- ตอน : รางระบายน้ำข้างถนน
ถ้าใครเป็นคนช่างสังเกต กรณีท่อระบายน้ำใต้ทางเท้า ใต้พื้นถนนในเมืองไทยของเรา เคยสงสัยมั้ยครับว่า…..“ทำไมจึงไม่มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำฝนที่ขังอยู่บนถนน”
เพราะทุกครั้งที่ฝนตกหนักๆ น้ำจะท่วมถนน ล้นผิวจราจรกลายเป็นแอ่งน้ำ ทำให้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ ต้องวิ่งลุยกันจนน้ำสาดกระจายเป็นปีก สาดใส่ใบหน้าหัวหูเสื้อผ้าของผู้คนริมถนน หรือแม้แต่ผู้ขี่มอเตอร์ไซค์ที่ขี่ชิดซ้ายอยู่บริเวณขอบถนน ซึ่งอยู่ในรัศมีการสาดน้ำจากล้อรถยนต์ที่วิ่งลุยน้ำ จนแผ่นน้ำที่นองถนนฉีกเป็นปีกสาดใส่ผู้คนพลเมือง
มวลน้ำฝนที่ขังเนืองนองกองอยู่เป็นทะเลสาบอยู่ในแอ่งบนถนน เพราะไม่สามารถไหลลงสู่ท่อระบายน้ำฝนซึ่งปนเปกับน้ำครำ น้ำทิ้งจากครัวเรือนในชุมชนได้อย่างคล่องๆ เร็วๆ หรือทันท่วงที
สาเหตุที่น้ำฝนไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ(ฝน)ใต้พื้นถนนหรือใต้ทางเท้าไม่สะดวกโยธิน เพราะปริมาณน้ำฝนตกลงมามากมายอย่างไม่เกรงใจประชาชนคนเดินถนนประการ 1
อีกประการ 1 คือช่องหรือร่อง รู ที่จะระบายน้ำจากผิวถนนลงไปสู่รางหรือท่อระบายน้ำใต้พื้นถนน ใต้ทางเท้า ใต้บาทวิถี มีจำนวนจำกัดและซุกซ่อนอยู่ตามขอบทางเท้าแทบจะมิดชิด
แต่ละช่องจะตั้งอยู่ในลักษณะหน้าต่างติดลูกกรงเหล็ก เพื่อป้องกันขยะไหลลงไปสะสมและอุดตันในท่อระบายน้ำ แต่ละช่องระบายน้ำจากถนนลงสู่รางฯลับๆ ที่กว้าง(สูง) ราว 1 คืบ ยาวประมาณ 1 ศอก เรียงรายไปตามทางเท้า แต่ละช่อง แต่ละหน้าต่างรับน้ำฝนจากถนน จะอยู่ห่างกันราว 10 เมตรหรือกว่านั้น
ถ้ามีถุงพลาสติก ถุงกระดาษ ถุงผ้าบรรจุธนบัตรที่โจรปล้นธนาคาร ตกหล่นไหลไปอุดช่องหน้าต่างข้างทางเท้า ก็เป็นอันว่าสายน้ำบนถนนก็จะหยุดไหลลงท่อใต้ถนนไปโดยดุษณีภาพ เรียบร้อยโรงเรียนชลประทานไป
ถ้าแต่ละช่องระบายน้ำจากถนนลงสู่ท่อระบายน้ำใต้ถนน ใต้ทางเท้าอยู่ห่างกันช่องละ 1 – 3 ฟุต พราวตาไปตลอดความยาวของทางเท้า น้ำที่ขังบนถนนก็จะยุบวาบหายไปในพริบตา แต่ยังไม่เห็นเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลใดในประเทศไทยจะเฉลียวฉลาดพอที่จะคิดหรือกระทำนวัตกรรมดังกล่าวให้บังเกิด ให้ได้เห็นเป็นบุญตา….ก่อนตาย !!!
อาจจะต้องการประหยัดงบประมาณการซื้อเหล็กที่ใช้ทำลูกกรงป้องกันขยะไหลลงไปในท่อ หรือต้องการกักเก็บน้ำฝนเอาไว้บนท้องถนน เพื่อให้รถราที่วิ่งผ่านไปมาถือโอกาสล้างล้อ ล้างโคลนใต้ท้องรถไปในโอกาสเดียวกัน
เป็นกโลบายตัดรายได้ของร้านรับจ้างล้างรถ ซึ่งเป็นความเมตตากรุณาของผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ประชาชนคนธรรมดา โดยเฉพาะบรรดาข้าราชการ พ่อค้า อาสาสมัคร ลูกเสือชาวบ้าน พระสงฆ์ นักบวช ได้ประหยัดค่าล้างรถยนต์ รถบรรทุกสินค้า รถขนศพ รถขนแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง และรถบรรทุกยาบ้า ฯลฯ
ยิ่งขยะถุงพลาสติก กระดาษลัง กระดาษห่อข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยว หมี่เกี๊ยวแห้ง ฯลฯ ลอยไปติด ไปอุดช่องระบายน้ำ ยิ่งทำให้น้ำฝนที่เข้าคิวรอระบายจากท้องถนนลงสู่ท่อใต้บาดาลไม่ได้ง่ายๆ ก็ยิ่งทำให้ท้องถนนช่วยเก็บกักน้ำฝนเอาไว้บนถนนได้มากมายเกินความต้องการ
แต่สามารถเก็บกักเอาไว้ให้ชาวนา ชาวสวนชาวไร่ นำน้ำขังบนท้องถนนเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในทางการเกษตรได้มากขึ้น ถ้าสามารถจะมาตัก ดูด สูบน้ำบนท้องถนนไปใชให้ทันท่วงที
“ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” อดีต ส.ส.นครนายก นักต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมให้กับสังคมไทย จนสามารถทำให้นักโกงกินเมืองบางคนที่ทำตนเหนือกฎหมาย ต้องติดคุกติดตะรางอย่างนึกไม่ถึง เล่าไว้ในคลิปข่าวการเมืองคลิปหนึ่งว่า
