โดย “โกสินทร์ ปิ่นสุพรรณ”
- ตอน โกงข้อสอบ : มหกรรมยอดนิยม
สมัยเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผมนั่งโต๊ะเรียนแบบโต๊ะยาว ม้านั่งยาวๆแบบนั่งได้ 2 คน ตามแบบฉบับของโรงเรียนในชนบท กว่าจะได้นั่งโต๊ะเรียนเดี่ยวๆนั่งได้คนเดียวแบบโก้ๆก็ต่อเมื่อได้เรียนในชั้นประถมศึกษาตอนปลาย (ป.5 – ป.7)
ผมนั่งเรียนโต๊ะเดียวกับลูกชายของครูประจำชั้นที่เป็นสตรีชื่อทุเรียน สาเหตุที่ได้รับเกียรตินั่งโต๊ะเดียวกับลูกชายของครูประจำชั้นเพราะคำพูดที่คุณครูประจำชั้นที่เป็นคุณแม่ของเพื่อนพูดตั้งแต่วันแรกที่ขึ้น ป.3 ว่า…..
“นั่งโต๊ะเดียวกับโกสินทร์นี่แหละ จะได้เรียนเก่งๆเหมือนโกสินทร์” ฮา!……
เป็นคำชมของคุณครูประจำชั้นที่ทำให้ใจผมฟูฟ่อง จนแทบจะลอยล่องขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งเรียน
โทษสมบัติของคนเรียนเก่งของผมคือ “หวงวิชาความรู้เป็นอย่างยิ่ง” โดยเฉพาะ ในวันสอบกลางเทอม ปลายเทอมหรือสอบไล่
วันหนึ่งเพื่อนชายชื่อนายขนุนที่เป็นลูกชายของคุณครูทุเรียนดึงสมุดวิชาเลขคณิตของผมไปดูเพื่อลอกการบ้าน ผมไม่ยอมด้วยความใจแคบ กลัวเพื่อนจะได้คะแนนมากกว่าผม!
เด็กชายขนุนตะโกนฟ้องคุณแม่ทุเรียนอย่างอาจหาญ เสียงดังได้ยินกันทั่วห้องว่า“แม่!…..โกสินทร์ไม่ยอมให้ผมลอกการบ้าน!”
ด้วยวิสัยของ “แม่พิมพ์ของชาติ” ผมกระหยิ่มใจว่าขนุนเพื่อนรักต้องถูกคุณแม่….คุณครูประจำชั้น…. แม่พิมพ์ของชาติเรียกออกไปฟาดก้นด้วยไม้เรียว ให้สาสมกับความผิด เพราะเสียงที่ขนุนแผดออกไปสามารถได้ยินทั่วทั้งห้องเรียน และเพื่อนๆร่วม ห้องต่างหันมามองทางผมเป็นตาเดียวกัน
คุณครูทุเรียนลุกขึ้นคว้าไม้เรียวเดินปรี่มาทางโต๊ะของผมกับขนุนและเรียก….. “โกสินทร์! ออกมายืนหน้าห้องเดี๋ยวนี้!”
ผมก้าวออกไปอย่างองอาจเพราะกำลังจะได้เป็นตัวอย่างของนักเรียนผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง กล้าที่จะยืนหยัดไม่ยอมให้ลูกชายของคุณครูประจำชั้นลอกการบ้าน
“กอดอก!”
เสียงคุณครูทุเรียนสั่งผมอย่างเฉียบขาด ผมใจหายวาบ ยกแขนขึ้น ‘กอด-อก’ แล้ว หันไปมองคุณครูทุเรียนอย่างงงๆ แล้วก็หายงงไปในพริบตาเมื่อคุณครูฟาดก้นผม 2 หรือ 3 ครั้ง (จำไม่ได้) หันไปมองเพื่อนๆต่างก็นั่งเงียบไปตามๆกัน ส่วนขนุนลูกชายของ คุณครูทำหน้าตาเยาะเย้ยผมทำนองว่า….
รู้หรือยังว่า “กรูส์!” ลูกใคร?….ฮา!
เหตุการณ์นี้ฝังใจผมมาจนถึงทุกวันนี้
แต่สันดานใจแคบที่ไม่ยอมให้เพื่อนลอกการบ้าน รวมไปถึงการลอกข้อสอบของ ผมก็ยังดำรงต่อมาจนเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น…ฮา!
