่วมมือด้านการส่งเสริมสตาร์ทอัพ นวัตกรรม และการลงทุน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย ณ ห้องมงคลสุธี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ในการหารือ คณะผู้บริหาร Canvas Ventures International ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนา District Development และ Business Ecosystem Development เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านนวัตกรรมที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ และสตาร์ทอัพ ตลอดจนแนวทางการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ Green Economy, Silver Economy, Orange Economy และ Pink Economy เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทย การพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

……………………………………..@ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ผนึกกระทรวงอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมไทย เสริมศักยภาพการแข่งขันประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าพบนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและคณะ เพื่อหารือแนวทางขับเคลื่อนนโยบายยกระดับอุตสาหกรรมไทย ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

การหารือครั้งนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้นำเสนอทิศทางการดำเนินงานขององค์กรในวาระปี 2569–2571 ซึ่งมุ่งยกระดับบทบาทของ ส.อ.ท. จากองค์กรผู้แทนภาคอุตสาหกรรม สู่การเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของภาครัฐในการร่วมกำหนดอนาคตภาคอุตสาหกรรมไทย ผ่านการผลักดันนโยบายที่ตอบโจทย์ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ประเทศไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนาเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรมต้องเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่มีความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยในทุกระดับ

ด้วยเหตุนี้ ส.อ.ท. จึงกำหนดวิสัยทัศน์การดำเนินงานภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry” เพื่อเปิดบทใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย ด้วยยุทธศาสตร์ 5I ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย ประกอบด้วย Intelligent Industry การยกระดับภาคการผลิตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ Innovation & Creative Industry การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม งานวิจัย การออกแบบ และทรัพย์สินทางปัญญา International Alliance & Network การสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานโลก Industrial Infrastructure Reform การปฏิรูปกฎระเบียบ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ทุนมนุษย์และระบบสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม และ Inclusive Sustainability การสร้างการเติบโตที่สมดุล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทิ้งผู้ประกอบการทุกขนาดไว้ข้างหลัง

เพื่อให้วิสัยทัศน์ดังกล่าวเกิดผลเป็นรูปธรรม ส.อ.ท. จึงนำเสนอวาระสำคัญต่อกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ 1. ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤติอุตสาหกรรมรถกระบะไทย 2. ความร่วมมือเพื่อยกระดับการกำกับดูแลและขยายผล Made in Thailand (MiT) สู่ภูมิภาค 3. การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร 4. การยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมของประเทศไทย 5. โครงการ BUY THAI 6. การพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนและสากล รวมทั้ง 7. กลไกความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ด้านการแก้ไขสถานการณ์วิกฤติอุตสาหกรรมรถกระบะไทย ส.อ.ท. ได้เสนอมาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูและยกระดับอุตสาหกรรมรถกระบะไทย โดยเสนอให้บูรณาการมาตรการด้านภาษี การเข้าถึงสินเชื่อ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม การบริหารการค้า และการส่งเสริมการใช้พลังงานชีวภาพ เพื่อรักษาฐานการผลิต การจ้างงาน และความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

นอกจากการเร่งรักษาศักยภาพของอุตสาหกรรมหลักแล้ว ส.อ.ท. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทยผ่านการยกระดับระบบ Made in Thailand (MiT) ให้เป็นมากกว่าตรารับรองแหล่งกำเนิดสินค้า แต่เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศ โดย ส.อ.ท. เสนอความร่วมมือในการยกระดับการกำกับดูแลและขยายผลตราสัญลักษณ์ Made in Thailand (MiT) สู่ภูมิภาค ผ่านการเชื่อมโยงกับระบบการกำกับดูแลโรงงานและการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงการรับรองมาตรฐานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าไทย

นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังได้นำเสนอแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในมิติต่าง ๆ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ อาทิ การผลักดันยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการผลิตและสนับสนุนการพัฒนาภาคเกษตรของไทยให้เกิดเป็นรูปธรรม การยกระดับการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และขับเคลื่อนระบบ Auto E-License เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสีเขียว รวมถึงการผลักดันโครงการ BUY THAI เพื่อส่งเสริมการใช้สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย สนับสนุนผู้ประกอบการไทย ลดการพึ่งพาสินค้านำเข้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียนและตลาดโลก

ทั้งนี้ ส.อ.ท. ยังได้เสนอให้จัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการดำเนินงานและผลักดันนโยบายด้านอุตสาหกรรมให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยทั้งสองฝ่าย มีมติจัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการร่วมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม โดยกำหนดการประชุมทุกๆ 2 เดือน เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน โดยมุ่งสร้างกลไกการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนประเด็นตามที่นำเสนอ ผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืนในระยะยาว

ประธาน ส.อ.ท. กล่าวทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป จะขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดย ส.อ.ท. พร้อมร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในทุกๆ มิติ

ด้าน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า “ขอขอบคุณสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย โดยกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมทำงานร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และทุกคณะทำงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม”……………………………… @ หน่วยงานที่มีข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมในจังหวัดนครสวรรค์ สามารถฝากข่าวผ่านสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ หรือต้องการสมัครเป็นสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ ติดต่อสอบถามได้ที่ นายชาณัฐธนพล  แสงสุข ผู้จัดการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครสวรรค์ โทรศัพท์ 056-245497,081-0428 934 โทรสาร 056-245 498 e-mail: [email protected], https://www.facebook.com/Nakhonsawan.fti

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด