32.6 C
Nakhon Sawan
วันเสาร์, พฤษภาคม 2, 2026
spot_img

ที่นี่…สถานีเจ้าพระยา

>> ตอน ผู้ไม่รู้ร้อนรู้หนาว?

ในขณะที่ปีนี้อากาศร้อนปาน ตับ,ม้าม,ปอด แทบระเบิดด้วยความร้อน ที่ร้อน แบบบ้าคลั่ง ร้อนแบบโลกร้อน โลกรวน และโลก(ใกล้)เดือด!

          แต่สังคมยังไม่เคยได้ยินถ้อยคำแสดงถึงความรับรู้ ความวิตก ความห่วงใย และการแสดงถึงนโยบายแก้ไขและหลีกลี้เพื่อหนีความทุกข์อันเนื่องมาจากความร้อนที่ร้อน หนักที่สุดในรอบ 5 ปี (2566 – 2570) ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนมาเป็นระยะๆ จาก ปากของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือข้าราชการประจำระดับปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้อำนวยการ ฯลฯ

มีแต่คำเตือนด้วยความห่วงใยจากนักวิชาการแพทย์ นักอนุรักษ์ธรรมชาติ       ภาคเอกชน รวมทั้งคอลัมน์นิสต์ หรือสื่อมวลชนสายเขียว สายอนุรักษ์ธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม ที่ออกมาเต้นเหย็งๆๆ เพื่อร้องเตือนพี่น้องประชาชนร่วมชาติบนแผ่นดินไทยที่กำลังร้อนเป็นไฟด้วยภัยสงคราม ภัยเศรษฐกิจ และภัยจาก(นัก)การเมืองผู้รักตนเองครอบครัว วงศ์ตระกูลของตนเองมากกว่าสังคมส่วนรวมและประเทศชาติที่เป็นแผ่นดิน เกิดที่ให้อยู่อาศัยอย่างแสนสุขตั้งแต่ลืมตาดูโลกจนร่ำรวยเป็น เศรษฐี มหาเศรษฐี        อภิมหาเศรษฐีอมตะนิรันดร์กาลมาจนถึงปานนี้….บัดนี้และเดี๋ยวนี้

ทั้งๆที่ภัยจาก โลกร้อน โลกรวน โลกเดือด กำลังรุมเร้าอยู่รอบกายในทุกวัน     ทุกสถานที่ ทุกเวลานาทีที่เต็มไปด้วยความทุกข์(จากความ)ร้อน  วิถีชีวิตประจำวัน         เรรวนจนแทบจะเซซวนแล้วล้มลงตรงหน้า ด้วยอาการ “ฮีทสโตรก” หรือ “ลมแดด”  ซึ่งร้ายแรงระดับทำให้เสียชีวิตได้ไม่น้อยหน้าสาเหตุอื่นใดในยามนี้

อุณหภูมิโลกที่ร้อนตามฤดูกาลและถูกโถมทับด้วย  สถานการณ์เอลนีโญ จนทำให้ภูมิอากาศโลก (โดยเฉพาะบนแผ่นดินไทย) รุ่มร้อนเป็น 2 เท่า  สร้างความทุกข์ให้ประชาชนพลเมืองโลก ต้องทนทุกข์กับความร้อนหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา  และเคย ประสบพบพานมาแทบตลอดชีวิต

วิกฤติสงครามตะวันออกกลางซึ่งสร้างความทุกข์ให้ชาวไทยในเรื่องของความ ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาน้ำมันฯ ที่พุ่งสูงขึ้นมากมายผิดปกติ ผิดความเป็นจริง และผิดทำนองคลองธรรม

กรณีนี้ทำให้ประชาชนพลเมืองไทยหมดความหวังและหมดความไว้วางใจว่าคณะ รัฐบาลผู้บริหารประเทศไทย ไม่เอาใจใส่ในการแก้ปัญหาเพื่อคลายทุกข์ให้ประชาชนได้ ดั่งที่ประชาชนฝากความหวังไว้กับนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้

      ปัญหาค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแพงที่ผองชนร่ำร้องให้ช่วยบรรเทาทุกข์  ดูเหมือนจะ ไม่ได้รับการให้ค่าเท่าที่ควร  ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศซึ่ง กระทบทั้งการขนส่ง คมนาคม ราคาสินค้าการเกษตร สินค้าอาหาร

สะเทือนถึงการประกอบอาชีพของประชาชนระดับรากหญ้า

          ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร

ปัญหาระบบชลประทานยังกระจายเครือข่ายคูคลองไปไม่ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรอย่างทั่วถึง

ปัญหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของเกษตรกร  ประกอบด้วยบ่อน้ำ หนองน้ำ สระ น้ำในไร่นาสวนส่วนตัวของบรรดาเกษตรกรยังไม่เพียงพอต่อการพึ่งตนเองในการดำเนิน อาชีพกสิกรรม

      ปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ปุ๋ยเคมี ที่ต้องเร่งส่งเสริมให้เกษตรกร ต้องผลิตปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด เพื่อชดเชยการใช้ ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ที่นับวัน จะราคาแพงเลือดเดือด

      ปัญหาการเลี้ยงปลากระชังในแหล่งน้ำสาธารณะ  ซึ่งนอกจากจะเป็นการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติของสังคมส่วนรวมเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแล้ว ยังจะก่อให้เกิดมลภาวะ แก่แหล่งน้ำสาธารณะ ที่ต้องใช้เป็นน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาเพื่อบริการชุมชน  อัน เนื่องมาจากน้ำในแม่น้ำลำคลองเน่าเสียจากการให้อาหารปลากระชังเกินปริมาณที่เหมาะสม

      ปัญหามลพิษในอากาศอันเนื่องมาจากการเผาใบไม้ เผาหญ้า เผาป่า เผานา     เผาไร่  ที่ก่อให้เกิดฝุ่น พี.เอ็ม. 2.5  ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคทางเดินหายใจในภาคเหนือ และทุกภาคที่มีเทศกาลเผานาป่า ไร่ สวน ในฤดูแล้ง

      ปัญหาการตัดต้นไม้ตามหัวไร่ปลายนาส่งขายโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงงานอุตสาหกรรมบางประเภทที่ยังใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง  ทำให้ต้นไม้ในภูมิประเทศร่อยหรอ แผ่นดินขาดร่มเงา อกแม่พระธรณีร้อนดั่งไฟนรก ก่อให้เกิดลมพายุที่รุนแรงในทุกสถาน ที่ที่แผ่นดินไร้ร่มไม้  และทำให้ภูมิอากาศในแถบถิ่นนั้นๆต้องร้อนและมีระดับอุณหภูมิ   สูงกว่าบริเวณที่เป็นดงไม้และป่าเขาลำเนาไพร

      ปัญหาบ้านร้อนจนประชาชนเสียสุขภาพ จนถึงคนสูงอายุต้องร้อนจนตาย เหมือนในประเทศอินเดีย  ก็ไม่เคยมีนโยบายให้ส่วนราชการใดให้ความรู้ ความคิด แก่ ประชาชนพลเมืองในการสร้างบ้านให้เป็นบ้านที่ไม่รุ่มร้อนนอนสบายในฤดูร้อน

เมื่อความเดือดร้อนของประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทุกหย่อมหญ้า ไม่สามารถแก้ไข ให้ปวงชนพ้นทุกข์  ได้รับความสุขแม้เพียงตามอัตภาพ……แผ่นดินไทยอาจจะลุกเป็นไฟ ในเร็ววันนี้.!

ติดตามเราที่

149แฟนคลับชอบ
spot_img

ข่าวลาสุด