>> ตอน ผู้ไม่รู้ร้อนรู้หนาว?
ในขณะที่ปีนี้อากาศร้อนปาน ตับ,ม้าม,ปอด แทบระเบิดด้วยความร้อน ที่ร้อน แบบบ้าคลั่ง ร้อนแบบโลกร้อน โลกรวน และโลก(ใกล้)เดือด!
แต่สังคมยังไม่เคยได้ยินถ้อยคำแสดงถึงความรับรู้ ความวิตก ความห่วงใย และการแสดงถึงนโยบายแก้ไขและหลีกลี้เพื่อหนีความทุกข์อันเนื่องมาจากความร้อนที่ร้อน หนักที่สุดในรอบ 5 ปี (2566 – 2570) ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมาเป็นระยะๆ จาก ปากของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือข้าราชการประจำระดับปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้อำนวยการ ฯลฯ
มีแต่คำเตือนด้วยความห่วงใยจากนักวิชาการแพทย์ นักอนุรักษ์ธรรมชาติ ภาคเอกชน รวมทั้งคอลัมน์นิสต์ หรือสื่อมวลชนสายเขียว สายอนุรักษ์ธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ที่ออกมาเต้นเหย็งๆๆ เพื่อร้องเตือนพี่น้องประชาชนร่วมชาติบนแผ่นดินไทยที่กำลังร้อนเป็นไฟด้วยภัยสงคราม ภัยเศรษฐกิจ และภัยจาก(นัก)การเมืองผู้รักตนเองครอบครัว วงศ์ตระกูลของตนเองมากกว่าสังคมส่วนรวมและประเทศชาติที่เป็นแผ่นดิน เกิดที่ให้อยู่อาศัยอย่างแสนสุขตั้งแต่ลืมตาดูโลกจนร่ำรวยเป็น เศรษฐี มหาเศรษฐี อภิมหาเศรษฐีอมตะนิรันดร์กาลมาจนถึงปานนี้….บัดนี้และเดี๋ยวนี้
ทั้งๆที่ภัยจาก โลกร้อน โลกรวน โลกเดือด กำลังรุมเร้าอยู่รอบกายในทุกวัน ทุกสถานที่ ทุกเวลานาทีที่เต็มไปด้วยความทุกข์(จากความ)ร้อน วิถีชีวิตประจำวัน เรรวนจนแทบจะเซซวนแล้วล้มลงตรงหน้า ด้วยอาการ “ฮีทสโตรก” หรือ “ลมแดด” ซึ่งร้ายแรงระดับทำให้เสียชีวิตได้ไม่น้อยหน้าสาเหตุอื่นใดในยามนี้
อุณหภูมิโลกที่ร้อนตามฤดูกาลและถูกโถมทับด้วย สถานการณ์เอลนีโญ จนทำให้ภูมิอากาศโลก (โดยเฉพาะบนแผ่นดินไทย) รุ่มร้อนเป็น 2 เท่า สร้างความทุกข์ให้ประชาชนพลเมืองโลก ต้องทนทุกข์กับความร้อนหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา และเคย ประสบพบพานมาแทบตลอดชีวิต
วิกฤติสงครามตะวันออกกลางซึ่งสร้างความทุกข์ให้ชาวไทยในเรื่องของความ ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาน้ำมันฯ ที่พุ่งสูงขึ้นมากมายผิดปกติ ผิดความเป็นจริง และผิดทำนองคลองธรรม
กรณีนี้ทำให้ประชาชนพลเมืองไทยหมดความหวังและหมดความไว้วางใจว่าคณะ รัฐบาลผู้บริหารประเทศไทย ไม่เอาใจใส่ในการแก้ปัญหาเพื่อคลายทุกข์ให้ประชาชนได้ ดั่งที่ประชาชนฝากความหวังไว้กับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้
ปัญหาค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแพงที่ผองชนร่ำร้องให้ช่วยบรรเทาทุกข์ ดูเหมือนจะ ไม่ได้รับการให้ค่าเท่าที่ควร ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศซึ่ง กระทบทั้งการขนส่ง คมนาคม ราคาสินค้าการเกษตร สินค้าอาหาร
สะเทือนถึงการประกอบอาชีพของประชาชนระดับรากหญ้า
ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร
ปัญหาระบบชลประทานยังกระจายเครือข่ายคูคลองไปไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรอย่างทั่วถึง
ปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของเกษตรกร ประกอบด้วยบ่อน้ำ หนองน้ำ สระ น้ำในไร่นาสวนส่วนตัวของบรรดาเกษตรกรยังไม่เพียงพอต่อการพึ่งตนเองในการดำเนิน อาชีพกสิกรรม
ปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ปุ๋ยเคมี ที่ต้องเร่งส่งเสริมให้เกษตรกร ต้องผลิตปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด เพื่อชดเชยการใช้ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ที่นับวัน จะราคาแพงเลือดเดือด
ปัญหาการเลี้ยงปลากระชังในแหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติของสังคมส่วนรวมเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแล้ว ยังจะก่อให้เกิดมลภาวะ แก่แหล่งน้ำสาธารณะ ที่ต้องใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาเพื่อบริการชุมชน อัน เนื่องมาจากน้ำในแม่น้ำลำคลองเน่าเสียจากการให้อาหารปลากระชังเกินปริมาณที่เหมาะสม
ปัญหามลพิษในอากาศอันเนื่องมาจากการเผาใบไม้ เผาหญ้า เผาป่า เผานา เผาไร่ ที่ก่อให้เกิดฝุ่น พี.เอ็ม. 2.5 ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคทางเดินหายใจในภาคเหนือ และทุกภาคที่มีเทศกาลเผานาป่า ไร่ สวน ในฤดูแล้ง
ปัญหาการตัดต้นไม้ตามหัวไร่ปลายนาส่งขายโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทที่ยังใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง ทำให้ต้นไม้ในภูมิประเทศร่อยหรอ แผ่นดินขาดร่มเงา อกแม่พระธรณีร้อนดั่งไฟนรก ก่อให้เกิดลมพายุที่รุนแรงในทุกสถาน ที่ที่แผ่นดินไร้ร่มไม้ และทำให้ภูมิอากาศในแถบถิ่นนั้นๆต้องร้อนและมีระดับอุณหภูมิ สูงกว่าบริเวณที่เป็นดงไม้และป่าเขาลำเนาไพร
ปัญหาบ้านร้อนจนประชาชนเสียสุขภาพ จนถึงคนสูงอายุต้องร้อนจนตาย เหมือนในประเทศอินเดีย ก็ไม่เคยมีนโยบายให้ส่วนราชการใดให้ความรู้ ความคิด แก่ ประชาชนพลเมืองในการสร้างบ้านให้เป็นบ้านที่ไม่รุ่มร้อนนอนสบายในฤดูร้อน
เมื่อความเดือดร้อนของประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทุกหย่อมหญ้า ไม่สามารถแก้ไข ให้ปวงชนพ้นทุกข์ ได้รับความสุขแม้เพียงตามอัตภาพ……แผ่นดินไทยอาจจะลุกเป็นไฟ ในเร็ววันนี้.!