ระหว่างเรียนชั้นประถมฯปลาย (ราวๆป.5 – ป.7) ผมก็ยัวใจแคบกับเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนไม่เก่งแล้วขอลอกข้อสอบในห้องสอบ แต่ผมไม่ยอมให้ลอกเพราะถ้าคุณครูที่คุมสอบจับได้ ผมจะถูกตัดสิทธิ์และต้องสอบตกในวิชานั้น
ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องนี้ยังตกค้างอยู่ในใจของเพื่อนร่วมห้องเรียนวัยเด็กมาจนถึงวัย 50 – 60 ปี เพราะความมาปรากฏตอนที่เพื่อนคนนั้นเอ่ยขึ้นในกลุ่มไลน์แล้วเลิกคบกับผม ไปโดยออกจากกลุ่มไลน์ไป ไม่กลับคืนมาตราบเท่าที่ยังมีผมอยู่ในไลน์กลุ่มเพื่อนเก่า โทษฐานที่ผมไปตำหนิเพื่อนในเรื่องการเมืองเสื้อแดง
เพื่อนจึงรื้อเรื่องเดิมมาย้อนด่าผม แล้วตัดไมตรีในกลุ่มไลน์
เรื่องนี้เป็นเหตุให้ผมต้องหักใจไม่กลับไปร่วมพบปะสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนเก่าประจำปี ปีละครั้ง เพราะเกรงว่าจะทำให้กลุ่มเพื่อนทุกข์ใจ สังสรรค์กันอย่างไม่มีความสุข
ที่สำคัญคือเพื่อนคนนั้นประกอบธุรกิจจนร่ำรวย มักจะเป็นเจ้ามือจ่ายค่าอาหารในการพบปะสังสรรค์หลายครั้ง ถ้าผมไปปรากฏกายในงานก็จะทำให้เพื่อนคนอื่นต้องเสียเงินค่าอาหาร เสียค่าสถานที่ เสียโอกาสดีๆในการพบปะกันปีละครั้ง
ขาดผมไปคนเดียวไม่กระทบความรู้สึกของเพื่อนๆ ผมจึงต้องถอยออกมาด้วย ความร้าวรานใจ
พอขึ้นเรียนชั้นมัธยมฯต้น ผมจึงประจักษ์ความจริงว่า การลอกการบ้านและการ ลอกข้อสอบกันนั้น เป็นการเอื้อเฟื้อและเป็นความมีน้ำใจต่อกันในหมู่เพื่อน….เพราะ ผมเรียนไม่เก่งเท่าเพื่อนๆร่วมห้องเรียน… ฮา!
การลอกข้อสอบ การโกงข้อสอบ ในวัยเรียน วัยเด็ก กลายเป็นเรื่องขี้ผง หรือ เรื่องขี้ปะติ๋วไปทันที เมื่อเทียบกับการลอกข้อสอบ การโกงข้อสอบในการสอบเข้ารับราชการ ในหน่วยงานราชการใหญ่ระดับประเทศ
ที่ร้ายกาจ ร้ายแรง น่าขยะแขยง สยดสยองคือ ต้องแลกด้วยเงินหลายแสนบาท จนถึงล้านบาท เพื่อซื้อตำแหน่งซื้อ ที่นั่งในหน่วยงานราชการของกระทรวง ทบวง กรม กอง ของส่วนราชการในท้องถิ่น(เป็นส่วนใหญ่)
ที่น่าละอายยิ่งไปกว่านั้น คือ ตัวละครที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับมหกรรมโกงการสอบขายตำแหน่งหน้าที่ราชการด้วยราคาที่แสนแพงที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังอยู่ในสังคมไทยล้วนแต่เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองท้องถิ่น นักการเมืองระดับชาติ
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนักการเมืองผู้ร่ำรวยที่ อาสาเข้ามาดูแล บริหารบ้านเมืองตามคำสาบาน คำปฏิญาณที่ให้ไว้กับพระมหากษัตริย์ในการถวายสัตย์ปฏิญาณเบื้องหน้าพระพักตร์ของพระเจ้าแผ่นดิน
แต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพระสยามเทวาธิราช ด้วยเดชะบารมีของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทศพิศราชธรรม ด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย จึงทำให้บรรดา ผู้ทรยศคิดคดทุจริตต่อประเทศชาติบ้านเมือง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ต้องประสบความ วิบัติ พินาศ อย่างทันตาเห็นเสมอมา