สมัยที่ท่านเป็น ส.ส. เคยตรวจสอบกรณีที่ฝนตกหนัก น้ำล้นแม่น้ำลำคลองที่มีประตูระบายน้ำลงทะเล ลงแม่น้ำสายใหญ่ แต่พนักงาน เจ้าหน้าที่ที่กินภาษีประชาชนในรูปเงินเดือน โบนัส เบี้ยเลี้ยง ค่าอาหารล่วงเวลา เบี้ยประชุม ฯลฯ ไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำลงแม่น้ำ ลงทะเล ลงมหามุทรที่สุดลึกล้นคณนา (คณนา : ในที่นี้ อนุโลมให้อ่านออกเสียงว่า ‘คน-นะ-นา’ ไม่ใช่ ‘คะ-นะ-นา’ ตามปกติ) ทำให้น้ำในคลองเอ่อล้นท้นท่วมถนนริมคลอง มวลน้ำไหลหลั่งถะถั่งเข้าบ้านเรือนเรือกสวนไร่นาของราษฎร ทำให้ชาวบ้านต้องเสียเงินทองซื้อกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วมรายละนับพันนับหมื่นรูปี รวมกันทั้งหมู่บ้านก็หลายแสนดอลลาร์
ครั้นคุณชาญชัยขอร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดประตูระบายน้ำลงแม่น้ำ ลงทะเลน้ำ น้ำก็ไม่ท่วมถนน ไม่ท่วมพื้นที่ชุมชน แล้วมาทราบ “ความลับในทางราชการ” ที่เกี่ยวข้องกับฐานะการเงินการคลังส่วนตัวของหมู่พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำฝายแม้วในลำน้ำเล็กใหญ่ในภายหลังว่า…..
การปิดประตูระบายน้ำเพื่อให้น้ำท่วมถนน เพราะมีผู้ต้องการใช้งบประมาณซ่อมถนนภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งมีงบประมาณเหลืออยู่นับร้อยนับพันล้านบาทในแต่ละปี ที่จำเป็นต้องทำลายให้ย่อยยับลงกับเงื้อมมือ !!!
หากสังคมไทยทำรางระบายน้ำข้างถนนแบบเปิด ไม่ปกปิด ไม่หลบๆ ซ่อนๆ อยู่ใต้ถนน แบบที่ ‘เมืองปีนัง’ ประเทศมาเลเซีย ทำรางระบายน้ำคอนกรีตแบบเปิด (เหมือนคลองไส้ไก่เป็ดห่าน ซึ่งเป็นรางระบายน้ำคอนกรีตตามท้องนาชนบทของไทย) ปากคลองกว้าง 2- 3 เมตร ผนังคลองเอียงลาดเทลงไปถึงก้นคลองคอนกรีตที่กว้างราวๆ 1 เมตร
ไม่มีพื้น ไม่มีแผ่นปูน ไม่มีหลังคาคลุมบนปากคลองระบายน้ำฝน
น้ำฝนจากถนนจะไหลลงคลองริมถนน ข้างถนนได้ทั้งหมดในทันทีที่ฝนตกลงมา
ถ้าเมืองไทยทำคลอง,รางระบายน้ำดาดคอนกรีตริมถนน ข้างถนนในชุมชน ในตลาด ในเขตเทศบาล ในเขตเมือง ทุกเส้นทาง ทุกถนน ทุกซอย ก็จะไม่เกิดเหตุน้ำท่วมถนน น้ำท่วมตลาด เพราะน้ำระบายไม่ทัน
คลองหรือรางระบายน้ำฝนคอนกรีตกลางเมืองปีนังไม่มีขอบปูนป้องกันรถ หรือคน ไม่มีราวเหล็ก ไม่มีรั้วกั้นป้องกันรถหรือคนตกลงไปในรางระบายน้ำคอนกรีตกลางเมือง ทั้งที่ปากคลองกว้างราว 3- 5 เมตร ตลอดสาย เพื่อให้น้ำฝนและน้ำลายนักโกงกินเมือง ยุบวาบหาย มลายลงไปในพริบตา !!!
แต่ก็ไม่มีข่าวว่ารถและคนตกลงไปในรางระบายน้ำง่ายๆ บ่อยๆ นอกจากคนขับรถเร็ว ขับรถประมาท ฝ่าฝืนกฎหมายจราจร และคนเมาเท่านั้น และไม่เคยปรากฏสถิติคนตายจากการตกลงในราง,คลองระบายน้ำฝนคอนกรีตริมถนนใจกลางเกาะปีนัง
ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานเทศบาล อบต.ทั่วประเทศไทยเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศปีละนับแสนนับล้านคน แต่ไม่เคยจดจำนำสิ่งดีๆ เรื่องดีๆ ในต่างประเทศมาทำ มาใช้ มาปรับปรุงแก้ไขปัญหาในบ้านเมืองของเรา
ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ในองค์กรปกครองท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ นักการเมืองของไทยมีเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญกว่า จำเป็นกว่า และต้องรีบดำเนินการให้ทันในแต่ละปีงบประมาณ เพราะปริมาณเม็ดเงินทอน เม็ดเงินใต้โต๊ะ ซองเงินในห้องน้ำนั้น !!!
หอมหวานยั่วยวนใจ มากกว่าเรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหาน้ำท่วมถนน น้ำท่วมชุมชนและ…..“น้ำท่วมปาก” ที่มันแผล็บ!!!
///////////////


