28.5 C
Nakhon Sawan
วันศุกร์, กรกฎาคม 17, 2026
spot_img

วิเคราะห์หลักกฎหมาย คดีทุจริตก่อสร้างอาคาร สตง. ถล่ม

การทุจริตในโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถือเป็นคดีตัวอย่างที่สร้างความเสียหายต่อเงินภาษีของประชาชนอย่างมหาศาล และกลายเป็นข้อกังขาถึงความโปร่งใสในโครงการก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐ จากข้อมูลและการดำเนินงานของหน่วยงานตรวจสอบ พบรายละเอียดและภาพรวมของคดีดังนี้

  1. ลำดับเหตุการณ์และพฤติการณ์ “งบงอก” โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากการขออนุมัติก่อสร้างโดยมีการปรับเพิ่มงบประมาณและขยายระยะเวลาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2563 ซึ่งทำให้เห็นรูปแบบของโครงการที่ล่าช้าและใช้งบประมาณสูงขึ้นอย่างผิดปกติ

ช่วงปี 2550-2556  คณะรัฐมนตรีอนุมัติการก่อสร้างใน 4 รายการหลัก ได้แก่ อาคารสถาบันธรรมาภิบาลแห่งชาติ และอาคารสำนักงาน สตง. (2 เฟส) รวมถึงค่าควบคุมงานก่อสร้าง รวมงบประมาณผูกพันในช่วงแรกประมาณ 1,800 ล้านบาท

การขอปรับเพิ่มงบครั้งแรก (ปี 2563)  สตง. เสนอขอเปลี่ยนแปลงรายการจาก 4 รายการ เหลือเพียง 2 รายการ (อาคารสำนักงาน 1 ตึก และค่าควบคุมงาน) แต่กลับมีการปรับเพิ่มวงเงินงบประมาณเป็น 2,560 ล้านบาท สำหรับค่าก่อสร้าง และปรับค่าควบคุมงานก่อสร้างจากหลักล้านบาทเพิ่มขึ้นไปถึง 76 ล้านบาท

การขอปรับเพิ่มงบครั้งที่สอง  มีการทำหนังสือขออนุมัติงบค่าควบคุมงานเพิ่มจาก 76 ล้านบาท เป็น 84 ล้านบาท โดยอ้างเหตุผลเรื่องการขยายระยะเวลาการก่อสร้างออกไปอีก 148 วัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารจัดการโครงการจนกลายเป็นภาระงบประมาณ

  1. การตรวจสอบของ DSI และข้อหาการทุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการสอบสวนคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เลขที่ 58/68 โดยพบหลักฐานที่ชี้ชัดถึงความไม่สุจริตในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพอาคารจนนำไปสู่เหตุการณ์อาคารถล่มในที่สุด การฮั้วประมูลและนอมินีพบพฤติการณ์การปลอมแปลงลายมือชื่อและการใช้ “นอมินี” เข้าเสนอราคา เพื่อให้บริษัทที่ไม่มีคุณสมบัติได้รับงานก่อสร้าง

ปัญหาคุณภาพการก่อสร้าง  มีข้อสงสัยอย่างมากในเรื่องมาตรฐานวัสดุที่ใช้และการออกแบบที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ทำให้โครงสร้างอาคารรับแรงไม่ได้ตามมาตรฐาน

การดำเนินคดีกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง DSI ได้ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มบริษัทคู่สัญญา (บริษัท PKW) ที่ดำเนินการก่อสร้างและควบคุมงาน กลุ่มผู้บริหารและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดจ้างออกแบบ ก่อสร้าง และควบคุมงาน (รวม 10 คณะ) กลุ่มคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างฯ ซึ่งอาจเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 157)

 

  1. บริบทภาพรวมของปัญหาการก่อสร้างภาครัฐ คดีตึก สตง. ไม่ใช่กรณีเดียวที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาความโปร่งใส แต่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเชิงระบบในการก่อสร้างอาคารราชการไทยที่มักประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ได้แก่ ปัญหาการทิ้งงานผู้รับเหมาทิ้งงานหลังจากได้รับเงินงวดแรก หรือทิ้งงานเมื่อได้รับงานหลายโครงการพร้อมกัน ความล่าช้าโครงการไม่เป็นไปตามแผนงาน ส่งผลให้งบประมาณบานปลาย การจัดซื้อจัดจ้างไม่เป็นธรรม เช่น กรณีโรงพัก 396 แห่ง หรือโครงการสำนักงาน ป.ป.ช. ในหลายจังหวัด ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการกำหนดราคากลางที่ไม่ถูกต้อง หรือการใช้วิธีรวบงานก่อสร้างทั้งประเทศไว้ที่ผู้รับเหมาเพียงรายเดียว

สรุปและข้อสังเกต แม้ว่าหน่วยงานตรวจสอบจะมีการประเมินดัชนีความโปร่งใส (ITA) ในแต่ละปี แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอาคาร สตง. ย้ำเตือนว่าการตรวจสอบจากภายในและการวัดผลผ่านแบบสำรวจอาจไม่เพียงพอในการป้องกันการทุจริตเชิงโครงสร้าง การทุจริตในลักษณะนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงแค่ตัวเงิน 2,500 ล้านบาท แต่ยังหมายถึงความเสี่ยงต่อชีวิตผู้ใช้งานอาคาร และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐบาล ดังนั้น ประเด็นที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือ “กระบวนการทางกฎหมาย” ที่ต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด เพื่อให้ผู้กระทำความผิดทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเอกชนคู่สัญญา ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้กลายเป็น “อนุสาวรีย์แห่งการทุจริต” อีกหนึ่งแห่งของประเทศไทย สวัสดีครับ

 

ผู้ช่วยศาตราจารย์ปองปรีดา ทองมาดี

ประธานหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต

มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา

 

 

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด