โศกนาฏกรรมกลางกรุงเทพมหานครเมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 กรณี รถไฟสายบางซื่อ – ฉะเชิงเทราชนรถโดยสารปรับอากาศสาย 206 สายบางนา – บางเขน ทำให้มีผู้คนเสียชีวิต 8 – 9 คน (ข้อมูลในวันเกิดเหตุ) บาดเจ็บ 32 คน (บาดเจ็บสาหัส 2 คน) เวลา 15.30 นาฬิกา
เกิดจากสาเหตุเบื้องต้นที่รถโดยสารปรับอากาศ รถแท็กซี่ รถยนต์ส่วนตัวและ มอเตอร์ไซค์จอดติดการจราจรอยู่บนทางรถไฟ ที่จุดตัดถนนหลวงกับทางรถไฟบริเวณแยกอโศกมนตรี – ดินแดง กรุงเทพฯในขณะที่รถไฟพุ่งเข้าสู่บริเวณทางแยกดังกล่าว โดยไม่สามารถลดความเร็วลงได้จนถึงระดับปลอดภัย
ทำให้รถไฟพุ่งกวาดยวดยานที่ขวางหน้าด้วยความรุนแรงจนเกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์ คันหนึ่งซึ่งน่าจะลุกลามไหม้โบกี้รถไฟด้วย ซึ่งกว่าจะถึงวันนี้(จันทร์ 1 มิถุนายน 2569) อาจจะมีสถิติความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ร้ายแรงใน ครั้งนี้เพิ่มขึ้น
ข้อคิดจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ กระตุกต่อมสำนึกของปวงชนในสังคมไทยว่าควรจะต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร? ในการดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัยในสังคมไทยที่ ประชาชนส่วนหนึ่งไม่มีวินัยในตัวเอง ไม่เคารพกฎกติกามารยาท ฝ่าฝืนกฎหมายของ บ้านเมืองเพื่อประโยชน์ของตนเอง
ประกอบกับเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายในบ้านเมืองไม่เคร่งครัดในการปฏิบัติ หน้าที่ในการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
ยิ่งผู้บริหารบ้านเมืองไทยในระดับสูงสุดของประเทศเต็มไปด้วยนักการเมืองที่ ไม่เอาใจใส่ในการบริหารบ้านเมืองด้วยธรรมาภิบาล แต่มุ่งหรือใส่ใจไปในด้านอื่นที่เป็น ประโยชน์ต่อตนเอง ต่อครอบครัว ต่อวงศ์ตระกูล หรือต่อสังกัดในทางการเมืองของตน มากกว่าที่จะมุ่งให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในแผ่นดิน
เมื่อนโยบายการบริหารบ้านเมืองของคณะผู้บริหารประเทศไม่เคร่งครัดในกรณีหรือประเด็นสำคัญของบ้านเมือง อุบัติภัย ภยันตราย ในสังคมจึงบังเกิดขึ้นซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า และไม่เคยเป็นบทเรียนให้กับคณะผู้บริหารบ้านเมืองและประชาชนพลเมืองบน ผืนแผ่นดินไทยได้ตระหนักและเข้าร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาสังคมให้เด็ดขาด
หากสังคมยังไม่ตระหนก ยังไม่ตระหนักในมหันตภัยของประชาชนคนไทย ที่เกิดขึ้นในลักษณะประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เหตุการณ์ร้ายดังนี้ เช่นนี้ เหล่านี้….ก็จะเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า….มิรู้จบรู้สิ้นตลอดไป.
บก.


